เห่อลูกชวนคิด : สำเนียงอังกฤษ ควรต้อง natibe เลยมั้ย

กระทู้คำถาม
สวัสดีครับ ผมเป็นคุณพ่อ ที่ลูกสาวไปเรียนไฮสคูลที่อเมริกา โดยเริ่มจาก ไปเรียนแลกเปลี่ยน แล้วสอบยื่นขอทุน ได้เรียนต่อจนจบไฮสคูล ตอนนี้อยู่เกรด 12  กำลังอยู่ในช่วงเตรียมยื่นมหาวิทยาลัย เพื่อรเียนต่อ

ผมเคยคิดมาตลอดตั้งแต่มีลูกว่า ดลกยุคนี้ เราไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษ ด้วย native อีกแล้ว แต่เราควรเน้นเรื่อง effective ของการสื่อสารผ่าน การออกเสียงที่ฟังเข้าใจง่าย กับการเน้นเสียงที่เหมาะสมกับประโยคหรือวลีที่ใช้ ที่สำคัญคือ การเลือกใช้คำ ที่สื่อสารได้อย่างเหมาะสม ผู้ฟัง ไม่ต้อง"พยายาม" เพื่อสื่อสารกับเรา



ในอดีต เราให้ความสำคัญกับสำเนียง ต้องเป็น native พูดอังกฤษ แบบอังกฤษ ถึงขั้น บางคน ไปเรียนภาษาต้องเรียนกับอเมริกัน หรือ ต้องเรียนกับบริติช  เท่านั้น ถ้าไปเรียนสถาบันแล้วเจออินเดีย สิงคโปร์ เจอฟิลิปปินส์มาสอน ก็จะหนีทันที

ผมก็โตมากับค่านิยมแบบนี้ ผมเรียนจบมหาวิทยาลัยไทยๆ โรงเรียนไทยๆ แต่สอบและไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยตัวเอง ฝึกภาษาเอง พยายาม พูดแบบ native มากที่สุด สุดท้ายพอไปเมืองนอก (อเมริกา) สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ฝรั่ง เหนื่อยกับการคุยกับผมมาก จนฝรั่งบอกเลยว่า "นายพยายามไปนะ"
ฝรั่งหลายคน ถามว่า ที่ไทยเรียนภาษาอังกฤษแบบอาณานิคมอังกฤษมาหรอ? เพราะเค้าฟังแล้ว มันไม่อเมริกัน (ตอนหลัง พอเจอคนอังกฤษ ก็บอกว่า เราพูดอเมริกัน) สรุปคือ เค้าบอกว่า เอาสบายๆหน่อย  ไม่ต้องพยายามมาก

แล้วที่สำคัญ ไปรู้ตัวเอาตอนอายุ 20 กว่า คือ เต็มไปด้วยภาษาเขียน สำนวนเขียน มันไม่ใช่ภาษาพูด



จากนั้น เรียนจบ ทำงานที่นั่นแป๊บนึง กลับมาไทย ชีวิตเปลี่ยน เป็นทำงานกับหลายๆประเทศ ทั้ง จีน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย สเปน ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน

เฮ้ยยยย.... เดี๋ยวนะ ไม่เห็นมีใครพูดอังกฤษ สำเนียงเป๊ะเลยสักคน
แรกๆก็เข้าใจได้ เจแปนนีสอิงลิชฉุ หรือ ฮันกุกอิงลิชชี แล้วแอบขำ คันโตลิช ซิงค์ลิช
แต่พอไปฝรั่งเศส สเปน อิตาลี เค้าไม่ได้ต้องพูดอังกฤษแบบอังกฤษนี่นา เค้าก็พูดสำเนียงตัวเองนั่นแหละ (ฝรั่งเศสยากสุด ที่จะฟัง)

ยิ่งได้เจอคนหลากหลายเท่าไหร่ ยิ่งได้รู้ว่า ภาษาอังกฤษในโลกนี้ มันคือ ภาษากลางของโลก ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็นของ คนอังกฤษ(หรืออเมริกัน)
ดังนั้น ขอให้เราพูดในระดับที่ออกเสียงได้ถูก ไม่สับสน
ชีท (กระดาษ) ไม่กลายเป็น ชิท (อึ๊)
ฟาสท์(เร็ว) ไม่ออกเป็น ฟ๊าท (ตก)
แอ๊ด แอส เกสท์ เก็ท แล้วเพิ่มเรือ่งการเน้นคำ กับการพูดเว้นวรรค เว้นวลี ให้มัน เข้าใจง่าย สมเหตุสมผล ออกสเียงไปเลยอย่างมั่นใจ ไม่ใช่พยายามหนีบริมฝีปาก อมทิชชู่ หมายจะเป็นบริติช เป็นคาวบอย




