***โพสต์นี้ขับเคลื่อนด้วยการมโนล้วนๆ อุปมาดั่งเมากาวไปเขียนไป มิได้มีเจตนาลอกเลียนแบบ ลบหลู่ ปีนเกลียว คิดเทียบชั้น หรือกดดันให้คนเขียนอย่างลุงมาร์ตินรีบเขียนภาคหลักเล่มที่ 6 กับ 7 ให้จบแต่อย่างใด เป็นแค่งานอดิเรกระหว่างรอ HOD ss3 กับ Knight of the Seven Kingdom ss2 โดยเล่าเรื่องผ่านการมโนเองของผู้เขียน หากข้อมูลผิดพลาดประการใดต้องของอภัย ณ ที่นี้***
*** ข่าวจากสายลับพันตา***
เมื่อจดหมายลับที่ประทับตราด้วยครั่งสีเลือดนกเดินทางมาถึงมือของ ไบรน์เดน ริเวอร์ส (Brynden Rivers) หรือ "บลัดเรเวน" อดีตหัตถ์พระราชาผู้มีดวงตาพันหนึ่งกับอีกหนึ่งดวง เขารีบรุดออกจากผากำแพงทันที เพื่อมาทำ ”ภารกิจลับบางอย่างให้กษัตริย์“
เมื่อบลัดเรเวนปรากฏตัวขึ้นในห้องโถงที่มืดมิดของ Egg ราวกับก้าวออกมาจากเงามืดของกำแพง เขายืนนิ่ง ร่างกายซูบซีดในชุดสีดำสนิทมองดูซากศพของนักโทษที่ปอดแหลกสลายจากการเป่าแตรมังกร เขาไม่ได้แสดงความตกใจ แต่กลับใช้สายตาข้างเดียวที่เหลืออยู่จ้องมอง Egg ราวกับจะอ่านลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ
บลัดเรเวน: "ฝ่าบาท... ท่านกำลังเล่นกับไฟที่ไม่ใช่แค่ไฟมังกร แต่มันคือไฟจากขุมนรกที่เก่าแก่กว่าตระกูลของเรา ลุงของท่านเคยฝันถึงสิ่งนี้ แต่นึกไม่ถึงว่าท่านจะเป็นคนทำมันให้เป็นจริง"
Egg: ท่านรู้แล้วรึ ? สมกับเป็นท่านจริงๆ งานที่ผากำแพงคงยุ่งมิใช่น้อย แต่ท่านยังคงใส่ใจในอาณาจักรแห่งนี้เสมอ
บลัดเรเวน: “ไม่มีเหตุการณ์ใดในเวสเตอรอสที่กระหม่อมไม่รู้ ฝ่าบาท และนั่นคงเป็นเหตุผลที่ท่านเรียกข้ามา”
Egg: "ท่านเห็นเงาทองนั่นแล้ว บลัดเรเวน... ท่านรู้ดีว่าสายลับพันตาของท่านไม่อาจซ่อนความยิ่งใหญ่ของมันได้ บอกข้ามา มันอยู่ที่ไหน?"
บลัดเรเวน: (แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ) "นกของข้าบินกลับมาด้วยความหวาดกลัว... มังกรตัวนั้นไม่ได้หาถ้ำที่มืดมิด แต่มันหาที่ที่สะท้อนถึงความพินาศของมนุษย์ มันยึดฮาร์เรนฮอล เป็นรังนอน มันฉวยเอาปศุสัตว์ของชาวบ้าน สัตว์ป่า และทรัพย์สินใดๆก็ตามที่มันเห็นตามรายทางเป็นอาหาร และบัดนี้มันกำลังหลับใหลอยู่บนซากหินที่ละลายเพื่อรอคอยที่จะทำอะไรบางอย่าง"
"มันรอคอยทอง...“ Egg กล่าว ”และข้าจะเอาไปให้มัน"
บลัดเรเวน: "ท่านจะเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น... มังกรตัวนั้นไม่ได้พูดด้วยเสียง แต่มันพูดด้วย 'ปัญญา' ที่แก่กล้ากว่ามนุษย์ทุกคนที่ข้าเคยพบ หากท่านจะไปเจรจา ท่านต้องมีมากกว่าแค่ทองและแตรอันตรายนี่"
บลัดเรเวนก้าวเข้ามาใกล้ Egg แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าฤดูหนาว
