ในขณะที่ควันธูปจากซากปรักหักพังของคาสตาเมียร์ยังไม่ทันจางหาย ข่าวลือเรื่อง "มฤตยูสีทองแดง" มังกรพูดได้ที่น่าสะพรึงยิ่งกว่า “มฤตยูดำ” ของเอกอนผู้พิชิต ก็แพร่กระจายไปทั่วเจ็ดอาณาจักรเร็วยิ่งกว่าฝูงเรเวนตัวใดจะบินทัน เรื่องเล่าถูกต่อเติมจนกลายเป็นตำนานที่น่าสะพรึงกลัว แต่สิ่งที่ทำให้บรรดาลอร์ดทุกตระกูลต้องหนาวสั่นไปถึงกระดูก ไม่ใช่แค่ขนาดของมัน... แต่คือข่าวลือจากปากผู้รอดชีวิต
มีทหารยามตระกูลเรนเพียงไม่กี่คนที่รอดชีวิตจากการแอบในอุโมงค์เหมืองลึก พวกเขาคลานออกมาด้วยสภาพเนื้อตัวพุพองและดวงตาที่ว่างเปล่า เรื่องราวที่พวกเขาเล่าในโรงเตี๊ยมและหน้าบัลลังก์ของลอร์ดต่าง ๆ กลายเป็นฝันร้ายที่สลัดไม่หลุด
"มันไม่ได้แค่คำราม..." นายทหารคนหนึ่งกล่าวด้วยมือที่สั่นเทา "มันหัวเราะ! เสียงของมันทุ้มลึกราวกับแผ่นดินแยก มัน ’พูดคุย’ และเล่นกับนายเราเหมือนแมวหยอกหนูก่อนจะปลิดชีพอย่างสยดสยอง มันเรียกชื่อราชาของเรา... มันเรียกพระองค์ว่า 'ราชาหัวเทา' ราวกับสนิทสนมกันมานานแสนนาน มันบอกว่ากษัตริย์เอกอนคือผู้ที่ชี้ทางมันมาสู่ขุมทองนี้!"
ความเข้าใจผิดครั้งยิ่งใหญ่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว บรรดาลอร์ดแห่งเวสเทอรอสที่เคยสบประมาท "เอกอนที่ 5" ว่าเป็นกษัตริย์ใจอ่อนที่รักชาวบ้าน บัดนี้กลับมองเขาด้วยความหวาดระแวงและยำเกรงสูงสุดไม่มีใครเชื่ออีกต่อไปว่ามังกรคือสิ่งที่ตายไปแล้ว ข่าวลือที่ว่าสม็อกพูดสื่อสารกับ Egg ได้ ทำให้ทุกคนปักใจเชื่อว่า Egg ครอบครองอาคมลับแห่งวาแลร์เรีย ที่สูญหายไป เขาสามารถสั่งให้สัตว์ร้ายที่ฉลาดหลักแหลมและโหดเหี้ยมที่สุดในโลกทำตามความต้องการได้ทุกอย่าง คำว่า "อัญเชิญ" ที่ Egg เคยใช้บิดเบือน กลายเป็นความจริงที่ไม่มีใครกล้าสงสัย ลอร์ดทั้งหลายเริ่มตั้งฉายาใหม่ให้เขาอย่างลับๆ ว่า "Aegon The Dragon-Summoner" (เอกอนผู้อัญเชิญมังกร) หรือ "Aegon The Golden Warlock" (เอกอนจอมเวททองคำ)
ที่ คาสเตอร์ลีร็อก ลอร์ดไททอส แลนนิสเตอร์ ถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อทราบข่าวว่าเหมืองทองที่คาสตาเมียร์คู่แข่งของตนราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว และปราสาทที่แข็งแกร่งที่สุดยังพังทลายลงราวกับกองฟาง
ในขณะที่ชาวบ้านเริ่มขับขานเสียงเพลง “สายฝนเพลิงแห่งคาสตาเมียร์” เพลงที่สะท้อนถึงจุดจบอันน่าสลดของตระกูลเรน ที่บังอาจลูบคมท้าทายอำนาจของบัลลังก์เหล็ก จนถูกฝนแห่งเพลิงมังกรเผาไหม้จนปราสาทเป็นเป็นผุยผง โดยมีเนื้อร้องว่า :
”เจ้าคือใคร? ลอร์ดผู้หยิ่งผยองกล่าวท้า
เหตุใดข้าต้องก้มหัวแก่ผมสีเทา?