ผมสอนภาษาอังกฤษลูกสาวเองตั้งแต่เกิด ด้วยการเน้นเรื่องโฟนิค และ หลักการเปล่งเสียง

ลูกสาวเรียนอนุบาลแบบไทยๆ เรียนประถมหลักสูตรไทยแท้ แล้วพอขึ้นมัธยมก็ไปสอบ เข้าหลักสูตร EP  และเรียน EP  ตลอดมัธยมต้น ซึ่งตอนขึ้นมัธยมต้นนี่แหละครับ ที่ได้เจอว่า เด็กเรียนอินเตอร์มา เค้าเก่งมากเลย สำเนียง วลี เป๊ะจริงๆ เรียนอินเตอร์ประถม มันเริ่ดอย่างนี้ นี่เอง (แต่ที่บ้านไม่มีปัญญาส่งหรอกนะ) ก็ทำใจว่า เราก็ขอให้ได้ในแบบ ภาษาที่สอง สำเนียงฟังง่ายๆนี่แหละ คงไม่มีวันเป๊ะเท่ากับเด็กอินเตอร์

ผลการเรียนมัธยมต้น ภาษาอังกฤษ ในหลักสูตร EP และวิชารวมๆก็ทำได้ในระดับกลางๆ
จนกระทั่ง ม.3 จบ ไปสอบโครงการแลกเปลี่ยน ผ่านแบบ ไม่คาดคิด เพราะไปสอบแบบขำๆ โรงเรียนแนะนำให้ลองสอบดู สอบทีเดียวผ่านเลย และคะแนนสุงด้วย คุยกันไปกันมาเลยตัดสินใจ งั้นก็ไป เพราะลูกสาวก็สนใจอยากลอง ซึ่งพอไปเรียน ที่โรงเรียนเค้า แยกเด็กนานาชาติกับแลกเปลี่ยนเรียนภาษาอังกฤษสำหรับภาษาที่ 2  ไม่ได้เรียนรวมกับเด็กอเมริกัน ผลคะแนนรวมๆก็ทำได้ในระดับดีเยี่ยม ก็ได้ท็อป ได้รองท็ฮป เป็นปกติวิสัยทุกเทอม

ลูกสาวเป็นเด็กกิจกรรม เป็นสายนิยาย สายอ่าน เล่นดนตรี เล่นกีฬา ปีแรกของการแลกเปลี่ยน เค้าเน้นเพื่อน เน้นกิจกรรม จนได้รับข้อสเนอให้เรียนต่อ และยื่นขอทุนสำเร็จ จากนั้น  เกรด 11 ก็เรียนในฐานะนักเรียนทั่วไป เรียนภาษาตัวเดียวกับเด็กอเมริกา และมีวิชาวรรณคดี วิชาภาษาอังกฤษตัวลึกๆ อนแรกก็คะแนนดร็อปลงมา แต่ผ่านไปถึงปลายปี ก็เซอร์ไพรซ์ทุกคน ด้วยการได้ เต็ม วิชาวรรณกรรม เนื่องจาก ลูกสาวเธอบ้าอ่านนิยายตลอดทั้งปีจริงๆ ไปซื้อหนังสือเก่าๆ เล่มถูกๆจากร้านหนังสือมาอ่าน



ตอนนี้ กำลังอยากเรียนวรรณกรรม(อังกฤษ) และลงเรียนอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส เพื่อ เรียนรากลาติน (วิชาเลือกที่โรงเรียน) ยอมลงไปเรียนกับน้องๆ เพราะไม่มีพื้นภาษาพวกนี้มาก่อนเลย (มีวิชาเลือกจีน ญี่ปุ่นนะ เคยลงเรียนก็ได้เยอะ เพราะ ม.ต้น มีเรียนจีน และญี่ปุ่นได้จากโรงเรียนอนิเมะ)

ผม ได้ยินเวลาเค้าคุยกับเพื่อน ตอนนี้สำเนียง ไปไกลมากแล้ว ไม่ได้แตกต่างจากพวกเด็กอินเตอร์เลย

