🌶️
น้ำพริกปลาย่างสูตรโบราณ เป็นเมนูพื้นบ้านที่ทำง่าย เก็บได้นาน เหมาะสำหรับทำติดบ้านไว้กินหลายวัน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนจัดแบบนี้ ทานกับผักสดแช่เย็นๆกรอบๆ หรือทานกับผักดอง ก็อร่อยและประหยัดมาก
สวัสดีค่ะทุกคน 😊
ช่วงนี้อากาศร้อนจัดจริงๆ ทำให้รู้สึกไม่ค่อยอยากทานอาหารอะไรที่หนักๆ
แถมเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันในตอนนี้ก็ร้อนระอุ ยิ่งกว่าอากาศอีกนะคะ 555+
สถานการณ์แบบนี้ ประหยัดอะไรได้ก็อยากประหยัด และถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่อยากออกนอกบ้านบ่อยๆ ให้เปลืองน้ำมันเลยค่ะ😅
จขกท.เลยพยายามมองหาเมนูที่ ทำครั้งเดียว สามารถเก็บไว้กินได้นานๆ
พอดีวันนี้ไปตลาด เจอปลาดุกย่างก็เลยนึกถึงเมนูนี้ค่ะ
👉
“น้ำพริกปลาย่างสูตรโบราณ”
เมนูที่ดูเหมือนจะทำง่าย…แต่ถ้ารู้เคล็ดลับ บอกเลยว่า “อร่อย หอมนัว และเก็บได้นานเป็นเดือน” ค่ะ 😄
ปลาดุกย่าง หอมกลิ่นรมควันแบบนี้ เหมาะมากสำหรับเมนูน้ำพริก
🥬
ผักกุ่มดอง ของคู่กัน
ช่วงนี้จะมีผักกุ่ม ผักพื้นบ้าน ที่หาทานยาก นิยมนำมาทำ“ผักกุ่มดอง” ทานคู่กับน้ำพริก เข้ากันดีเวอร์ค่ะ แถมราคาก็ดีงาม ถูงใหญ่ๆ ในราคา 20 บาท
🌸 แถมท้ายด้วย ดอกโสน 1 กองเบ้อเริ่ม ราคาแค่ 10 บาท
🐟
จุดเด่นของสูตรนี้
✔ เนื้อปลาฟู ไม่แฉะ
✔ หอมกลิ่นรมควัน
✔ รสจัดจ้าน กลมกล่อม
✔ เก็บได้นานเป็นเดือน
🛒 วัตถุดิบ
1. เนื้อปลาย่าง (ปลาดุก / ปลาช่อน หรือปลาอื่นๆ ตามชอบ)
2. พริกขี้หนูแห้ง :
(ถ้าไม่ชอบเผ็ดมาก ให้ใส่พริกแห้งเม็ดใหญ่ ลงไปผสม)
3. หอมแดง
4. กระเทียม
5. มะขามเปียก
6. น้ำปลา
7. น้ำตาลเล็กน้อย
8. กะปิ
9. ใบตอง
🧑🍳 วิธีทำ
1. พริก หอม กระเทียม →คั่วหรือ เผาให้สุกหอม
2. นำปลา หรือแกะเอาแต่เนื้อไปย่าง/ คั่วให้แห้ง กะปิ มะขาม ห่อใบตองหนาๆ นำไปเผาไฟ ให้พอหอม
👉 การนำมะขามเปียก (ทั้งฝักหรือแบบปั้นก้อน) ไปเสียบไม้ หรือห่อใบตอง แล้วย่างไฟ จนผิวเริ่มไหม้นิดๆ (อย่าให้ไหม้เกิน) จะช่วยดึงความหวานตามธรรมชาติออกมาผสมกับความเปรี้ยว รสชาติจะนัวกว่าการใช้น้ำมะขามเปียกสดๆ
3. ตำพริก หอมกระเทียม กะปิเผา ให้ละเอียดเข้ากัน ตามด้วยมะขามเปียกเผา แกะเอาแต่เนื้อ ลงไปตำรวมกัน
4. ใส่เนื้อปลา แกะเอาแต่เนื้อเก็บก้างออกให้หมด ลงไปตำ
จนเนื้อปลาฟู เข้ากันดี
5. ปรุงรสด้วยน้ำปลา
น้ำตาลเล็กน้อย ชิมรสให้ได้ตามชอบ (เผ็ดเค็มนำ เปรี้ยวตาม )
ถ้าน้ำพริกแห้งไป เติมน้ำอุ่นลงไปนิดหน่อยค่ะ
💡
เคล็ดลับเก็บน้ำพริกให้นานเป็นเดือน
1.
