เรากำลังประเมิน Small Talk ต่ำไปไหม? เมื่อจิตวิทยาเผยว่า ‘การคุยเรื่องน่าเบื่อ’ คือ ‘สิ่งขับเคลื่อนความสุข’
.
เคยไหมเวลาเดินสวนกับคนรู้จัก ติดในลิฟต์กับคนไม่สนิท หรือยืนรอคิวบุฟเฟต์ แล้วเราเลือกก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือ เพียงเพราะต้องการหลีกเลี่ยงความเงียบที่น่าอึดอัด เพียงเพราะไม่อยาก ‘คุยสัพเพเหระ’ (Small talk) กับใคร
.
พฤติกรรมนี้ต่างจากกลุ่มผู้สูงอายุที่มีพลังพิเศษในการชวนคนแปลกหน้าคุยได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่ดินฟ้าอากาศยันราคาผัก ซึ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ (โดยเฉพาะชาว Introvert) การคุยเรื่องไร้สาระแบบนี้มักเป็นเรื่องน่าเบื่อและเปลืองพลังงานชีวิต
.
แต่ในยุคที่ความเหงากลายเป็นโรคระบาดทางใจ เราอาจกำลังประเมิน Small talk ต่ำไป เพราะในทางจิตวิทยา การพูดคุยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อาจเป็นสิ่งขับเคลื่อนความสุขและ ‘Made My Day’ ให้เราได้อย่างไม่น่าเชื่อ
.
สอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดจากสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) โดย เอลิซาเบธ ตรินห์ (Elizabeth Trinh) จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ที่ชี้ว่า มนุษย์เรามักประเมิน ‘ความน่าเบื่อ’ ของการสนทนา ‘สูงเกินไป’ จนทำให้เกิดความกลัวและเลือกที่จะปิดโอกาสตัวเอง
.
ทีมวิจัยทดลองกับกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,800 คน โดยจับคู่ให้คุยกันในหัวข้อที่ทุกคนโหวตว่า ‘น่าเบื่อที่สุด’ อย่างเรื่องสมการคณิตศาสตร์ อาหารวีแกน หรือประวัติศาสตร์ โดยก่อนเริ่มทุกคนคาดเดาว่ามันต้องเป็นช่วงเวลาที่อึดอัดและทรมานมากแน่ๆ
.
แต่ผลลัพธ์กลับสวนทาง เพราะว่าพวกเขาสนุกกว่าที่คิด และรู้สึกเชื่อมโยงกับคนตรงหน้าสูงกว่าที่คาดไว้มาก ไม่ว่าคู่สนทนาจะเป็นเพื่อนสนิทหรือคนแปลกหน้าก็ตาม
.
แต่อะไรคือตัวแปรที่เปลี่ยนบทสนทนาที่แสนน่าเบื่อให้กลายเป็น ‘พื้นที่แห่งความสุข’?
.
นักวิจัยพบว่าเมื่อเริ่มคุยกันแล้ว ‘การโต้ตอบ’ สำคัญกว่า ‘หัวข้อที่พูดคุย’ เพราะสิ่งที่ขับเคลื่อนความสุขคือ ‘การมีส่วนร่วม’ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ได้รับการรับฟัง หรือการได้รู้มุมมองที่ไม่คาดคิดของอีกฝ่าย สิ่งเหล่านี้ทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นสิ่งที่มีความหมายขึ้นมา
.
เพราะที่ผ่านมาเราให้ค่ากับหัวข้อสนทนามากเกินไป จนประเมินการคุยสัพเพเหระต่ำเกินไป มองเพียงว่าการคุยเรื่องน่าเบื่อจะสนุกได้แค่ไหน นักวิจัยเตือนว่า การหลีกเลี่ยงการสนทนาเพียงเพราะคิดว่ามันจะน่าเบื่อ อาจทำให้เราพลาดโอกาสง่ายๆ ในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ
.
โดยในความเป็นจริง การเชื่อมต่อทางสังคมมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพกายและใจ สามารถช่วยสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและลดความเสี่ยงของความเหงาได้ การที่เราเลือกจะข้ามการทักทายในชีวิตประจำวัน อาจจะทำให้เราพลาดช่วงเวลาเล็กๆ ที่มีคุณค่ากว่าที่คิด มีนักวิจัยแนะนำให้ลองปรับทัศนคติใหม่ โดยเปลี่ยนมาถามตัวเองว่า “ฉันจะเรียนรู้อะไรจากคนตรงหน้าได้บ้าง” แทนที่จะกังวลว่าหัวข้อนั้นจะน่าสนใจไหม
.
เพราะเอาเข้าจริง แม้แต่บทสนทนา ‘ธรรมดา’ ก็อาจเป็นสิ่งที่มี ‘คุณค่า’ และสามารถ Made My Day ให้เราได้แบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน
.
