วิตามินเสริมต้องดูตัวประกอบในนั้น ซิลิก้า เกิดนิ่วในไต
ดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ
ผู้ป่วยชายอายุ 47 ปี มีก้อนนิ่วออกมาจากปัสสาวะ เป็นมา 3 สัปดาห์ ไม่เคยมีประวัติเป็นนิ่วมาก่อน
จากการซักประวัติอย่างละเอียด พบว่าผู้ป่วยไม่ได้ใช้ยาแผนปัจจุบันใดๆ เป็นประจำ แต่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เขาได้รับประทานวิตามินและอาหารเสริมหลายชนิดที่หาซื้อได้เอง (over-the-counter) เพื่อบำรุงสุขภาพในช่วงการระบาดของโควิด-19 และเพื่อเพิ่มพลังงาน ได้แก่
- วิตามินดี 3 (cholecalciferol): 5,000 IU ต่อวัน
- วิตามินซี 1,000 มก. ต่อวัน
- สังกะสี (zinc gluconate) 30 มก. ต่อวัน
- วิตามินบี 12 (cyanocobalamin) 1,000 microgram ต่อวัน เริ่มกิน 2 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล
- แมกนีเซียม (magnesium oxide) 250 มก. ต่อวัน เริ่มกิน 2 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล
ในช่วง 2 เดือนก่อนเกิดอาการ ผู้ป่วยถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งต้องงดอาหารและน้ำดื่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก โดยเขากินอาหารเพียงมื้อเดียวในเวลา 19.00 น.
Lab : Creatinine, eGFR อยู่ในเกณฑ์ปกติ ระดับแคลเซียมและกรดยูริกในเลือดปกติ การตรวจปัสสาวะ 24 ชั่วโมงพบปริมาณสารต่างๆ ปกติ ยกเว้นค่า saturation profile
เมื่อนำก้อนนิ่วที่ผู้ป่วยปัสสาวะออกมาไปวิเคราะห์ทางเคมี พบว่าเป็นนิ่วผสมที่ประกอบด้วย silica 60%, calcium carbonate 40%
โดยปกติแล้ว นิ่วในไตที่พบได้บ่อยที่สุดในมนุษย์คือนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลต (calcium oxalate) ส่วนนิ่วชนิดซิลิกา (silica) พบได้ยากมาก น้อยกว่า 1% ของผู้ป่วยนิ่วทั้งหมด ในอดีตนิ่วชนิดนี้มักสัมพันธ์กับการกินยาลดกรดแบบเก่าที่มีส่วนผสมของ magnesium trisilicate ติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่ในผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้กินยาลดกรดดังกล่าว
แพทย์ขอให้ผู้ป่วยนำขวดยาและฉลากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั้งหมดมาตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าตัวปัญหามาจากส่วนประกอบอื่นๆ (other ingredients) หรือสารเติมเต็ม (excipients)
สารเติมเต็มคือสารที่ใส่เข้ามาเพื่อขึ้นรูปเม็ดยา กันชื้น หรือเคลือบผิว ไม่ใช่ตัวยาหลัก จากการตรวจสอบพบว่าอาหารเสริมเกือบทุกตัวที่ผู้ป่วยรายนี้กิน มีส่วนผสมของ silicon dioxide หรือซิลิกาเป็นส่วนประกอบ โดยผลออกมาดังนี้
- แมกนีเซียม มี silicon dioxide
- วิตามินบี 12 มี silicon dioxide
- วิตามินซี มี silicon dioxide
- สังกะสี (zinc) มี calcium carbonate และส่วนประกอบอื่นๆ
เมื่อรวมปริมาณซิลิกาที่ได้รับจากอาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกันทุกวัน ประกอบกับภาวะที่ร่างกายขาดน้ำจากการถือศีลอด ทำให้ความเข้มข้นของซิลิกาในปัสสาวะสูงขึ้นจนตกตะกอนกลายเป็นนิ่วในที่สุด นอกจากนี้ การกินแมกนีเซียมออกไซด์อาจส่งผลให้ปัสสาวะมีสภาวะเป็นด่างขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเอื้อต่อการตกผลึกของแคลเซียมคาร์บอเนตอีกด้วย
แพทย์ได้แนะนำให้ผู้ป่วยหยุดกินอาหารเสริมทุกชนิดที่มีส่วนผสมของ silicon dioxide และเน้นย้ำเรื่องการดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยมากกว่า 2.5 ลิตรต่อวันในช่วงที่สามารถดื่มน้ำได้
หลังจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู้ป่วยไม่มีอาการนิ่วกำเริบอีก
นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/thiravat.h/photos/-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%88/1379882060846771/?set=a.407239901444330&http_ref=eyJ0cyI6MTc3NTExMTkxODAwMCwiciI6Imh0dHBzOlwvXC93d3cuZmFjZWJvb2suY29tXC9zaGFyZVwvMTdtREJBR2NHY1wvP21pYmV4dGlkPXd3WElmciJ9
