บนยอดหอคอยที่ลมพัดแรงจนเสื้อคลุมปลิวไสว Egg ยืนพิงขอบหินที่บิดเบี้ยว สายตาจับจ้องลงไปที่ลานกว้างเบื้องล่าง ข้างกายของเขาคือดังก์ที่ยังคงสะพายห่อผ้าลินินสีดำไว้ไม่ห่างกาย แววตาของอัศวินร่างยักษ์เต็มไปด้วยความกังวลขณะมองดู "มหันตภัย" ที่พวกเขากำลังจะปล่อยให้หลุดลอยออกไป
Egg มองตามเงานั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันคือความสะใจที่ปนไปด้วยความสยดสยอง
"ดูนั่นสิดังก์... อนาคตของเวสเทอรอสกำลังบินไปแล้ว"
ดังก์ แหงนมองตาม พร้อมกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเข้มและกังวล"นั่นไม่ใช่ความสงบสุขหรอกเอ็กก์ นั่นคือ 'พายุ' ที่เราเป็นคนพัดมันเข้ามาเอง... เจ้าแน่ใจนะว่าเมื่อมันเผาคาสตาเมียร์เสร็จ มันจะไม่หันกลับมาหาเหยื่อที่เคี้ยวง่ายกว่าอย่างคิงส์แลนดิ้ง?"
Egg: "มันจะไม่ทำอย่างนั้น ตราบใดที่ข้ายิ่งให้ 'เหยื่อ' ที่ตัวใหญ่ขึ้นและทองที่มากขึ้นแก่มัน... มันเป็นหุ้นส่วนที่ละโมบดังก์ และคนละโมบมักจะถูกควบคุมได้ง่ายกว่าคนที่มีคุณธรรมเสมอ"
เมื่อพ้นจากระยะการได้ยินของมังกรและบรรดาทหารที่ตระหนกขวัญ ดังก์ก็หยุดกึก
ดังก์: "เจ้าคิดอ่านอันใดอยู่? เจ้าเพิ่งโยนประชาชนตัวเองเข้าปากอสูรกายนั่น —ใช่ พวกเขาอาจเป็นคนเลว แต่เขาก็เป็นมนุษย์—เจ้าโยนเขาเข้าปากสัตว์ร้ายนั่นเหมือนโยนเศษเนื้อให้หมา! เจ้าพยักหน้าให้ปีศาจกินคนของเจ้าเอง!"
Egg: "เขาคือ 'ขยะ' ที่กัดกินอาณาจักรของข้า! คนนึงยักยอกเสบียงของชาวบ้านที่กำลังหิวโหย ที่เหลือก็พวกอาชญากรที่ชะตากรรมกำลังจะไปจบที่ตะแลงแกงไม่ก็ ถูกโยนภาระให้ไปเหล่าสุภาพบุรุษชุดดำที่ผากำแพง การให้พวกเขาไปอยู่ในท้องมังกรเพื่อแลกกับความพึงพอใจของสม็อก มันคือราคาที่ถูกแสนถูกถ้ามันจะช่วยป้องกันไม่ให้คนบริสุทธิ์อีกนับหมื่นต้องตายในสงครามกับความหิวโหย
ดังก์หันมามอง ตอนนี้เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก
ดังก์: "เจ้ากำลังเริ่มพูดเหมือนกษัตริย์ที่พวกเราเคยสาปแช่ง... 'ราคาที่ถูกแสนถูก' งั้นหรือ? วันนี้คือขุนนางชั่วคนหนึ่ง พรุ่งนี้จะเป็นใคร? เป็นอัศวินที่ขัดใจเจ้า? หรือเป็นชาวบ้านที่ส่งภาษีไม่ครบ? เจ้าบอกข้าเสมอว่าเจ้าอยากเป็นกษัตริย์ที่ปกป้องประชาชน แต่เจ้าเพิ่งส่งคนไปตายอย่างสยดสยองที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็น!"