บลัดเรเวน: "ข้าจะช่วยพระองค์เอง... ข้าจะสร้างสถานการณ์ให้พวกขุนนางทางตะวันตกและทางเหนือคิดว่าท่านกำลังนำทัพไปปราบสัตว์ร้าย เพื่อให้ชื่อเสียงของท่านค้ำคอพวกมันไว้ แต่จำไว้เถิดพะยะค่ะ... หากมังกรนั่นอ้าปาก แล้วไม่มีคำตอบที่ถูกใจมัน... แม้แต่ข้าก็ช่วยพระองค์ไม่ได้"
Egg ส่ายหัวเบาๆและยิ้มมุมปาก ก่อนจะนิ่งไปซักพัก ในห้องโถงที่สลัวด้วยแสงเทียน บลัดเรเวน จ้องมอง Egg ด้วยดวงตาข้างเดียวที่หรี่ลงอย่างใช้ความคิด เมื่อได้ฟังสิ่งที่กษัตริย์หนุ่มกล่าวแผนการของเขา
Egg: "ไม่... การไปปราบมันคือความเสี่ยง หากข้าทำไม่ได้ ข้าจะดูเหมือนตัวตลก แต่ถ้าข้าบอกว่าข้าเป็นคนเรียกมันมาเอง... ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป"
บลัดเรเวน เลิกคิ้วขาวโพลนของเขาขึ้น "ท่านจะยอมรับผิดชอบต่อหายนะที่อาจเกิดขึ้นงั้นหรือ?"
Egg: "ข้าจะรับผิดชอบต่ออำนาจต่างหาก! จงสั่งให้นกของท่านร้องเพลงใหม่บอกคนทั้งอาณาจักรว่า มังกรทองที่บินผ่านน่านฟ้าคิงส์แลนดิ้ง ไม่ใช่สัตว์ร้ายที่หลงทาง แต่มันคือ 'Smaug The Magnificent' มังกรที่ข้า เอกอนที่ 5 ใช้อำนาจสายเลือดทาร์แกเรียนอันเข้มข้น และตำราลับโบราณแห่งวาแลร์เรีย อัญเชิญมันมาจากสุดขอบโลกเพื่อมากำราบผู้ที่ยืนตรงข้ามกับบัลลังก์เหล็ก!"
บลัดเรเวน: (ยิ้มที่มุมปากอย่างหาดูได้ยาก) "... ท่านกำลังสรรสร้างความจริงขึ้นมาใหม่ ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งคำถาม แต่สิ่งที่ท่านทำมันคือการเดิมพันครั้งใหญ่"
Egg: "ส่งนกน้อยของท่านออกไป จงกระจายข่าวว่า... มังกรตัวนี้ ข้าได้มอบฮาร์เรนฮอลให้มันเป็นที่พำนักชั่วคราว อย่าให้ใครเข้าใกล้ ผู้ใดก็ตามที่คิดจะขัดขืนกฎหมายของข้า หรือโกงภาษีราษฎร จงจำไว้ว่าข้ามีผู้พิทักษ์ที่สามารถเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่านได้เพียงลมหายใจเดียว"
“รับด้วยเกล้า” บลัดเรเวนตอบ
Egg ไม่รอช้า เขาเริ่มวางแผนการเดินทางที่ดูไม่เหมือนการไปปราบมังกรแต่คือการไปต้อนรับ
ในรัชสมัยของเขา สมบัติล้ำค่าของราชวงศ์ Targaryen เหลือไม่มากนัก เพราะหลายอย่างสูญหายไปจากสงคราม การกบฏ และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ แต่ก็ยังมีของสำคัญอยู่บางชิ้นในท้องพระคลังหรือที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ เขาจึงสั่งให้หลอมสมบัติเก่าๆที่ยังเหลือและเครื่องทองที่ไม่ได้ใช้จากยุคกษัตริย์องค์ก่อนๆ ให้เป็นก้อนทองแท่งมหึมา บรรทุกใส่รถม้าที่แข็งแรงที่สุด เขายังแอบคัดเลือกนักโทษประหารอีก 2-3 คนที่ไม่มีอะไรจะเสีย โดยสัญญาว่าจะได้รับอภัยโทษหากรอดชีวิตกลับมาได้ หากเสียชีวิตครอบครัวของพวกเขาจะได้รับที่ดินและเงินทอง ในฐานะผู้ช่วยงานลับของกษัตริย์
นั่นคือการเป็นคนเป่าแตรสำรอง หรือตกไปเป็นเครื่องสังเวยให้กับมังกรหากการเจรจาล้มเหลว !
