Lesson 1 course สำหรับนักตำรา
มีจิตได้เมื่อมีอารมณ์ ตัวรู้ ตัวถูกรู้
จิตในจิต จึงมีตัวรู้ และวิญญาน
จิตต้องห่างจากวิญญาน เพื่อให้จิตลดอุปทานจากแรงกระทบด้วยผัสสะวิญญาน
เกิดรักใคร่ไหลหลงจากวิญญานผัสสะทางตา เป็นจิตที่เดินผิดทาง, จิตที่ถูก (สัมมาทิฐิ)ให้เป็น“สักแต่ว่าเห็น”
เกิดสุขทุกข์จาก กายปสาทผัสสะ เป็นจิตที่เดินผืดทาง ,จิตที่ถูก(สัมมาทิฐิ) ให้เป็น“สักแต่ว่ารู้สึกกายปสาทสัมผัส“
เกิดรำคาญ ฟุ้งซ่านจากวิญญานเสียง เป็นจิตที่ผิดทาง,จิตที่ถูก(สัมมาทิฐิ) ให้เป็น“สักแต่ว่าได้ยิน”
นักตำราอยู่กับพาหิยะสูตร ทุกวันแท้ๆ แต่กลับเห็นว่า จิตกับวิญญานเป็นอย่างเดียวกัน น่าเอน็จ อนาถ
Lesson 1 สำหรับนักตำราไทย
มีจิตได้เมื่อมีอารมณ์ ตัวรู้ ตัวถูกรู้
จิตในจิต จึงมีตัวรู้ และวิญญาน
จิตต้องห่างจากวิญญาน เพื่อให้จิตลดอุปทานจากแรงกระทบด้วยผัสสะวิญญาน
เกิดรักใคร่ไหลหลงจากวิญญานผัสสะทางตา เป็นจิตที่เดินผิดทาง, จิตที่ถูก (สัมมาทิฐิ)ให้เป็น“สักแต่ว่าเห็น”
เกิดสุขทุกข์จาก กายปสาทผัสสะ เป็นจิตที่เดินผืดทาง ,จิตที่ถูก(สัมมาทิฐิ) ให้เป็น“สักแต่ว่ารู้สึกกายปสาทสัมผัส“
เกิดรำคาญ ฟุ้งซ่านจากวิญญานเสียง เป็นจิตที่ผิดทาง,จิตที่ถูก(สัมมาทิฐิ) ให้เป็น“สักแต่ว่าได้ยิน”
นักตำราอยู่กับพาหิยะสูตร ทุกวันแท้ๆ แต่กลับเห็นว่า จิตกับวิญญานเป็นอย่างเดียวกัน น่าเอน็จ อนาถ