ในเมื่อสิงโตแดงตัวนี้ มีกรงเล็บแกร่งกล้า
ท้าทายไฟมังกรผู้เป็นเจ้า...
กรงเล็บข้าคมกริบ ไม่แพ้เขี้ยวเล็บใคร
แม้จะยิ่งใหญ่มาจากฟากฟ้าไกล...
แต่บัดนี้... บนฟากฟ้ามิใช่เมฆฝน
แต่เป็นสุริยาที่ร่วงหล่นลงมาถล่ม
มิใช่หยาดน้ำที่รินไหลเข้าท่วมทน
แต่เป็นเปลวเพลิงเผาผลาญจนสิ้นปฐม
หินทุกก้อนละลายหลอมเป็นสายธาร
ใต้เงาปีกที่บดบังแสงจันทร์จนมืดมิด...
และบัดนี้... ฝนเพลิงโปรยปรายในโถงหิน
ชโลมรินทับร่างจนสิ้นลมจิต
ไร้ซึ่งเสียงคน ไร้ซึ่งคำอธิษฐานนิมิต
เหลือเพียงเถ้าถ่านสถิตในความเงียบงัน...
ใช่แล้ว... บัดนี้ฝนเพลิงโปรยปรายในโถงหิน
และไม่มีใครรอดชีวิต... มาสดับฟังแม้แต่คนเดียว“
Egg: นั่งจิบไวน์พลางอ่านข่าวรายงานจากบรรดานกน้อยด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ดังก์... ดูสิ ข้าไม่ต้องใช้กองทัพสักคนเดียว แค่ปล่อยให้สม็อกไป 'กินมื้อค่ำ' ที่คาสตาเมียร์ อาณาจักรก็กลับมารักข้าขึ้นมาทันที ท่านผู้พิชิต ขี่มฤตยูดำ รวบรวมทหารเข้าสู้ศึก แต่ข้าไม่ต้องขี่มฤตยูทองแดงตัวนี้ไปรบเองด้วยซ้ำ“
ดังก์ ยืนกอดอกพิงเสา "พวกเขารักท่าน หรือพวกเขากลัวมังกรที่ชอบพูดจาถากถางนั่นกันแน่เอ็กก์?"
Egg: "ในอาณาจักรนี้ดังก์... ความรักกับความกลัวมันให้ผลลัพธ์เหมือนกัน ตราบใดที่ประชาชนยังมีข้าวกิน และขุนนางไม่กล้าก่อกบฏ ข้าจะยอมเป็น 'ปีศาจ' ในสายตาของลอร์ดพวกนั้นเพื่อเป็น 'นักบุญ' ในสายตาของชาวบ้าน"
ดังก์: "ข้าเข้าใจว่าเจ้าต้องการอำนาจนะ... แต่ทำไมต้องคาสตาเมียร์? ทำไมต้องเป็นตระกูลเรน?"
Egg ยกนิ้วขึ้นมา 1 นิ้วเพื่ออธิบายเหตุผลที่เขาคำนวณมาอย่างดีแล้ว
“ประการแรกนะดังก์... คาสตาเมียร์ไม่ใช่ปราสาทธรรมดานะ อย่างแรก มันคือป้อมปราการใต้ดินที่ลึกและซับซ้อนที่สุดในเจ็ดราชอาณาจักร พวกเรน หยิ่งผยองเพราะพวกเขาคิดว่าไม่มีไฟมังกรตัวไหนจะส่องไปถึงก้นบึ้งของอุโมงค์พวกเขาได้... ข้าต้องการพิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็นว่า ต่อให้เจ้ามุดลงไปลึกแค่ไหน หรือมีกำแพงหนาเพียงใด 'เพลิงแห่งทาร์แกเรียน' จะตามไปลากคอเจ้าออกมาได้เสมอ ถ้าข้าถล่มคาสตาเมียร์ได้ ปราสาทอื่นในโลกนี้ก็ไม่มีที่ไหนปลอดภัยอีกต่อไป“
