ในยุคที่ชีวิตการทำงานและไลฟ์สไตล์ผูกติดกับหน้าจอแทบจะ 24 ชั่วโมง หลายคนอาจเคยเจออาการ “ตาพร่า ปวดหัว หรือมองไกลแล้วเบลอชั่วขณะ” หลังจากจ้องจอนานๆ อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะ กล้ามเนื้อตาเกร็งค้าง (Accommodation Spasm) ที่เกิดจากการเพ่งระยะใกล้ต่อเนื่องนานเกินไป
ทำไมเราถึงต้องการ “ตัวช่วย” มากกว่าแค่แว่นสายตา?
โดยปกติการมองระยะใกล้ กล้ามเนื้อตาต้องหดตัวเพื่อปรับโฟกัส ยิ่งเราจ้องหน้าจอนานเท่าไหร่ กล้ามเนื้อส่วนนี้ก็ยิ่งทำงานหนักเหมือนการเกร็งกล้ามเนื้อค้างไว้จนเกิดอาการ "ตะคริวที่ตา" นอกจากนี้ หน้าจอยังปล่อย แสงสีฟ้า (Blue Light) ที่มีความพลังงานสูง ซึ่งส่งผลต่อการนอนหลับ และอาจทำให้ล้าตามากขึ้นเมื่อได้รับในปริมาณมาก
นวัตกรรมเลนส์ลดการล้า (Digital Lens) ที่มาพร้อมการกรองแสงสีฟ้า
เพื่อตอบโจทย์นี้ เลนส์ยุคใหม่จึงถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่ 2 อย่างในหนึ่งเดียว
1. ลดภาระการเพ่ง (Relaxing Support):
โครงสร้างเลนส์ส่วนล่างจะมีการเพิ่มกำลังเลนส์บวก (+0.50 ถึง +1.25 D) เพื่อช่วยทำหน้าที่ "พยุงโฟกัส" แทนกล้ามเนื้อตา เมื่อคุณก้มมองมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ดวงตาจะทำงานเบาลงทันที ให้ความรู้สึกสบายตาเหมือนมีคนช่วยถือเลนส์ขยายให้
2. เกราะป้องกันแสงสีฟ้า (Blue Cut Filter):
ตัวเลนส์จะช่วยกรองแสงสีฟ้าในช่วงความยาวคลื่นที่เป็นอันตรายจากหน้าจอ ช่วยลดแสงสะท้อนที่รบกวนสายตา และลดความกระด้างของแสงหน้าจอ ทำให้ภาพที่เห็นมีความนวลตามากขึ้น ส่งผลให้เราสามารถทำงานได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกแสบตาหรือเพลียตา
เลนส์ชนิดนี้เหมาะกับใคร?
• มนุษย์ออฟฟิศ: ที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน
• คอนเทนต์ครีเอเตอร์และสายเกมเมอร์: ที่ต้องใช้สมาธิในการจ้องหน้าจออย่างละเอียด
• นักเรียนนักศึกษา: ที่ต้องอ่าน E-book หรือจดโน้ตบนแท็บเล็ตเป็นเวลานาน
• คนวัย 25-35 ปี: ที่เริ่มรู้สึกว่าแว่นสายตาเดิมที่ใช้อยู่เริ่มทำให้รู้สึกล้าเวลาทำงานหนักๆ
บทสรุป
การเลือกแว่นตาในปัจจุบันไม่ใช่แค่เพื่อให้ "มองเห็นชัด" แต่ต้อง "มองได้สบาย" ด้วย การใช้เลนส์ลดล้าดวงตาที่เสริมฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้า จึงเป็นเหมือนการลงทุนเพื่อสุขภาพดวงตาในระยะยาว ช่วยให้คุณรับมือกับภาระงานล้นมือในโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ดวงตาไม่หมดแรงไปเสียก่อน
https://www.putuchon.com/
เลนส์ลดล้าดวงตา X เลนส์กรองแสงสีฟ้า : คู่หูการปกป้องเพื่อคนทำงานยุคใหม่
ทำไมเราถึงต้องการ “ตัวช่วย” มากกว่าแค่แว่นสายตา?
โดยปกติการมองระยะใกล้ กล้ามเนื้อตาต้องหดตัวเพื่อปรับโฟกัส ยิ่งเราจ้องหน้าจอนานเท่าไหร่ กล้ามเนื้อส่วนนี้ก็ยิ่งทำงานหนักเหมือนการเกร็งกล้ามเนื้อค้างไว้จนเกิดอาการ "ตะคริวที่ตา" นอกจากนี้ หน้าจอยังปล่อย แสงสีฟ้า (Blue Light) ที่มีความพลังงานสูง ซึ่งส่งผลต่อการนอนหลับ และอาจทำให้ล้าตามากขึ้นเมื่อได้รับในปริมาณมาก
นวัตกรรมเลนส์ลดการล้า (Digital Lens) ที่มาพร้อมการกรองแสงสีฟ้า
เพื่อตอบโจทย์นี้ เลนส์ยุคใหม่จึงถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่ 2 อย่างในหนึ่งเดียว
1. ลดภาระการเพ่ง (Relaxing Support):
โครงสร้างเลนส์ส่วนล่างจะมีการเพิ่มกำลังเลนส์บวก (+0.50 ถึง +1.25 D) เพื่อช่วยทำหน้าที่ "พยุงโฟกัส" แทนกล้ามเนื้อตา เมื่อคุณก้มมองมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ดวงตาจะทำงานเบาลงทันที ให้ความรู้สึกสบายตาเหมือนมีคนช่วยถือเลนส์ขยายให้
2. เกราะป้องกันแสงสีฟ้า (Blue Cut Filter):
ตัวเลนส์จะช่วยกรองแสงสีฟ้าในช่วงความยาวคลื่นที่เป็นอันตรายจากหน้าจอ ช่วยลดแสงสะท้อนที่รบกวนสายตา และลดความกระด้างของแสงหน้าจอ ทำให้ภาพที่เห็นมีความนวลตามากขึ้น ส่งผลให้เราสามารถทำงานได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกแสบตาหรือเพลียตา
เลนส์ชนิดนี้เหมาะกับใคร?
• มนุษย์ออฟฟิศ: ที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน
• คอนเทนต์ครีเอเตอร์และสายเกมเมอร์: ที่ต้องใช้สมาธิในการจ้องหน้าจออย่างละเอียด
• นักเรียนนักศึกษา: ที่ต้องอ่าน E-book หรือจดโน้ตบนแท็บเล็ตเป็นเวลานาน
• คนวัย 25-35 ปี: ที่เริ่มรู้สึกว่าแว่นสายตาเดิมที่ใช้อยู่เริ่มทำให้รู้สึกล้าเวลาทำงานหนักๆ
บทสรุป
การเลือกแว่นตาในปัจจุบันไม่ใช่แค่เพื่อให้ "มองเห็นชัด" แต่ต้อง "มองได้สบาย" ด้วย การใช้เลนส์ลดล้าดวงตาที่เสริมฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้า จึงเป็นเหมือนการลงทุนเพื่อสุขภาพดวงตาในระยะยาว ช่วยให้คุณรับมือกับภาระงานล้นมือในโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ดวงตาไม่หมดแรงไปเสียก่อน
https://www.putuchon.com/