คั่วเนื้อปลาหลังแกะ: หลังจากแกะเนื้อปลาดุกย่างแล้ว ให้เอาเนื้อไป คั่วในกระทะแห้งๆ ด้วยไฟอ่อนจนเนื้อปลาเริ่มแห้งและฟูขึ้นเล็กน้อยก่อนนำไปโขลก วิธีนี้จะช่วยไล่ความชื้น ทำให้น้ำพริกหอมขึ้นมากและเก็บได้นานขึ้นโดยไม่บูดง่าย
2. ผัดจนแห้ง: การผัดจะช่วยไล่ความชื้นออกจากเนื้อปลาและสมุนไพร (หอม, กระเทียม, มะขามเปียก) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำพริกเสีย
3. ใช้น้ำมันเล็กน้อย: การใช้น้ำมันพืชเล็กน้อยในการผัดจะช่วยเคลือบเนื้อน้ำพริก ไม่ให้สัมผัสกับอากาศโดยตรง ช่วยยืดอายุได้นานขึ้น และช่วยให้สีของน้ำพริกสวยน่าทานมากขึ้น
🧂
การเก็บรักษา
ความสะอาด: ก่อนนำน้ำพริกใส่ลงไป ให้ลวกภาชนะด้วยน้ำร้อนและเช็ดให้ แห้งสนิท (ห้ามมีหยดน้ำเด็ดขาด) ใช้ภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อป้องกันกลิ่นและอากาศเข้า
ช่องธรรมดา: เก็บได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับความแห้งจากการผัด)
หากต้องการเก็บนานเกิน 1-2 เดือน ให้แบ่งใส่ถุงซิปล็อกหรือกระปุกเล็กๆ แยกเป็นมื้อๆ แล้วแช่ฟรีซไว้ เวลาจะกินค่อยนำออกมาอุ่น
💯 สรุป: สำรับนี้เป็นการรวมตัวของรสชาติที่ลงตัวมากค่ะ รสเปรี้ยวๆ ติดขมเล็กน้อยจากผักกุ่มจะไปตัดกับความเผ็ดหอมของน้ำพริกปลาย่าง และความมันนัวของดอกโสนกับไข่ต้มยางมะตูม กินแล้วสดชื่น บำรุงธาตุ และดีต่อสุขภาพลำไส้จริงๆ ที่สำคัญประหยัดมากด้วยค่ะ
ปิดท้าย แก้เผ็ดจากกล้วยน้ำว้า สวนหลังบ้าน แค่นี้ก็อิ่มอร่อยแล้วค่ะ
ใครชอบทานน้ำพริกแนวนี้ ลองเอาเคล็ดลับไปทำตามกันดูนะคะ หรือใครมีสูตรเด็ดๆ แวะมาแนะนำ แลกเปลี่ยนกันได้ค่ะ!
🔥 วิธีทำน้ำพริกปลาย่างสูตรโบราณ รสจัดจ้านสะใจ เก็บได้นานเป็นเดือน พร้อมเคล็ดลับเนื้อปลาฟูหอม ไม่เหม็นหืน 🌶️
สวัสดีค่ะทุกคน 😊
ช่วงนี้อากาศร้อนจัดจริงๆ ทำให้รู้สึกไม่ค่อยอยากทานอาหารอะไรที่หนักๆ
แถมเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันในตอนนี้ก็ร้อนระอุ ยิ่งกว่าอากาศอีกนะคะ 555+
สถานการณ์แบบนี้ ประหยัดอะไรได้ก็อยากประหยัด และถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่อยากออกนอกบ้านบ่อยๆ ให้เปลืองน้ำมันเลยค่ะ😅
จขกท.เลยพยายามมองหาเมนูที่ ทำครั้งเดียว สามารถเก็บไว้กินได้นานๆ
พอดีวันนี้ไปตลาด เจอปลาดุกย่างก็เลยนึกถึงเมนูนี้ค่ะ
👉 “น้ำพริกปลาย่างสูตรโบราณ”
เมนูที่ดูเหมือนจะทำง่าย…แต่ถ้ารู้เคล็ดลับ บอกเลยว่า “อร่อย หอมนัว และเก็บได้นานเป็นเดือน” ค่ะ 😄
ปลาดุกย่าง หอมกลิ่นรมควันแบบนี้ เหมาะมากสำหรับเมนูน้ำพริก
🥬 ผักกุ่มดอง ของคู่กัน
ช่วงนี้จะมีผักกุ่ม ผักพื้นบ้าน ที่หาทานยาก นิยมนำมาทำ“ผักกุ่มดอง” ทานคู่กับน้ำพริก เข้ากันดีเวอร์ค่ะ แถมราคาก็ดีงาม ถูงใหญ่ๆ ในราคา 20 บาท
🌸 แถมท้ายด้วย ดอกโสน 1 กองเบ้อเริ่ม ราคาแค่ 10 บาท
🐟 จุดเด่นของสูตรนี้