CR : BrandThink
🔗
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/brandthink.me/photos/mind-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99-small-talk-%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B9%88/1574967460858251/?set=a.811136580574680&http_ref=eyJ0cyI6MTc4MDczMjc3NTAwMCwiciI6Imh0dHBzOlwvXC93d3cuZmFjZWJvb2suY29tXC9zaGFyZVwvMTlrZTF2SmJxTVwvP21pYmV4dGlkPXd3WElmciJ9
เคยเห็นเอเนอจี้ของผู้สูงอายุมั้ย ที่เดินไปทางไหนก็แวะคุยกับใครๆไปได้ตลอดทาง มาดูพลังของ “Samll Talk”
.
เคยไหมเวลาเดินสวนกับคนรู้จัก ติดในลิฟต์กับคนไม่สนิท หรือยืนรอคิวบุฟเฟต์ แล้วเราเลือกก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือ เพียงเพราะต้องการหลีกเลี่ยงความเงียบที่น่าอึดอัด เพียงเพราะไม่อยาก ‘คุยสัพเพเหระ’ (Small talk) กับใคร
.
พฤติกรรมนี้ต่างจากกลุ่มผู้สูงอายุที่มีพลังพิเศษในการชวนคนแปลกหน้าคุยได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่ดินฟ้าอากาศยันราคาผัก ซึ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ (โดยเฉพาะชาว Introvert) การคุยเรื่องไร้สาระแบบนี้มักเป็นเรื่องน่าเบื่อและเปลืองพลังงานชีวิต
.
แต่ในยุคที่ความเหงากลายเป็นโรคระบาดทางใจ เราอาจกำลังประเมิน Small talk ต่ำไป เพราะในทางจิตวิทยา การพูดคุยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อาจเป็นสิ่งขับเคลื่อนความสุขและ ‘Made My Day’ ให้เราได้อย่างไม่น่าเชื่อ
.
สอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดจากสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) โดย เอลิซาเบธ ตรินห์ (Elizabeth Trinh) จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ที่ชี้ว่า มนุษย์เรามักประเมิน ‘ความน่าเบื่อ’ ของการสนทนา ‘สูงเกินไป’ จนทำให้เกิดความกลัวและเลือกที่จะปิดโอกาสตัวเอง
.
ทีมวิจัยทดลองกับกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,800 คน โดยจับคู่ให้คุยกันในหัวข้อที่ทุกคนโหวตว่า ‘น่าเบื่อที่สุด’ อย่างเรื่องสมการคณิตศาสตร์ อาหารวีแกน หรือประวัติศาสตร์ โดยก่อนเริ่มทุกคนคาดเดาว่ามันต้องเป็นช่วงเวลาที่อึดอัดและทรมานมากแน่ๆ
.
แต่ผลลัพธ์กลับสวนทาง เพราะว่าพวกเขาสนุกกว่าที่คิด และรู้สึกเชื่อมโยงกับคนตรงหน้าสูงกว่าที่คาดไว้มาก ไม่ว่าคู่สนทนาจะเป็นเพื่อนสนิทหรือคนแปลกหน้าก็ตาม
.
แต่อะไรคือตัวแปรที่เปลี่ยนบทสนทนาที่แสนน่าเบื่อให้กลายเป็น ‘พื้นที่แห่งความสุข’?
.
นักวิจัยพบว่าเมื่อเริ่มคุยกันแล้ว ‘การโต้ตอบ’ สำคัญกว่า ‘หัวข้อที่พูดคุย’ เพราะสิ่งที่ขับเคลื่อนความสุขคือ ‘การมีส่วนร่วม’ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ได้รับการรับฟัง หรือการได้รู้มุมมองที่ไม่คาดคิดของอีกฝ่าย สิ่งเหล่านี้ทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นสิ่งที่มีความหมายขึ้นมา
.
เพราะที่ผ่านมาเราให้ค่ากับหัวข้อสนทนามากเกินไป จนประเมินการคุยสัพเพเหระต่ำเกินไป มองเพียงว่าการคุยเรื่องน่าเบื่อจะสนุกได้แค่ไหน นักวิจัยเตือนว่า การหลีกเลี่ยงการสนทนาเพียงเพราะคิดว่ามันจะน่าเบื่อ อาจทำให้เราพลาดโอกาสง่ายๆ ในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ
.
โดยในความเป็นจริง การเชื่อมต่อทางสังคมมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพกายและใจ สามารถช่วยสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและลดความเสี่ยงของความเหงาได้ การที่เราเลือกจะข้ามการทักทายในชีวิตประจำวัน อาจจะทำให้เราพลาดช่วงเวลาเล็กๆ ที่มีคุณค่ากว่าที่คิด มีนักวิจัยแนะนำให้ลองปรับทัศนคติใหม่ โดยเปลี่ยนมาถามตัวเองว่า “ฉันจะเรียนรู้อะไรจากคนตรงหน้าได้บ้าง” แทนที่จะกังวลว่าหัวข้อนั้นจะน่าสนใจไหม
.
เพราะเอาเข้าจริง แม้แต่บทสนทนา ‘ธรรมดา’ ก็อาจเป็นสิ่งที่มี ‘คุณค่า’ และสามารถ Made My Day ให้เราได้แบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน
.
CR : BrandThink
🔗
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้