“ นิ่วในไตจากการกินวิตามินเสริม “💊
ดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ
ผู้ป่วยชายอายุ 47 ปี มีก้อนนิ่วออกมาจากปัสสาวะ เป็นมา 3 สัปดาห์ ไม่เคยมีประวัติเป็นนิ่วมาก่อน
จากการซักประวัติอย่างละเอียด พบว่าผู้ป่วยไม่ได้ใช้ยาแผนปัจจุบันใดๆ เป็นประจำ แต่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เขาได้รับประทานวิตามินและอาหารเสริมหลายชนิดที่หาซื้อได้เอง (over-the-counter) เพื่อบำรุงสุขภาพในช่วงการระบาดของโควิด-19 และเพื่อเพิ่มพลังงาน ได้แก่
- วิตามินดี 3 (cholecalciferol): 5,000 IU ต่อวัน
- วิตามินซี 1,000 มก. ต่อวัน
- สังกะสี (zinc gluconate) 30 มก. ต่อวัน
- วิตามินบี 12 (cyanocobalamin) 1,000 microgram ต่อวัน เริ่มกิน 2 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล
- แมกนีเซียม (magnesium oxide) 250 มก. ต่อวัน เริ่มกิน 2 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล
ในช่วง 2 เดือนก่อนเกิดอาการ ผู้ป่วยถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งต้องงดอาหารและน้ำดื่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก โดยเขากินอาหารเพียงมื้อเดียวในเวลา 19.00 น.
Lab : Creatinine, eGFR อยู่ในเกณฑ์ปกติ ระดับแคลเซียมและกรดยูริกในเลือดปกติ การตรวจปัสสาวะ 24 ชั่วโมงพบปริมาณสารต่างๆ ปกติ ยกเว้นค่า saturation profile
เมื่อนำก้อนนิ่วที่ผู้ป่วยปัสสาวะออกมาไปวิเคราะห์ทางเคมี พบว่าเป็นนิ่วผสมที่ประกอบด้วย silica 60%, calcium carbonate 40%
โดยปกติแล้ว นิ่วในไตที่พบได้บ่อยที่สุดในมนุษย์คือนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลต (calcium oxalate) ส่วนนิ่วชนิดซิลิกา (silica) พบได้ยากมาก น้อยกว่า 1% ของผู้ป่วยนิ่วทั้งหมด ในอดีตนิ่วชนิดนี้มักสัมพันธ์กับการกินยาลดกรดแบบเก่าที่มีส่วนผสมของ magnesium trisilicate ติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่ในผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้กินยาลดกรดดังกล่าว
แพทย์ขอให้ผู้ป่วยนำขวดยาและฉลากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั้งหมดมาตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าตัวปัญหามาจากส่วนประกอบอื่นๆ (other ingredients) หรือสารเติมเต็ม (excipients)
สารเติมเต็มคือสารที่ใส่เข้ามาเพื่อขึ้นรูปเม็ดยา กันชื้น หรือเคลือบผิว ไม่ใช่ตัวยาหลัก จากการตรวจสอบพบว่าอาหารเสริมเกือบทุกตัวที่ผู้ป่วยรายนี้กิน มีส่วนผสมของ silicon dioxide หรือซิลิกาเป็นส่วนประกอบ โดยผลออกมาดังนี้
- แมกนีเซียม มี silicon dioxide
- วิตามินบี 12 มี silicon dioxide
- วิตามินซี มี silicon dioxide
- สังกะสี (zinc) มี calcium carbonate และส่วนประกอบอื่นๆ
เมื่อรวมปริมาณซิลิกาที่ได้รับจากอาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกันทุกวัน ประกอบกับภาวะที่ร่างกายขาดน้ำจากการถือศีลอด ทำให้ความเข้มข้นของซิลิกาในปัสสาวะสูงขึ้นจนตกตะกอนกลายเป็นนิ่วในที่สุด นอกจากนี้ การกินแมกนีเซียมออกไซด์อาจส่งผลให้ปัสสาวะมีสภาวะเป็นด่างขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเอื้อต่อการตกผลึกของแคลเซียมคาร์บอเนตอีกด้วย
แพทย์ได้แนะนำให้ผู้ป่วยหยุดกินอาหารเสริมทุกชนิดที่มีส่วนผสมของ silicon dioxide และเน้นย้ำเรื่องการดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยมากกว่า 2.5 ลิตรต่อวันในช่วงที่สามารถดื่มน้ำได้
หลังจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู้ป่วยไม่มีอาการนิ่วกำเริบอีก
นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้