Egg ชูนิ้วเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งนิ้วพร้อมกล่าวต่อ ประการที่ 2 ไททอส แลนนิสเตอร์ ราชสีห์หัวเราะ เป็นคนขี้ขลาดและอ่อนแอ เขาปล่อยให้ลูกน้องอย่างพวกเรนและทาร์เบ็คขี่คอจนสิงโตกลายเป็นลูกแมวมานาน... ข้าเลือกคาสตาเมียร์เพราะมันคือการช่วยและขู่ไททอสไปในเวลาเดียวกัน ข้าจะแสดงให้เขาเห็นว่าข้าเป็นคนจัดการศัตรูให้เขา แต่ราคาที่เขาต้องจ่ายคือความภักดีและทองคำทั้งหมดที่เขามี ข้าไม่ต้องการกำจัดแลนนิสเตอร์ ข้าต้องการเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นธนาคารส่วนตัวของข้า การให้สม็อกไปนอนเฝ้าคาสตาเมียร์ เท่ากับข้าได้เอาดาบไปจ่อคอหอยศิลาคาสเตอลี่ตลอดเวลา พวกเขาจะยิ่งทำตัวอยู่ในร่องในรอย มากขึ้น เพราะรู้ดีว่าสม็อกสามารถบินมาถึงบ้านเขาได้ในเวลาไม่กี่อึดใจ ไททอสจะเป็นโทรโข่งชั้นดีที่ช่วยกระจายข่าวลือว่า นี่คือโทสะของกษัตริย์ ที่สั่งผ่านมังกร บรรดาลอร์ดที่เคยหัวเราะเยาะข้าจะเริ่มฝันร้ายถึงเสียงกระพือปีกสีทองแดง และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความสงบสุขที่ข้าต้องการสร้าง
Egg ชูนิ้วขึ้นอีกเป็น 3 นิ้ว “และเหตุผลสุดท้ายสำคัญที่สุด... สม็อกต้องการทอง คาสตาเมียร์คือเหมืองทองที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเรนสะสมสมบัติมหาศาลไว้ใต้ดิน ถ้าข้าส่งมันไปหาพวกลอร์ดจนๆ มันคงเผาข้าทิ้งตั้งแต่วันแรก แต่การส่งมันไปหาตระกูลที่รวยเป็นอันดับสองของอาณาจักร คือการทำให้หุ้นส่วนของข้าอิ่มไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยที่ข้าไม่ต้องควักทองจากคิงส์แลนดิ้งแม้แต่เหรียญกวางเงินเดียว”
ดังก์ถามต่อ “แต่ทองที่นำไปมอบให้สม็อกในตอนแรกก็มากโขอยู่นะ เราก็ยิ่งถังแตกอยู่ด้วย เจ้าจะหาเงินจากไหนมาเติมล่ะ ไหนจะครั้งต่อๆไป ถ้ามังกรยักษ์มันเกิดหิวทองขึ้นมาอีกล่ะ”
Egg: "ข้าจะประกาศเก็บ 'ส่วยมังกร' ทั่วราชอาณาจักร ใครที่ชอบซุกซ่อนสมบัติหรือขูดรีดราษฎร ข้าจะบีบให้มันคายทองออกมาเพื่อ 'ซื้อความปลอดภัย' จากไฟของสม็อก ข้าจะบอกพวกมันว่า 'ส่งทองมาให้ข้า แล้วข้าจะกล่อมให้มังกรหลับต่อไป' แต่ความจริงคือ ทองเหล่านั้นบางส่วนจะถูกนำไปสร้างกองทัพ พัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้าน อีกส่วนจะถูกสะสมไว้เป็นคลังแสงลับของเราที่ดราก้อนสโตนแล้วเพื่อรอวันที่เราไม่ต้องพึ่งพามังกรตัวนี้อีกต่อไป"
ดังก์ : "เจ้ากำลังจะบอกว่า... เจ้าจะใช้สม็อกเป็น พนักงานเก็บภาษีที่น่ากลัวที่สุดในโลกงั้นรึ? เจ้ารีดไถทองจากพวกขุนนางโดยอ้างชื่อมังกร แต่แท้จริงแล้วเจ้าแบ่งให้มันเพียงส่วนน้อย และแอบยักยอกส่วนที่เหลือไปเก็บไว้เองที่ดราก้อนสโตน?
