จ้องจอนาน เสี่ยงตาเขเข้าเฉียบพลัน ป้องกันอย่างไร?

จ้องจอนาน เสี่ยงตาเขเข้าเฉียบพลัน กรมการแพทย์ ยืนยันว่าการใช้สมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการจ้องหน้าจอใกล้มาก (น้อยกว่า 30 ซม.) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ Acute Acquired Comitant Esotropia (ตาเขเข้าเฉียบพลัน)ได้

ภาวะนี้พบเพิ่มขึ้นในเด็กและวัยรุ่นและพบบ่อยในวัยทำงานที่มีพฤติกรรมใช้หน้าจอใกล้เป็นเวลานาน หรือการนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์พิมพ์งานและเขียนบทความติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่ได้พักสายตา อย่างไรก็ตามงานวิจัยในปัจจุบันระบุว่า การใช้หน้าจอใกล้นาน ๆ “อาจเป็นปัจจัยเสี่ยง” แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของโรค
.
สาเหตุเกิดจาก
.
การใช้สายตาระยะใกล้หนักและนานเกินไป โดยเฉพาะการเพ่งหน้าจอสมาร์ทโฟนเพื่อเช็กข้อมูลเป็นเวลานานๆ
เมื่อเรามองวัตถุใกล้ๆ กล้ามเนื้อตาจะต้องออกแรงดึงดวงตาให้หันเข้าหากัน (Convergence) เพื่อโฟกัสภาพให้ชัด หากทำแบบนี้นานเกินไป กล้ามเนื้อตาอาจเกิดการล้า เกร็ง หรือ “ค้าง” จนคลายตัวไม่ออก ทำให้ดวงตาเขค้างอยู่แบบนั้นครับ (นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากปัญหาสายตาสั้นหรือยาวที่ไม่ได้ใส่แว่นแก้ไขให้ตรงจุด หรือเกิดจากความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอได้เช่นกัน)
.
วิธีป้องกันรักษาดวงตา
.
ใช้กฎ 20-20-20: กฎนี้มีประโยชน์มากครับ ทุกๆ การทำงานหรือจ้องหน้าจอ 20 นาที ให้พักสายตาโดยมองออกไปที่สิ่งของไกลๆ อย่างน้อย 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้คลายตัว
.
รักษาระยะห่างให้เหมาะสม: เวลาใช้งานสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ควรเว้นระยะห่างจากดวงตาประมาณ 1 ฟุต (30 ซม.) และสำหรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรตั้งให้อยู่ห่างประมาณ 1 ช่วงแขน
.
จัดแสงสว่างให้เพียงพอ: การทำงานหรืออ่านข้อความในที่มืดจะทำให้ตาต้องเพ่งหนักขึ้นและเกิดความล้าได้ง่ายมาก ควรเปิดไฟในห้องให้สว่างสัมพันธ์กับแสงของหน้าจอ หลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอในที่มืด
.
เปลี่ยนอิริยาบถ: อย่าลืมหาเวลาพักเบรก ลุกขึ้นเดิน หรือละสายตาจากหน้าจอไปทำกิจกรรมอื่นบ้างระหว่างวัน
.
ตรวจสุขภาพตา หากรู้สึกปวดกระบอกตาบ่อยๆ หรือเริ่มมองเห็นไม่ค่อยชัด ควรไปพบแพทย์วัดสายตา เผื่อจำเป็นต้องใช้แว่นเพื่อลดภาระของกล้ามเนื้อตา
.
ที่มา : IT24Hrs - ไอที 24 ชั่วโมง by ปานระพี
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่