เอ็กก์: "นั่นเพราะข้าไม่มีทางเลือก! เจ้าเห็นสม็อกไหม ดังก์? เจ้าเห็นไหมว่ามันน่ากลัวแค่ไหน? แตรที่เจ้าถืออยู่... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจ้าจะเป่ามันทันก่อนที่มันจะเผาเราทั้งคณะให้เป็นจุล? และคนพวกนั้น ที่เจ้าบอกว่าเป็นประชาชนของข้า แต่กลับไม่ยอมตั้งมั่นอยู่ในกฎของข้า และคนพวกนี้รู้มากเกินไปแล้ว พวกคิงส์การ์ดอาจปากหนักพอที่จะไม่พูด แต่คนเหล่านี้ คงได้แพร่งพรายแผนการทั้งหมดที่ข้าคุยกับเจ้ามังกรนั่น
ดังก์: "ถ้าอำนาจของเจ้าต้องแลกมาด้วยการเป็นปีศาจที่เลวร้ายยิ่งกว่ามังกร... แล้วมันจะมีค่าอะไร? เจ้าเคยบอกข้าว่าเจ้าจะเป็นราชาที่ดี เป็นราชาของราษฎร แต่ตอนนี้เจ้าดูเหมือน... เหมือนพวกทาร์แกเรียนที่เสียสติไปกับไฟ เสียสติกับมังกรไม่ต่างกับเอเรียนพี่ชายของเจ้า!!"
คำพูดของดังก์เหมือนแส้ที่ฟาดลงบนหน้าของเอ็กก์ กษัตริย์หนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาไหววูบด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะข่มมันไว้และเชิดหน้าขึ้น
เอ็กก์: "ข้ามีหน้าที่แบกอาณาจักรไว้บนบ่า ข้าไม่มีสิทธิ์จะมี 'มโนธรรม' ที่สะอาดสะอ้านเหมือนเจ้า ถ้าข้าต้องยอมมือเปื้อนเลือดเพื่อให้ลูกหลานของอาณาจักรนี้ไม่ต้องเห็นสงครามไปอีกร้อยปี ข้าก็จะทำ!"
ดังก์ ถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง "ตอนข้าเจอเจ้าที่ Ashford เจ้าเป็นแค่เด็กหัวใสที่อยากทำสิ่งที่ถูกต้อง... แต่ตอนนี้ ข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ข้ากำลังปกป้องกษัตริย์ หรือกำลังเลี้ยงดูอสูรกายตัวใหม่กันแน่"
ดังก์กระชับห่อผ้าแตรมังกร แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้เอ็กก์ยืนอยู่เพียงลำพังในโถงทางเดินที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากคบเพลิงที่สะท้อนให้เห็นใบหน้าของกษัตริย์หนุ่มที่ตอนนี้ดูแก่ชราเกินวัยไปมาก
ทัศนียภาพเหนือดินแดนตะวันตก เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเงาทมิฬขนาดมหึมาพาดผ่านท้องฟ้ายามรัตติกาล เสียงกระพือปีกอันกึกก้องราวกัมปนาททลายความเงียบสงบของหุบเขาและทุ่งหญ้า สม็อก มหาพญามังกรจากแดนเหนือ ทะยานร่างสีแดงเข้มดุจโลหิตนกพิราบฝ่ามวลเมฆ มุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่ถูกกำหนดไว้ด้วยจดหมาย “ไฟ และเลือด” ของเอกอน ทาร์แกเรียน
เบื้องล่างไกลออกไป ปราสาท คาสตาเมียร์ ตระหง่านอยู่บนหน้าผาหินที่แข็งแกร่ง มันถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่เน้นความมั่นคงและหรูหรา บ่งบอกถึงความมั่งคั่งอันมหาศาลของตระกูลเรน ธงสิงโตสีแดงโบกสะบัดอย่างโอหังบนยอดหอคอยสูง ท้าทายสายตาของผู้ที่ผ่านไปมา โดยไม่มีใครคาดคิดว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า มันจะกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่มอดไหม้
สม็อกบินวนเหนือคาสตาเมียร์หนึ่งรอบเต็ม ดวงตาสีอำพันขนาดมหึมากวาดมองดูปราสาทราวกับกำลังประเมินอาหารมื้อถัดไป มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความหวาดกลัวที่เริ่มแพร่กระจายไปทั่วปราสาท ทหารบนกำแพงเมืองวิ่งวุ่นด้วยความตื่นตระหนก เสียงระฆังเตือนภัยดังระงมไปทั่วหุบเขา แต่ความพยายามเหล่านั้นล้วนไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้ามหาอำนาจที่มีลมหายใจ