แต่จากการคุยกับลูกาว เล่าให้ฟังว่า สำเนียงเค้าก็ยังไม่ใช่ native ไม่ใช่อเมริกันเชื้อสายเอเชีย แต่เป็น เอเชีย ที่มาเรียน เพิ่งมาอยู่ มันอยู่ที่"สำเนียง" แต่ ลูกสาวบอกว่า ไม่มีใครเค้าซีเรียสแล้ว ที่โรงเรียนเป็นนานาชาติ มียุโรป เอเชีย ลาตินอเมริกา มาเรียน มันเป็นสภาพจำลองโลกนี้  แม้แต่เด็กอมเริกันเอง ก็มีสำเนียงคนดำ สำเนียงติดลาติน สำเนียงบางคนไปทางนอร์ส บางคนไปทางเยอะมัน เพราะ ที่บ้านใคร มีพื้นฐานครอบครัวยังไงก็ไปตามนั้น บางคน ย้ายมาจากทางใต้ ก็ติดสำเนียงใต้



ลูกสาว รับจ้างสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ น้องๆที่ไทย (ได้เดือนละเป็นหมื่น) เค้าก็สอนเด็กๆว่า ออกเสียง ชัด แต่ไม่ต้องพยายาม เลียนแบบอังกฤษ  ขอแค่เข้าใจ เสียงของตัวอักษร การรวบเสียง การกร่อน ผสมเสียง คำไหน มาจากรากอะไรมันเลยอย่างนังไง แล้ว ขอให้มั่นใจ ได้แค่ไหน เอาแค่นั้น

ลูกสาวชอบสอนว่า คนไทยที่พูดอังกฤษเยอะที่สุด และประสบความสำเร็จที่สุดคือ คนขับตุ๊กตุ๊กสามล้อ พวกเค้าคุยกับฝรั่ง แขก จีน รู้เรื่องหมด  เอ้อ ทำไมล่ะ ทั้งๆที่เค้าก็ไม่เคยไปเรียนเมืองนอก ทั้งๆที่ก็ไม่ค่อยได้เรียนอังกฤษ แล้วลูกสาวก็สอนอีกว่า พวก สาวๆสาย ฝ หลายคน เค้าก็ไม่เคยเรียนเยอะ ไม่ได้เรียนเมืองนอก ทำไม เค้าคุยกับฝรั่งจนแต่งงานกันได้
ลูกสวให้ไอเดียว่า สุดท้าย มนุษย์ จะพยายามสื่อสารกันเอง

การเรียนภาษาอังกฤษกับเธอ (และตัวเธอ) คือการเรียน รากศัพท์ที่มาของคำ ที่บ่งบอกวัฒนธรรม และนำไปสู่ระบบคิด ให้เข้าใจไวยกรณ์ จากนั้น หัดคิด ลำดับขั้นตอน ตรรกะแบบฝรั่ง ที่เหลือการออกเสียง อักษรต่างๆก็ฝึก วลี ศัพท์ต่างๆก็เก็บ แต่สิ่งแรกคือ ต้องเรียน ขั้นตอนการคิดในหัวก่อน
ซึ่งข้อนี้ คือสิ่งที่พ่อ (ผมนี่แหละ) สอนมาตั้งแต่แบเบาะ ว่า พูดภาษาอังกฤษ ไม่ได้ แปลไทย เ)็นอังกฤษ แต่เราต้อง คิด เ)็นอังกฤษ คิดเป็นคำ ในภาษานั้น

เราเห็น dog ไม่ใช่หมา มันคือ dog เราจะชี้แมวให้ฝรั่งคุยกับเรา มันคือ cat ไม่ใช่ ซี เอ ที แค็ท แปลว่าแมว



ตอนหลังผมเห็นโฆษณา แอปฯสอนภาษากับเจ้าของภาษา บางทีผมก็ยังแอบคิดนะ ภาษาอังกฤษ ของบริติช กับ ออสซี่ ตกลงใครเป็นเจ้าของล่ะ? แล้ว เราไปสำเนียงลอนดอนเนอร์ ที่ เป่ยจิง มันจะคุยกันรุ้เรื่องได้ง่ายจริงรึเปล่า

ผมว่า เราภูมิใจ กับสำเนียงแบบไทย ลิ้นแบบติดกำพืดไทยนี่แหละ แต่ ฟังออก ฟังรู้เรือง สื่อสารไม่สับสน และ มีตรรกะสมเหตุสมผลแบบรากภาษาของเค้า

อย่างไรก็ตาม ก็เข้าใจครับว่า การเรียน"ออกเสียง" ก็คงอยากเรียนกับคนที่ออกเสียงถูกต้อง ซึ่งก็คงอยากได้ถูกแบบ"เจ้าของ" และ พ่อแม่ หลายคนอาจไม่สะดวกที่จะสอนลูกเอง ฝึกกับลูก อันนี้ก็เป็นทาออกที่ปัจจัยต่างกัน