✔ เนื้อปลาฟู ไม่แฉะ
✔ หอมกลิ่นรมควัน
✔ รสจัดจ้าน กลมกล่อม
✔ เก็บได้นานเป็นเดือน
🛒 วัตถุดิบ
1. เนื้อปลาย่าง (ปลาดุก / ปลาช่อน หรือปลาอื่นๆ ตามชอบ)
2. พริกขี้หนูแห้ง :
(ถ้าไม่ชอบเผ็ดมาก ให้ใส่พริกแห้งเม็ดใหญ่ ลงไปผสม)
3. หอมแดง
4. กระเทียม
5. มะขามเปียก
6. น้ำปลา
7. น้ำตาลเล็กน้อย
8. กะปิ
9. ใบตอง
🧑🍳 วิธีทำ
1. พริก หอม กระเทียม →คั่วหรือ เผาให้สุกหอม
2. นำปลา หรือแกะเอาแต่เนื้อไปย่าง/ คั่วให้แห้ง กะปิ มะขาม ห่อใบตองหนาๆ นำไปเผาไฟ ให้พอหอม
👉 การนำมะขามเปียก (ทั้งฝักหรือแบบปั้นก้อน) ไปเสียบไม้ หรือห่อใบตอง แล้วย่างไฟ จนผิวเริ่มไหม้นิดๆ (อย่าให้ไหม้เกิน) จะช่วยดึงความหวานตามธรรมชาติออกมาผสมกับความเปรี้ยว รสชาติจะนัวกว่าการใช้น้ำมะขามเปียกสดๆ
3. ตำพริก หอมกระเทียม กะปิเผา ให้ละเอียดเข้ากัน ตามด้วยมะขามเปียกเผา แกะเอาแต่เนื้อ ลงไปตำรวมกัน
4. ใส่เนื้อปลา แกะเอาแต่เนื้อเก็บก้างออกให้หมด ลงไปตำ
จนเนื้อปลาฟู เข้ากันดี
5. ปรุงรสด้วยน้ำปลา
น้ำตาลเล็กน้อย ชิมรสให้ได้ตามชอบ (เผ็ดเค็มนำ เปรี้ยวตาม )
ถ้าน้ำพริกแห้งไป เติมน้ำอุ่นลงไปนิดหน่อยค่ะ
💡 เคล็ดลับเก็บน้ำพริกให้นานเป็นเดือน
1. คั่วเนื้อปลาหลังแกะ: หลังจากแกะเนื้อปลาดุกย่างแล้ว ให้เอาเนื้อไป คั่วในกระทะแห้งๆ ด้วยไฟอ่อนจนเนื้อปลาเริ่มแห้งและฟูขึ้นเล็กน้อยก่อนนำไปโขลก วิธีนี้จะช่วยไล่ความชื้น ทำให้น้ำพริกหอมขึ้นมากและเก็บได้นานขึ้นโดยไม่บูดง่าย
2. ผัดจนแห้ง: การผัดจะช่วยไล่ความชื้นออกจากเนื้อปลาและสมุนไพร (หอม, กระเทียม, มะขามเปียก) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำพริกเสีย
3. ใช้น้ำมันเล็กน้อย: การใช้น้ำมันพืชเล็กน้อยในการผัดจะช่วยเคลือบเนื้อน้ำพริก ไม่ให้สัมผัสกับอากาศโดยตรง ช่วยยืดอายุได้นานขึ้น และช่วยให้สีของน้ำพริกสวยน่าทานมากขึ้น
🧂การเก็บรักษา
ความสะอาด: ก่อนนำน้ำพริกใส่ลงไป ให้ลวกภาชนะด้วยน้ำร้อนและเช็ดให้ แห้งสนิท (ห้ามมีหยดน้ำเด็ดขาด) ใช้ภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อป้องกันกลิ่นและอากาศเข้า
ช่องธรรมดา: เก็บได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับความแห้งจากการผัด)
หากต้องการเก็บนานเกิน 1-2 เดือน ให้แบ่งใส่ถุงซิปล็อกหรือกระปุกเล็กๆ แยกเป็นมื้อๆ แล้วแช่ฟรีซไว้ เวลาจะกินค่อยนำออกมาอุ่น
💯 สรุป: สำรับนี้เป็นการรวมตัวของรสชาติที่ลงตัวมากค่ะ รสเปรี้ยวๆ ติดขมเล็กน้อยจากผักกุ่มจะไปตัดกับความเผ็ดหอมของน้ำพริกปลาย่าง และความมันนัวของดอกโสนกับไข่ต้มยางมะตูม กินแล้วสดชื่น บำรุงธาตุ และดีต่อสุขภาพลำไส้จริงๆ ที่สำคัญประหยัดมากด้วยค่ะ
ปิดท้าย แก้เผ็ดจากกล้วยน้ำว้า สวนหลังบ้าน แค่นี้ก็อิ่มอร่อยแล้วค่ะ
ใครชอบทานน้ำพริกแนวนี้ ลองเอาเคล็ดลับไปทำตามกันดูนะคะ หรือใครมีสูตรเด็ดๆ แวะมาแนะนำ แลกเปลี่ยนกันได้ค่ะ!