Egg: ”ถูกต้องดังก์! สม็อกน่ะถึงมันจะฉลาดแค่ไหน มันก็ไม่มีสมุดบัญชีหรอก มันชอบนอนบนกองทอง แต่มันไม่เคยนับหรอกว่าทองในกองนั้นมีกี่ล้านเหรียญมังกรทอง มันขอแค่ให้กองสมบัติของมันดู 'สูงขึ้น' และ 'แวววาวขึ้น' ทุกครั้งที่มันตื่นมาก็พอ ยิ่งถ้ามันได้บ้านหลังใหม่อย่างคาสตาเมียร์มา มันไม่มีเวลามาสนใจทองจากลอร์ดอื่นๆ หรอกว่าข้าได้ป้อนเข้าปากมันครบหรือไม่“
ดังก์: "เจ้ากำลังเล่นกับไฟสองกองนะเอ็กก์ ไฟกองแรกคือมังกรที่เจ้าไปหลอกมัน และไฟกองที่สองคือขุนนางทั้งเจ็ดคาบสมุทรที่เจ้าไปขูดรีดมัน ถ้าพวกมันรู้ความจริงพร้อมกัน..."
"เรื่องสม็อกน่ะข้ามีแผนจัดการไว้แล้ว“ Egg กล่าวแทรกขึ้นมาอย่างภูมิใจ
”ส่วนพวกลอร์ดจะไม่มีวันรู้ความจริงดังก์ เพราะตราบใดที่เงามืดของสม็อกยังพาดผ่านปราสาทของพวกมัน พวกมันจะยุ่งอยู่กับการคุกเข่าจนไม่มีเวลาเงยหน้าขึ้นมานับเงินในรถม้าของข้าหรอก และถ้าสม็อกมันเริ่มหิวทองขึ้นมาอีกจริง เจ้าคิดว่าศัตรูของบัลลังก์เหล็กมีแค่ในเวสเทอรอสรึ? โน่นไง... ข้ามทะเลแคบไปสิ พวกมังกรดำที่ซ่อนตัวอยู่ในเอสซอส และพวกมันไม่ได้สู้ด้วยดาบอย่างเดียว พวกมันสู้ด้วยทอง จากพวกโจรสลัดและวาณิชจอมปลอมในนครเสรีทั้งหลาย ข่าวจากนกน้อยของบลัดเรเวนบอกว่า ตอนนี้มีพวกทรชนเก้าคนมารวมตัวกัน เรียกตัวเองว่าราชันเก้าเหรียญพวกมันสะสมกำลังพลและทองคำมหาศาลเพื่อจะมาชิงบัลลังก์ของข้า"
ดังก์: "ถ้าพวกมันมีทุนหนาขนาดนั้น เจ้าไม่กลัวพวกมันจะจ้างนักฆ่า หรือหาทางซื้อตัวมังกรนั่นไปรึ?"
“ซื้อสม็อกงั้นรึ?” Egg หัวเราะ “เจ้าไม่เห็นที่มันคุยกับข้ารึ มันไม่ใช่มังกรที่เกิดมาเพื่อรับใช้ หรือซื้อง่ายๆ ด้วยทองที่มันชิงมาเองเมื่อไรก็ได้ แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่มีอำนาจของตัวเอง ความยะโสของมันสูงเสียดฟ้าเกินกว่าจะยอมเป็นขี้ข้าพวกพ่อค้าในไทโรชหรือลิธ ข้าจะบอกสม็อกว่าพวกเก้าเหรียญนั่นกำลัง แย่งทองที่ควรจะเป็นของมัน... ข้าจะทำให้สม็อกมองว่าพวกแบล็กไฟร์คือหัวขโมย ที่บังอาจมาแตะต้องสมบัติในอนาคตของมังกรทอง”
"เจ้ากำลังจะเปลี่ยนสงครามที่ควรจะเป็นการนองเลือดของทหารเวสเทอรอส ให้กลายเป็นการล่าสมบัติของมังกรตัวเดียวสินะ" ดังก์เบิกตากว้าง ตกตะลึงในแผนการอันปราดเปรื่อง
Egg: "นั่นแหละแผนของข้า แทนที่ข้าจะต้องส่งลูกหลานชาวบ้านไปตายที่สะพานหัวกะโหลกหรือเกาะขั้นบันได ข้าแค่ส่งสม็อกไปที่นั่น ให้มันไปเผากองเรือของพวกพ่อค้า และกวาดเอาทรัพย์สมบัติของพวกเก้าเหรียญมากองไว้ที่แทบเท้าข้า... ข้าจะได้ทั้งชัยชนะ และได้ทองมาอุดรอยรั่วในท้องพระคลังโดยไม่ต้องเสียทหารสักคนเดียว“