***คำสัตย์สาบานใต้แสงดาว***
คืนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง
Egg นั่งอยู่ที่ระเบียง มองออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ที่ซึ่งเงาของฮาร์เรนฮอลตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ เขาหันไปมอง ดังก์ ที่กำลังเตรียมอาวุธและชุดเกราะ
Egg: "ดังก์... เจ้าโกรธข้าไหมที่ข้าฆ่านักโทษคนนั้น?"
ดังก์: (เงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะตอบ) "ข้าไม่ได้โกรธ... ข้าแค่กลัววันที่เจ้าได้มังกรตัวนั้นมา เจ้าจะลืมไปว่าการเป็นคนเดินดินมันรสชาติเป็นยังไง"
Egg: "ข้าไม่มีวันลืมดังก์... แต่เพื่อให้คนเดินดินไม่ต้องอดตาย ข้าต้องกลายเป็นคนที่ถือบังเหียนของเทพเจ้าให้ได้"
ดังก์: และสิ่งที่ข้ากลัวยิ่งกว่า คือหากทุกอย่างมันไม่ได้เป็นไปดั่งที่เจ้าคิดไว้ ข้าจะปกป้องเจ้าได้หรือไม่ หรือเป็นแค่คนที่จะตายก่อน แล้วก็จะเป็นเจ้าที่ตามข้ามาติดๆ
ดังก์กล่าวต่อไปพลางเก็บดาบจากฝัก “เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าแตรนั่นจะใช้ได้ผล และเจ้าจะฝากความหวังให้ใครถือสมบัติล้ำค่าอันตรายนี้ นักโทษพวกนั้นรึ? ข้าว่าวินาทีที่มันได้เห็นสัตว์มหึมานั่น มันคงโกยแนบพร้อมหอบเอาสมบัติอันตรายนี่ไปขายเสวยสุขเอาเสียมากกว่า”
Egg : คำถามของเจ้ากำลังจะนำไปสู่อะไร? เจ้าพยายามจะบอกอะไรข้า?
“ส่งมันมาให้ข้า” ดังก์กล่าวพร้อมเดินเข้ามาใกล้แบบยืดอก ”เมื่อถึงเวลาข้าจะเป็นคนที่ใช้มันเอง“
”ไม่ได้“ Egg ร้อง “ข้าจะไม่เอาคนที่ข้าไว้ใจที่สุดไปเสี่ยงกับเดินพันอันแสนอันตรายนี้ ถ้าทุกอย่างมันพังข้าต้องมีดาบและโล่ห์ที่จะสู้กับมัน และนั่นก็คือเจ้า”
ดังก์: "เจ้าก็คุยกับมันให้สำเร็จสิ... จะได้รอดไปด้วยกัน"
Egg จ้องมองใบหน้าอันสัตย์ซื่อของอัศวินร่างยักษ์ ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ไปครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านระเบียงหิน Egg รู้ดีว่าดังก์ไม่ได้พูดด้วยความโอหัง แต่พูดด้วยความผูกพันที่มีต่อเด็กน้อยที่เขาเคยเรียกว่า 'เอ็กก์'
Egg: "ดังก์... เจ้าก็เห็นแล้วว่าสภาพของคนเป่ามันเป็นอย่างไร เลือดจะเดือดพล่าน ปอดจะไหม้เกรียม ข้าเสียเจ้าไปไม่ได้"
ดังก์: "แล้วเจ้าจะเสียอาณาจักรไปได้งั้นรึ?" ดังก์ก้าวเข้าไปใกล้จนเงาของเขาบดบังร่างของกษัตริย์
"ข้ามัน ”ดังก์จอมทึ่ม“ เอ็กก์... ข้าไม่รู้วิธีการปราบมังกรข้าไม่รู้วิธีปั่นหัวพวกขุนนางเหมือนที่เจ้ากับบลัดเรเวนทำ แต่ข้าขี่ม้าเคียงข้างเจ้ามาทั้งชีวิต หน้าที่ของข้าคือการกวัดแกว่งดาบ และการเป็นโล่... และถ้าโล่ใบนี้ต้องแตกสลายเพื่อให้ราชาของข้าได้นั่งบนบัลลังก์เหล็กอย่างปลอดภัย ข้าก็ยินดี"
ดังก์ยื่นมือหนาหยาบกร้านออกมาแบตรงหน้า Egg