มังกรยักษ์เริ่มร่อนลงช้าๆ ความเร็วในการบินลดลงแต่ความกดอากาศกลับเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ ชาวบ้านที่อยู่รอบปราสาทวิ่งหนีตายกันอลหม่าน บางคนคุกเข่าอ้อนวอนต่อเทพเจ้า บางคนพยายามพาครอบครัวหนีไปให้ไกลที่สุด แต่ไม่มีใครรอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของสม็อกไปได้
เมื่อสม็อกอยู่ห่างจากกำแพงเมืองเพียงไม่กี่ร้อยคืบ มันก็เริ่มเปิดฉาก "ไฟ และเลือด" ลมหายใจร้อนระอุถูกพ่นออกมาจากปากอันกว้างใหญ่ เปลวไฟสีส้มแกมแดงพวยพุ่งเข้าใส่กำแพงเมืองราวกับลาวาที่ไหลบ่า ทหารบนกำแพงเมืองถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วบริเวณ
เปลวไฟของสม็อกไม่ได้เพียงแค่เผาไหม้ แต่มันยังทำลายล้างทุกสรรพสิ่งในเส้นทาง กำแพงเมืองหินที่แข็งแกร่งถูกความร้อนหลอมละลายจนกลายเป็นหินเหลว หอคอยสูงพังทลายลงมาเป็นหน้ากลอง ปราสาทคาสตาเมียร์ที่เคยยิ่งใหญ่และหรูหรา บัดนี้กลายเป็นเพียงเตาเผาศพขนาดมหึมา
สม็อกไม่หยุดเพียงแค่นั้น มันบินวนเหนือปราสาทและพ่นไฟเข้าใส่ทุกตารางนิ้ว บ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่รอบปราสาทถูกเผาทำลายจนสิ้นซาก สวนดอกไม้ที่สวยงามกลายเป็นทุ่งเถ้าถ่าน แม่น้ำที่เคยไหลผ่านปราสาทกลายเป็นน้ำเดือดที่คร่าชีวิตสัตว์น้ำจนหมดสิ้น
ความโหดร้ายของสม็อกไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้ไฟ มันยังใช้ร่างกายอันมหึมาในการทำลายล้าง สม็อกใช้กรงเล็บอันแหลมคมตะปบเข้าใส่หอคอยปราสาทจนพังทลายลงมา มันใช้หางอันทรงพลังฟาดเข้าใส่กำแพงเมืองจนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ ความพินาศของคาสตาเมียร์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนไม่มีใครสามารถจินตนาการได้
ทาร์แกเรียนฉบับเมากาว : เมื่อ Aegon V The Unlikely มีมังกร ตอนที่ 6 สิงโตแดงในกรงเพลิง
Egg มองตามเงานั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันคือความสะใจที่ปนไปด้วยความสยดสยอง
"ดูนั่นสิดังก์... อนาคตของเวสเทอรอสกำลังบินไปแล้ว"
ดังก์ แหงนมองตาม พร้อมกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเข้มและกังวล"นั่นไม่ใช่ความสงบสุขหรอกเอ็กก์ นั่นคือ 'พายุ' ที่เราเป็นคนพัดมันเข้ามาเอง... เจ้าแน่ใจนะว่าเมื่อมันเผาคาสตาเมียร์เสร็จ มันจะไม่หันกลับมาหาเหยื่อที่เคี้ยวง่ายกว่าอย่างคิงส์แลนดิ้ง?"
Egg: "มันจะไม่ทำอย่างนั้น ตราบใดที่ข้ายิ่งให้ 'เหยื่อ' ที่ตัวใหญ่ขึ้นและทองที่มากขึ้นแก่มัน... มันเป็นหุ้นส่วนที่ละโมบดังก์ และคนละโมบมักจะถูกควบคุมได้ง่ายกว่าคนที่มีคุณธรรมเสมอ"
เมื่อพ้นจากระยะการได้ยินของมังกรและบรรดาทหารที่ตระหนกขวัญ ดังก์ก็หยุดกึก
ดังก์: "เจ้าคิดอ่านอันใดอยู่? เจ้าเพิ่งโยนประชาชนตัวเองเข้าปากอสูรกายนั่น —ใช่ พวกเขาอาจเป็นคนเลว แต่เขาก็เป็นมนุษย์—เจ้าโยนเขาเข้าปากสัตว์ร้ายนั่นเหมือนโยนเศษเนื้อให้หมา! เจ้าพยักหน้าให้ปีศาจกินคนของเจ้าเอง!"