ดังก์ ส่ายหัวช้าๆ "เจ้าไม่ใช่ Egg คนเดิมที่ข้ารู้จักจริงๆ... เจ้ามันคือ 'เอกอน' โจรสวมมงกุฎของแท้
Egg: "ข้ายังเป็น Egg คนเดิมของเจ้าเสมอดังก์...“
ทาร์แกเรียนฉบับเมากาว : เมื่อ Aegon V The Unlikely มีมังกร ตอนที่ 7 ส่วยมังกร
มีทหารยามตระกูลเรนเพียงไม่กี่คนที่รอดชีวิตจากการแอบในอุโมงค์เหมืองลึก พวกเขาคลานออกมาด้วยสภาพเนื้อตัวพุพองและดวงตาที่ว่างเปล่า เรื่องราวที่พวกเขาเล่าในโรงเตี๊ยมและหน้าบัลลังก์ของลอร์ดต่าง ๆ กลายเป็นฝันร้ายที่สลัดไม่หลุด
"มันไม่ได้แค่คำราม..." นายทหารคนหนึ่งกล่าวด้วยมือที่สั่นเทา "มันหัวเราะ! เสียงของมันทุ้มลึกราวกับแผ่นดินแยก มัน ’พูดคุย’ และเล่นกับนายเราเหมือนแมวหยอกหนูก่อนจะปลิดชีพอย่างสยดสยอง มันเรียกชื่อราชาของเรา... มันเรียกพระองค์ว่า 'ราชาหัวเทา' ราวกับสนิทสนมกันมานานแสนนาน มันบอกว่ากษัตริย์เอกอนคือผู้ที่ชี้ทางมันมาสู่ขุมทองนี้!"
ความเข้าใจผิดครั้งยิ่งใหญ่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว บรรดาลอร์ดแห่งเวสเทอรอสที่เคยสบประมาท "เอกอนที่ 5" ว่าเป็นกษัตริย์ใจอ่อนที่รักชาวบ้าน บัดนี้กลับมองเขาด้วยความหวาดระแวงและยำเกรงสูงสุดไม่มีใครเชื่ออีกต่อไปว่ามังกรคือสิ่งที่ตายไปแล้ว ข่าวลือที่ว่าสม็อกพูดสื่อสารกับ Egg ได้ ทำให้ทุกคนปักใจเชื่อว่า Egg ครอบครองอาคมลับแห่งวาแลร์เรีย ที่สูญหายไป เขาสามารถสั่งให้สัตว์ร้ายที่ฉลาดหลักแหลมและโหดเหี้ยมที่สุดในโลกทำตามความต้องการได้ทุกอย่าง คำว่า "อัญเชิญ" ที่ Egg เคยใช้บิดเบือน กลายเป็นความจริงที่ไม่มีใครกล้าสงสัย ลอร์ดทั้งหลายเริ่มตั้งฉายาใหม่ให้เขาอย่างลับๆ ว่า "Aegon The Dragon-Summoner" (เอกอนผู้อัญเชิญมังกร) หรือ "Aegon The Golden Warlock" (เอกอนจอมเวททองคำ)
ที่ คาสเตอร์ลีร็อก ลอร์ดไททอส แลนนิสเตอร์ ถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อทราบข่าวว่าเหมืองทองที่คาสตาเมียร์คู่แข่งของตนราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว และปราสาทที่แข็งแกร่งที่สุดยังพังทลายลงราวกับกองฟาง
ในขณะที่ชาวบ้านเริ่มขับขานเสียงเพลง “สายฝนเพลิงแห่งคาสตาเมียร์” เพลงที่สะท้อนถึงจุดจบอันน่าสลดของตระกูลเรน ที่บังอาจลูบคมท้าทายอำนาจของบัลลังก์เหล็ก จนถูกฝนแห่งเพลิงมังกรเผาไหม้จนปราสาทเป็นเป็นผุยผง โดยมีเนื้อร้องว่า :
”เจ้าคือใคร? ลอร์ดผู้หยิ่งผยองกล่าวท้า
เหตุใดข้าต้องก้มหัวแก่ผมสีเทา?
ในเมื่อสิงโตแดงตัวนี้ มีกรงเล็บแกร่งกล้า
ท้าทายไฟมังกรผู้เป็นเจ้า...