ดังก์: "ส่งมันมาให้ข้า แตรนั่นควรอยู่ในมือคนที่กล้าตายเพื่อเจ้า ไม่ใช่ในมือคนที่พร้อมจะทรยศเจ้าเพื่อทอง... ถ้าแผนการเจรจาของเจ้าพังทลาย ข้าจะเป็นคนเป่ามันเอง และข้าสัญญา... ข้าจะเป่ามันให้สุดลมหายใจ จนกว่าไอ้หนอนยักษ์นั่นจะก้มหัวลงแทบเท้าเจ้า หรือไม่ข้าก็จะเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับมัน"
Egg มองมือของดังก์ สลับกับมองไปที่ห่อผ้าที่ซ่อนอาวุธร้ายแรงนั้นไว้ เขารู้สึกถึงก้อนแข็งๆ ในลำคอ สุดท้ายเขาก็พยักหน้าอย่างช้าๆ แล้วส่งแตรมังกรให้ดังก์
Egg: "ถ้าอย่างนั้น... สัญญาความจำสั้นของเจ้าต้องแม่นยำกว่าที่เคยนะดังก์ ห้ามเป่ามันจนกว่าข้าจะให้สัญญาณเด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงจุดจบของชีวิตเจ้าเอง"
ดังก์ รับห่อผ้ามาสะพายไว้ที่หลังอย่างมั่นคง ขณะนี้แตรมังกรอยู่ในมือของคนที่มีศีลธรรมที่สุด ราวกับจะเป็นการคานอำนาจกับมังกรที่ละโมบที่สุด "ข้าสัญญา... และเจ้าก็สัญญาด้วยล่ะเอ็กก์ ว่าจะไม่ทำให้ข้าต้องใช้ของพรรค์นี้"
Egg มองตามหลังดังก์ที่เดินจากไปเพื่อเตรียมม้า ความกดดันที่แบกไว้เริ่มเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เพราะตอนนี้เขาไม่ได้แค่เดิมพันด้วยชีวิตตัวเองแต่กำลังเดิมพันด้วยชีวิตของมิตรแท้คนเดียวที่เขามี เขาหันกลับไปมองทิศทางของฮาร์เรนฮอลอีกครั้ง
"ข้าสัญญา... ข้าจะคุยกับมันให้สำเร็จ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องกลายเป็นเถ้าถ่าน ดังก์“ Egg พึมพำกับตัวเอง
ทาร์แกเรียนฉบับเมากาว : เมื่อ Aegon V The Unlikely มีมังกร ตอนที่ 4
*** ข่าวจากสายลับพันตา***
เมื่อจดหมายลับที่ประทับตราด้วยครั่งสีเลือดนกเดินทางมาถึงมือของ ไบรน์เดน ริเวอร์ส (Brynden Rivers) หรือ "บลัดเรเวน" อดีตหัตถ์พระราชาผู้มีดวงตาพันหนึ่งกับอีกหนึ่งดวง เขารีบรุดออกจากผากำแพงทันที เพื่อมาทำ ”ภารกิจลับบางอย่างให้กษัตริย์“
เมื่อบลัดเรเวนปรากฏตัวขึ้นในห้องโถงที่มืดมิดของ Egg ราวกับก้าวออกมาจากเงามืดของกำแพง เขายืนนิ่ง ร่างกายซูบซีดในชุดสีดำสนิทมองดูซากศพของนักโทษที่ปอดแหลกสลายจากการเป่าแตรมังกร เขาไม่ได้แสดงความตกใจ แต่กลับใช้สายตาข้างเดียวที่เหลืออยู่จ้องมอง Egg ราวกับจะอ่านลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ
บลัดเรเวน: "ฝ่าบาท... ท่านกำลังเล่นกับไฟที่ไม่ใช่แค่ไฟมังกร แต่มันคือไฟจากขุมนรกที่เก่าแก่กว่าตระกูลของเรา ลุงของท่านเคยฝันถึงสิ่งนี้ แต่นึกไม่ถึงว่าท่านจะเป็นคนทำมันให้เป็นจริง"
Egg: ท่านรู้แล้วรึ ? สมกับเป็นท่านจริงๆ งานที่ผากำแพงคงยุ่งมิใช่น้อย แต่ท่านยังคงใส่ใจในอาณาจักรแห่งนี้เสมอ
บลัดเรเวน: “ไม่มีเหตุการณ์ใดในเวสเตอรอสที่กระหม่อมไม่รู้ ฝ่าบาท และนั่นคงเป็นเหตุผลที่ท่านเรียกข้ามา”
Egg: "ท่านเห็นเงาทองนั่นแล้ว บลัดเรเวน... ท่านรู้ดีว่าสายลับพันตาของท่านไม่อาจซ่อนความยิ่งใหญ่ของมันได้ บอกข้ามา มันอยู่ที่ไหน?"