Egg: "เขาคือ 'ขยะ' ที่กัดกินอาณาจักรของข้า! คนนึงยักยอกเสบียงของชาวบ้านที่กำลังหิวโหย ที่เหลือก็พวกอาชญากรที่ชะตากรรมกำลังจะไปจบที่ตะแลงแกงไม่ก็ ถูกโยนภาระให้ไปเหล่าสุภาพบุรุษชุดดำที่ผากำแพง การให้พวกเขาไปอยู่ในท้องมังกรเพื่อแลกกับความพึงพอใจของสม็อก มันคือราคาที่ถูกแสนถูกถ้ามันจะช่วยป้องกันไม่ให้คนบริสุทธิ์อีกนับหมื่นต้องตายในสงครามกับความหิวโหย
ดังก์หันมามอง ตอนนี้เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก
ดังก์: "เจ้ากำลังเริ่มพูดเหมือนกษัตริย์ที่พวกเราเคยสาปแช่ง... 'ราคาที่ถูกแสนถูก' งั้นหรือ? วันนี้คือขุนนางชั่วคนหนึ่ง พรุ่งนี้จะเป็นใคร? เป็นอัศวินที่ขัดใจเจ้า? หรือเป็นชาวบ้านที่ส่งภาษีไม่ครบ? เจ้าบอกข้าเสมอว่าเจ้าอยากเป็นกษัตริย์ที่ปกป้องประชาชน แต่เจ้าเพิ่งส่งคนไปตายอย่างสยดสยองที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็น!"
เอ็กก์: "นั่นเพราะข้าไม่มีทางเลือก! เจ้าเห็นสม็อกไหม ดังก์? เจ้าเห็นไหมว่ามันน่ากลัวแค่ไหน? แตรที่เจ้าถืออยู่... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจ้าจะเป่ามันทันก่อนที่มันจะเผาเราทั้งคณะให้เป็นจุล? และคนพวกนั้น ที่เจ้าบอกว่าเป็นประชาชนของข้า แต่กลับไม่ยอมตั้งมั่นอยู่ในกฎของข้า และคนพวกนี้รู้มากเกินไปแล้ว พวกคิงส์การ์ดอาจปากหนักพอที่จะไม่พูด แต่คนเหล่านี้ คงได้แพร่งพรายแผนการทั้งหมดที่ข้าคุยกับเจ้ามังกรนั่น
ดังก์: "ถ้าอำนาจของเจ้าต้องแลกมาด้วยการเป็นปีศาจที่เลวร้ายยิ่งกว่ามังกร... แล้วมันจะมีค่าอะไร? เจ้าเคยบอกข้าว่าเจ้าจะเป็นราชาที่ดี เป็นราชาของราษฎร แต่ตอนนี้เจ้าดูเหมือน... เหมือนพวกทาร์แกเรียนที่เสียสติไปกับไฟ เสียสติกับมังกรไม่ต่างกับเอเรียนพี่ชายของเจ้า!!"
คำพูดของดังก์เหมือนแส้ที่ฟาดลงบนหน้าของเอ็กก์ กษัตริย์หนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาไหววูบด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะข่มมันไว้และเชิดหน้าขึ้น
เอ็กก์: "ข้ามีหน้าที่แบกอาณาจักรไว้บนบ่า ข้าไม่มีสิทธิ์จะมี 'มโนธรรม' ที่สะอาดสะอ้านเหมือนเจ้า ถ้าข้าต้องยอมมือเปื้อนเลือดเพื่อให้ลูกหลานของอาณาจักรนี้ไม่ต้องเห็นสงครามไปอีกร้อยปี ข้าก็จะทำ!"