กรงเล็บข้าคมกริบ ไม่แพ้เขี้ยวเล็บใคร
แม้จะยิ่งใหญ่มาจากฟากฟ้าไกล...
แต่บัดนี้... บนฟากฟ้ามิใช่เมฆฝน
แต่เป็นสุริยาที่ร่วงหล่นลงมาถล่ม
มิใช่หยาดน้ำที่รินไหลเข้าท่วมทน
แต่เป็นเปลวเพลิงเผาผลาญจนสิ้นปฐม
หินทุกก้อนละลายหลอมเป็นสายธาร
ใต้เงาปีกที่บดบังแสงจันทร์จนมืดมิด...
และบัดนี้... ฝนเพลิงโปรยปรายในโถงหิน
ชโลมรินทับร่างจนสิ้นลมจิต
ไร้ซึ่งเสียงคน ไร้ซึ่งคำอธิษฐานนิมิต
เหลือเพียงเถ้าถ่านสถิตในความเงียบงัน...
ใช่แล้ว... บัดนี้ฝนเพลิงโปรยปรายในโถงหิน
และไม่มีใครรอดชีวิต... มาสดับฟังแม้แต่คนเดียว“
Egg: นั่งจิบไวน์พลางอ่านข่าวรายงานจากบรรดานกน้อยด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ดังก์... ดูสิ ข้าไม่ต้องใช้กองทัพสักคนเดียว แค่ปล่อยให้สม็อกไป 'กินมื้อค่ำ' ที่คาสตาเมียร์ อาณาจักรก็กลับมารักข้าขึ้นมาทันที ท่านผู้พิชิต ขี่มฤตยูดำ รวบรวมทหารเข้าสู้ศึก แต่ข้าไม่ต้องขี่มฤตยูทองแดงตัวนี้ไปรบเองด้วยซ้ำ“
ดังก์ ยืนกอดอกพิงเสา "พวกเขารักท่าน หรือพวกเขากลัวมังกรที่ชอบพูดจาถากถางนั่นกันแน่เอ็กก์?"
Egg: "ในอาณาจักรนี้ดังก์... ความรักกับความกลัวมันให้ผลลัพธ์เหมือนกัน ตราบใดที่ประชาชนยังมีข้าวกิน และขุนนางไม่กล้าก่อกบฏ ข้าจะยอมเป็น 'ปีศาจ' ในสายตาของลอร์ดพวกนั้นเพื่อเป็น 'นักบุญ' ในสายตาของชาวบ้าน"
ดังก์: "ข้าเข้าใจว่าเจ้าต้องการอำนาจนะ... แต่ทำไมต้องคาสตาเมียร์? ทำไมต้องเป็นตระกูลเรน?"
Egg ยกนิ้วขึ้นมา 1 นิ้วเพื่ออธิบายเหตุผลที่เขาคำนวณมาอย่างดีแล้ว
“ประการแรกนะดังก์... คาสตาเมียร์ไม่ใช่ปราสาทธรรมดานะ อย่างแรก มันคือป้อมปราการใต้ดินที่ลึกและซับซ้อนที่สุดในเจ็ดราชอาณาจักร พวกเรน หยิ่งผยองเพราะพวกเขาคิดว่าไม่มีไฟมังกรตัวไหนจะส่องไปถึงก้นบึ้งของอุโมงค์พวกเขาได้... ข้าต้องการพิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็นว่า ต่อให้เจ้ามุดลงไปลึกแค่ไหน หรือมีกำแพงหนาเพียงใด 'เพลิงแห่งทาร์แกเรียน' จะตามไปลากคอเจ้าออกมาได้เสมอ ถ้าข้าถล่มคาสตาเมียร์ได้ ปราสาทอื่นในโลกนี้ก็ไม่มีที่ไหนปลอดภัยอีกต่อไป“
Egg ชูนิ้วเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งนิ้วพร้อมกล่าวต่อ ประการที่ 2 ไททอส แลนนิสเตอร์ ราชสีห์หัวเราะ เป็นคนขี้ขลาดและอ่อนแอ เขาปล่อยให้ลูกน้องอย่างพวกเรนและทาร์เบ็คขี่คอจนสิงโตกลายเป็นลูกแมวมานาน... ข้าเลือกคาสตาเมียร์เพราะมันคือการช่วยและขู่ไททอสไปในเวลาเดียวกัน ข้าจะแสดงให้เขาเห็นว่าข้าเป็นคนจัดการศัตรูให้เขา แต่ราคาที่เขาต้องจ่ายคือความภักดีและทองคำทั้งหมดที่เขามี ข้าไม่ต้องการกำจัดแลนนิสเตอร์ ข้าต้องการเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นธนาคารส่วนตัวของข้า