แต่ ... ผมย้ำกับลูกสาวเสมอว่า
อังกฤษจะดียังไงก็ตาม ไทย ต้องยังชัดนะ ออกเสียงภาษาไทยได้ชัด ไม่ได้แปลว่าไปเรียนเมืองนอกปุ๊บ เป็นลูกครึ่งปั๊บ พ่อไม่ได้กลายพันธุ์เป็นฝรั่ง ไม่ใช่ว่าได้แม่ฝรั่เฉย พูดไม่ชัดซะงั้น

จะอ่านเขียนไทยไม่คล่อง อันนี้เข้าใจและรับได้ จะพูดไทยปนอังกฤษอันนี้ผมก็รับได้นะ ในหัวเค้าน่าจะคิดภาษาปนกันหมดจริงๆ บางคำ ให้มานึกภาษาไทยอาจจะช้ากว่าแล้วมนตอนนี้

แต่ ต้องขอบคุณ ดลกสมัยใหม่ เค้ายังสะกดไทยถูกต้อง จากการแชทกับเพือ่นที่ไทย ยังอ่านเฟส อ่านไอจี ของเพื่อนในไทย คำทั่วไปยังอ่าน เขียนได้
ผมเคยแอบได้ยิน เค้าคุยกับเพื่อน ภาษาอังกฤษ เค้าสามารถพูดแบบ "ไทยลิช" ได้ด้วย
พูดกับเพื่อนเรียก "คา เม ร่า แมน" แต่พูดปกติกับพ่อ หรืออยู่ที่โน่นเรียก "แคม(ม)ร่ะ"
ยังสามารถคุยกับเพือ่นเรียกคำว่า "บิว ตี้ สะแตนดาด" ได้ ในขณะที่ปกติก็ออกเสียงแบบโฟนิกอักษรและรวบคำเพื่อเน้นเสียง

มันสะท้อนว่า คนเรา ปรับการใช้ภาษาสื่อสาร กับผู้ฟังได้ เหมือนที่เพื่อนฝรั่ง เวลาคุยกับคนไทย ก็จะปรับสำเนียงหาหูคนไทยด้วย


กระทู้ย้อนความ
กระทู้เห่อลูก : พ่อแม่ ให้กำลังใจลูกวันผิดหวังกันยังไงบ้าง?
กระทู้เห่อลูก : หลากสีในโรงเรียนไฮสคูล
ทู้เห่อลูก : จบไปอีกปีแล้ว แป๊บเดียว จะขึ้น ม.6
เห่อลูกเรดิโอ : ตอบคำถามที่พบบ่อย
กระทู้เห่อลูก : ภาคต่อ ตอบคำถามบนเวทีเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย
https://pantip.com/topic/44079321/comment4
กระทู้เห่อลูก : ทุกวันนี้ยังถามคนไทยว่า ที่บ้านมีช้างรึเปล่าเลยหรอเนี่ย
กระทู้เห่อลูก : ลูกสาวจะไปงานพร็อมมมม กรี๊ดดดดด
ระทู้เห่อลูก : วิญญาณฉันรอ ที่ทางช้างเผือก
https://pantip.com/topic/44055625
กระทู้เห่อลูก : เด็กชอบดนตรี ควรสนับสนุนดีมั้ย
ะทู้เห่อลูก : เมื่อลูกหารายได้เสริมด้วยตัวเองล้วนๆครั้งแรก
https://pantip.com/topic/44030631
กระทู้เห่อลูกอีกแล้ว : อาหารเด็กหอไฮสคูลเค้ากินอะไรกัน?
https://pantip.com/topic/44005127
กระทู้เห่อลูก : เมื่อผลการเรียนตก ชีวิตจะตกต่ำเสมอไปหรือไม่
กระทู้เห่อลูก : "ถ้าไม่สำเร็จจะไม่กลับบ้าน" เมื่อลูกเอ่ยประโยคนี้ก่นอลา
กระทู้เห่อลูก : เปิดโลกด้วยการมีเพื่อนให้มาก
กระทู้เห่อลูก : เมื่อโรงเรียนบังคับเครื่องแบบ ย้อนกระแสโรงเรียนไทย
เห่อลูกวันนี้ : เมื่อลูกไปเริ่มงานวันแรก
เห่อลูกวันนี้ - คุณว่า ทักษะอะไร ที่เด็กควรมีไว้และได้ใช้แน่นอน
ขอคำแนะนำ ลูกสาว(ม.5)ของบซื้อจักรยาน
เรียน"เอเชียศึกษา" ไปทำงานอะไรได้บ้าง?
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่