ดังก์ ถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง "ตอนข้าเจอเจ้าที่ Ashford เจ้าเป็นแค่เด็กหัวใสที่อยากทำสิ่งที่ถูกต้อง... แต่ตอนนี้ ข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ข้ากำลังปกป้องกษัตริย์ หรือกำลังเลี้ยงดูอสูรกายตัวใหม่กันแน่"
ดังก์กระชับห่อผ้าแตรมังกร แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้เอ็กก์ยืนอยู่เพียงลำพังในโถงทางเดินที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากคบเพลิงที่สะท้อนให้เห็นใบหน้าของกษัตริย์หนุ่มที่ตอนนี้ดูแก่ชราเกินวัยไปมาก
ทัศนียภาพเหนือดินแดนตะวันตก เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเงาทมิฬขนาดมหึมาพาดผ่านท้องฟ้ายามรัตติกาล เสียงกระพือปีกอันกึกก้องราวกัมปนาททลายความเงียบสงบของหุบเขาและทุ่งหญ้า สม็อก มหาพญามังกรจากแดนเหนือ ทะยานร่างสีแดงเข้มดุจโลหิตนกพิราบฝ่ามวลเมฆ มุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่ถูกกำหนดไว้ด้วยจดหมาย “ไฟ และเลือด” ของเอกอน ทาร์แกเรียน
เบื้องล่างไกลออกไป ปราสาท คาสตาเมียร์ ตระหง่านอยู่บนหน้าผาหินที่แข็งแกร่ง มันถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่เน้นความมั่นคงและหรูหรา บ่งบอกถึงความมั่งคั่งอันมหาศาลของตระกูลเรน ธงสิงโตสีแดงโบกสะบัดอย่างโอหังบนยอดหอคอยสูง ท้าทายสายตาของผู้ที่ผ่านไปมา โดยไม่มีใครคาดคิดว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า มันจะกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่มอดไหม้
สม็อกบินวนเหนือคาสตาเมียร์หนึ่งรอบเต็ม ดวงตาสีอำพันขนาดมหึมากวาดมองดูปราสาทราวกับกำลังประเมินอาหารมื้อถัดไป มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความหวาดกลัวที่เริ่มแพร่กระจายไปทั่วปราสาท ทหารบนกำแพงเมืองวิ่งวุ่นด้วยความตื่นตระหนก เสียงระฆังเตือนภัยดังระงมไปทั่วหุบเขา แต่ความพยายามเหล่านั้นล้วนไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้ามหาอำนาจที่มีลมหายใจ
มังกรยักษ์เริ่มร่อนลงช้าๆ ความเร็วในการบินลดลงแต่ความกดอากาศกลับเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ ชาวบ้านที่อยู่รอบปราสาทวิ่งหนีตายกันอลหม่าน บางคนคุกเข่าอ้อนวอนต่อเทพเจ้า บางคนพยายามพาครอบครัวหนีไปให้ไกลที่สุด แต่ไม่มีใครรอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของสม็อกไปได้
เมื่อสม็อกอยู่ห่างจากกำแพงเมืองเพียงไม่กี่ร้อยคืบ มันก็เริ่มเปิดฉาก "ไฟ และเลือด" ลมหายใจร้อนระอุถูกพ่นออกมาจากปากอันกว้างใหญ่ เปลวไฟสีส้มแกมแดงพวยพุ่งเข้าใส่กำแพงเมืองราวกับลาวาที่ไหลบ่า ทหารบนกำแพงเมืองถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วบริเวณ
เปลวไฟของสม็อกไม่ได้เพียงแค่เผาไหม้ แต่มันยังทำลายล้างทุกสรรพสิ่งในเส้นทาง กำแพงเมืองหินที่แข็งแกร่งถูกความร้อนหลอมละลายจนกลายเป็นหินเหลว หอคอยสูงพังทลายลงมาเป็นหน้ากลอง ปราสาทคาสตาเมียร์ที่เคยยิ่งใหญ่และหรูหรา บัดนี้กลายเป็นเพียงเตาเผาศพขนาดมหึมา
สม็อกไม่หยุดเพียงแค่นั้น มันบินวนเหนือปราสาทและพ่นไฟเข้าใส่ทุกตารางนิ้ว บ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่รอบปราสาทถูกเผาทำลายจนสิ้นซาก สวนดอกไม้ที่สวยงามกลายเป็นทุ่งเถ้าถ่าน แม่น้ำที่เคยไหลผ่านปราสาทกลายเป็นน้ำเดือดที่คร่าชีวิตสัตว์น้ำจนหมดสิ้น
ความโหดร้ายของสม็อกไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้ไฟ มันยังใช้ร่างกายอันมหึมาในการทำลายล้าง สม็อกใช้กรงเล็บอันแหลมคมตะปบเข้าใส่หอคอยปราสาทจนพังทลายลงมา มันใช้หางอันทรงพลังฟาดเข้าใส่กำแพงเมืองจนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ ความพินาศของคาสตาเมียร์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนไม่มีใครสามารถจินตนาการได้