การให้สม็อกไปนอนเฝ้าคาสตาเมียร์ เท่ากับข้าได้เอาดาบไปจ่อคอหอยศิลาคาสเตอลี่ตลอดเวลา พวกเขาจะยิ่งทำตัวอยู่ในร่องในรอย มากขึ้น เพราะรู้ดีว่าสม็อกสามารถบินมาถึงบ้านเขาได้ในเวลาไม่กี่อึดใจ ไททอสจะเป็นโทรโข่งชั้นดีที่ช่วยกระจายข่าวลือว่า นี่คือโทสะของกษัตริย์ ที่สั่งผ่านมังกร บรรดาลอร์ดที่เคยหัวเราะเยาะข้าจะเริ่มฝันร้ายถึงเสียงกระพือปีกสีทองแดง และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความสงบสุขที่ข้าต้องการสร้าง
Egg ชูนิ้วขึ้นอีกเป็น 3 นิ้ว “และเหตุผลสุดท้ายสำคัญที่สุด... สม็อกต้องการทอง คาสตาเมียร์คือเหมืองทองที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเรนสะสมสมบัติมหาศาลไว้ใต้ดิน ถ้าข้าส่งมันไปหาพวกลอร์ดจนๆ มันคงเผาข้าทิ้งตั้งแต่วันแรก แต่การส่งมันไปหาตระกูลที่รวยเป็นอันดับสองของอาณาจักร คือการทำให้หุ้นส่วนของข้าอิ่มไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยที่ข้าไม่ต้องควักทองจากคิงส์แลนดิ้งแม้แต่เหรียญกวางเงินเดียว”
ดังก์ถามต่อ “แต่ทองที่นำไปมอบให้สม็อกในตอนแรกก็มากโขอยู่นะ เราก็ยิ่งถังแตกอยู่ด้วย เจ้าจะหาเงินจากไหนมาเติมล่ะ ไหนจะครั้งต่อๆไป ถ้ามังกรยักษ์มันเกิดหิวทองขึ้นมาอีกล่ะ”
Egg: "ข้าจะประกาศเก็บ 'ส่วยมังกร' ทั่วราชอาณาจักร ใครที่ชอบซุกซ่อนสมบัติหรือขูดรีดราษฎร ข้าจะบีบให้มันคายทองออกมาเพื่อ 'ซื้อความปลอดภัย' จากไฟของสม็อก ข้าจะบอกพวกมันว่า 'ส่งทองมาให้ข้า แล้วข้าจะกล่อมให้มังกรหลับต่อไป' แต่ความจริงคือ ทองเหล่านั้นบางส่วนจะถูกนำไปสร้างกองทัพ พัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้าน อีกส่วนจะถูกสะสมไว้เป็นคลังแสงลับของเราที่ดราก้อนสโตนแล้วเพื่อรอวันที่เราไม่ต้องพึ่งพามังกรตัวนี้อีกต่อไป"
ดังก์ : "เจ้ากำลังจะบอกว่า... เจ้าจะใช้สม็อกเป็น พนักงานเก็บภาษีที่น่ากลัวที่สุดในโลกงั้นรึ? เจ้ารีดไถทองจากพวกขุนนางโดยอ้างชื่อมังกร แต่แท้จริงแล้วเจ้าแบ่งให้มันเพียงส่วนน้อย และแอบยักยอกส่วนที่เหลือไปเก็บไว้เองที่ดราก้อนสโตน?
Egg: ”ถูกต้องดังก์! สม็อกน่ะถึงมันจะฉลาดแค่ไหน มันก็ไม่มีสมุดบัญชีหรอก มันชอบนอนบนกองทอง แต่มันไม่เคยนับหรอกว่าทองในกองนั้นมีกี่ล้านเหรียญมังกรทอง มันขอแค่ให้กองสมบัติของมันดู 'สูงขึ้น' และ 'แวววาวขึ้น' ทุกครั้งที่มันตื่นมาก็พอ ยิ่งถ้ามันได้บ้านหลังใหม่อย่างคาสตาเมียร์มา มันไม่มีเวลามาสนใจทองจากลอร์ดอื่นๆ หรอกว่าข้าได้ป้อนเข้าปากมันครบหรือไม่“
ดังก์: "เจ้ากำลังเล่นกับไฟสองกองนะเอ็กก์ ไฟกองแรกคือมังกรที่เจ้าไปหลอกมัน และไฟกองที่สองคือขุนนางทั้งเจ็ดคาบสมุทรที่เจ้าไปขูดรีดมัน ถ้าพวกมันรู้ความจริงพร้อมกัน..."