บลัดเรเวน: (แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ) "นกของข้าบินกลับมาด้วยความหวาดกลัว... มังกรตัวนั้นไม่ได้หาถ้ำที่มืดมิด แต่มันหาที่ที่สะท้อนถึงความพินาศของมนุษย์ มันยึดฮาร์เรนฮอล เป็นรังนอน มันฉวยเอาปศุสัตว์ของชาวบ้าน สัตว์ป่า และทรัพย์สินใดๆก็ตามที่มันเห็นตามรายทางเป็นอาหาร และบัดนี้มันกำลังหลับใหลอยู่บนซากหินที่ละลายเพื่อรอคอยที่จะทำอะไรบางอย่าง"
"มันรอคอยทอง...“ Egg กล่าว ”และข้าจะเอาไปให้มัน"
บลัดเรเวน: "ท่านจะเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น... มังกรตัวนั้นไม่ได้พูดด้วยเสียง แต่มันพูดด้วย 'ปัญญา' ที่แก่กล้ากว่ามนุษย์ทุกคนที่ข้าเคยพบ หากท่านจะไปเจรจา ท่านต้องมีมากกว่าแค่ทองและแตรอันตรายนี่"
บลัดเรเวนก้าวเข้ามาใกล้ Egg แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าฤดูหนาว
บลัดเรเวน: "ข้าจะช่วยพระองค์เอง... ข้าจะสร้างสถานการณ์ให้พวกขุนนางทางตะวันตกและทางเหนือคิดว่าท่านกำลังนำทัพไปปราบสัตว์ร้าย เพื่อให้ชื่อเสียงของท่านค้ำคอพวกมันไว้ แต่จำไว้เถิดพะยะค่ะ... หากมังกรนั่นอ้าปาก แล้วไม่มีคำตอบที่ถูกใจมัน... แม้แต่ข้าก็ช่วยพระองค์ไม่ได้"
Egg ส่ายหัวเบาๆและยิ้มมุมปาก ก่อนจะนิ่งไปซักพัก ในห้องโถงที่สลัวด้วยแสงเทียน บลัดเรเวน จ้องมอง Egg ด้วยดวงตาข้างเดียวที่หรี่ลงอย่างใช้ความคิด เมื่อได้ฟังสิ่งที่กษัตริย์หนุ่มกล่าวแผนการของเขา
Egg: "ไม่... การไปปราบมันคือความเสี่ยง หากข้าทำไม่ได้ ข้าจะดูเหมือนตัวตลก แต่ถ้าข้าบอกว่าข้าเป็นคนเรียกมันมาเอง... ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป"
บลัดเรเวน เลิกคิ้วขาวโพลนของเขาขึ้น "ท่านจะยอมรับผิดชอบต่อหายนะที่อาจเกิดขึ้นงั้นหรือ?"
Egg: "ข้าจะรับผิดชอบต่ออำนาจต่างหาก! จงสั่งให้นกของท่านร้องเพลงใหม่บอกคนทั้งอาณาจักรว่า มังกรทองที่บินผ่านน่านฟ้าคิงส์แลนดิ้ง ไม่ใช่สัตว์ร้ายที่หลงทาง แต่มันคือ 'Smaug The Magnificent' มังกรที่ข้า เอกอนที่ 5 ใช้อำนาจสายเลือดทาร์แกเรียนอันเข้มข้น และตำราลับโบราณแห่งวาแลร์เรีย อัญเชิญมันมาจากสุดขอบโลกเพื่อมากำราบผู้ที่ยืนตรงข้ามกับบัลลังก์เหล็ก!"