"เรื่องสม็อกน่ะข้ามีแผนจัดการไว้แล้ว“ Egg กล่าวแทรกขึ้นมาอย่างภูมิใจ
”ส่วนพวกลอร์ดจะไม่มีวันรู้ความจริงดังก์ เพราะตราบใดที่เงามืดของสม็อกยังพาดผ่านปราสาทของพวกมัน พวกมันจะยุ่งอยู่กับการคุกเข่าจนไม่มีเวลาเงยหน้าขึ้นมานับเงินในรถม้าของข้าหรอก และถ้าสม็อกมันเริ่มหิวทองขึ้นมาอีกจริง เจ้าคิดว่าศัตรูของบัลลังก์เหล็กมีแค่ในเวสเทอรอสรึ? โน่นไง... ข้ามทะเลแคบไปสิ พวกมังกรดำที่ซ่อนตัวอยู่ในเอสซอส และพวกมันไม่ได้สู้ด้วยดาบอย่างเดียว พวกมันสู้ด้วยทอง จากพวกโจรสลัดและวาณิชจอมปลอมในนครเสรีทั้งหลาย ข่าวจากนกน้อยของบลัดเรเวนบอกว่า ตอนนี้มีพวกทรชนเก้าคนมารวมตัวกัน เรียกตัวเองว่าราชันเก้าเหรียญพวกมันสะสมกำลังพลและทองคำมหาศาลเพื่อจะมาชิงบัลลังก์ของข้า"
ดังก์: "ถ้าพวกมันมีทุนหนาขนาดนั้น เจ้าไม่กลัวพวกมันจะจ้างนักฆ่า หรือหาทางซื้อตัวมังกรนั่นไปรึ?"
“ซื้อสม็อกงั้นรึ?” Egg หัวเราะ “เจ้าไม่เห็นที่มันคุยกับข้ารึ มันไม่ใช่มังกรที่เกิดมาเพื่อรับใช้ หรือซื้อง่ายๆ ด้วยทองที่มันชิงมาเองเมื่อไรก็ได้ แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่มีอำนาจของตัวเอง ความยะโสของมันสูงเสียดฟ้าเกินกว่าจะยอมเป็นขี้ข้าพวกพ่อค้าในไทโรชหรือลิธ ข้าจะบอกสม็อกว่าพวกเก้าเหรียญนั่นกำลัง แย่งทองที่ควรจะเป็นของมัน... ข้าจะทำให้สม็อกมองว่าพวกแบล็กไฟร์คือหัวขโมย ที่บังอาจมาแตะต้องสมบัติในอนาคตของมังกรทอง”
"เจ้ากำลังจะเปลี่ยนสงครามที่ควรจะเป็นการนองเลือดของทหารเวสเทอรอส ให้กลายเป็นการล่าสมบัติของมังกรตัวเดียวสินะ" ดังก์เบิกตากว้าง ตกตะลึงในแผนการอันปราดเปรื่อง
Egg: "นั่นแหละแผนของข้า แทนที่ข้าจะต้องส่งลูกหลานชาวบ้านไปตายที่สะพานหัวกะโหลกหรือเกาะขั้นบันได ข้าแค่ส่งสม็อกไปที่นั่น ให้มันไปเผากองเรือของพวกพ่อค้า และกวาดเอาทรัพย์สมบัติของพวกเก้าเหรียญมากองไว้ที่แทบเท้าข้า... ข้าจะได้ทั้งชัยชนะ และได้ทองมาอุดรอยรั่วในท้องพระคลังโดยไม่ต้องเสียทหารสักคนเดียว“
ดังก์ ส่ายหัวช้าๆ "เจ้าไม่ใช่ Egg คนเดิมที่ข้ารู้จักจริงๆ... เจ้ามันคือ 'เอกอน' โจรสวมมงกุฎของแท้
Egg: "ข้ายังเป็น Egg คนเดิมของเจ้าเสมอดังก์...“