บลัดเรเวน: (ยิ้มที่มุมปากอย่างหาดูได้ยาก) "... ท่านกำลังสรรสร้างความจริงขึ้นมาใหม่ ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งคำถาม แต่สิ่งที่ท่านทำมันคือการเดิมพันครั้งใหญ่"
Egg: "ส่งนกน้อยของท่านออกไป จงกระจายข่าวว่า... มังกรตัวนี้ ข้าได้มอบฮาร์เรนฮอลให้มันเป็นที่พำนักชั่วคราว อย่าให้ใครเข้าใกล้ ผู้ใดก็ตามที่คิดจะขัดขืนกฎหมายของข้า หรือโกงภาษีราษฎร จงจำไว้ว่าข้ามีผู้พิทักษ์ที่สามารถเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่านได้เพียงลมหายใจเดียว"
“รับด้วยเกล้า” บลัดเรเวนตอบ
Egg ไม่รอช้า เขาเริ่มวางแผนการเดินทางที่ดูไม่เหมือนการไปปราบมังกรแต่คือการไปต้อนรับ
ในรัชสมัยของเขา สมบัติล้ำค่าของราชวงศ์ Targaryen เหลือไม่มากนัก เพราะหลายอย่างสูญหายไปจากสงคราม การกบฏ และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ แต่ก็ยังมีของสำคัญอยู่บางชิ้นในท้องพระคลังหรือที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ เขาจึงสั่งให้หลอมสมบัติเก่าๆที่ยังเหลือและเครื่องทองที่ไม่ได้ใช้จากยุคกษัตริย์องค์ก่อนๆ ให้เป็นก้อนทองแท่งมหึมา บรรทุกใส่รถม้าที่แข็งแรงที่สุด เขายังแอบคัดเลือกนักโทษประหารอีก 2-3 คนที่ไม่มีอะไรจะเสีย โดยสัญญาว่าจะได้รับอภัยโทษหากรอดชีวิตกลับมาได้ หากเสียชีวิตครอบครัวของพวกเขาจะได้รับที่ดินและเงินทอง ในฐานะผู้ช่วยงานลับของกษัตริย์
นั่นคือการเป็นคนเป่าแตรสำรอง หรือตกไปเป็นเครื่องสังเวยให้กับมังกรหากการเจรจาล้มเหลว !
***คำสัตย์สาบานใต้แสงดาว***
คืนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง
Egg นั่งอยู่ที่ระเบียง มองออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ที่ซึ่งเงาของฮาร์เรนฮอลตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ เขาหันไปมอง ดังก์ ที่กำลังเตรียมอาวุธและชุดเกราะ
Egg: "ดังก์... เจ้าโกรธข้าไหมที่ข้าฆ่านักโทษคนนั้น?"
ดังก์: (เงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะตอบ) "ข้าไม่ได้โกรธ... ข้าแค่กลัววันที่เจ้าได้มังกรตัวนั้นมา เจ้าจะลืมไปว่าการเป็นคนเดินดินมันรสชาติเป็นยังไง"
Egg: "ข้าไม่มีวันลืมดังก์... แต่เพื่อให้คนเดินดินไม่ต้องอดตาย ข้าต้องกลายเป็นคนที่ถือบังเหียนของเทพเจ้าให้ได้"
ดังก์: และสิ่งที่ข้ากลัวยิ่งกว่า คือหากทุกอย่างมันไม่ได้เป็นไปดั่งที่เจ้าคิดไว้ ข้าจะปกป้องเจ้าได้หรือไม่ หรือเป็นแค่คนที่จะตายก่อน แล้วก็จะเป็นเจ้าที่ตามข้ามาติดๆ
ดังก์กล่าวต่อไปพลางเก็บดาบจากฝัก “เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าแตรนั่นจะใช้ได้ผล และเจ้าจะฝากความหวังให้ใครถือสมบัติล้ำค่าอันตรายนี้ นักโทษพวกนั้นรึ? ข้าว่าวินาทีที่มันได้เห็นสัตว์มหึมานั่น มันคงโกยแนบพร้อมหอบเอาสมบัติอันตรายนี่ไปขายเสวยสุขเอาเสียมากกว่า”
Egg : คำถามของเจ้ากำลังจะนำไปสู่อะไร? เจ้าพยายามจะบอกอะไรข้า?
“ส่งมันมาให้ข้า” ดังก์กล่าวพร้อมเดินเข้ามาใกล้แบบยืดอก ”เมื่อถึงเวลาข้าจะเป็นคนที่ใช้มันเอง“
”ไม่ได้“ Egg ร้อง “ข้าจะไม่เอาคนที่ข้าไว้ใจที่สุดไปเสี่ยงกับเดินพันอันแสนอันตรายนี้ ถ้าทุกอย่างมันพังข้าต้องมีดาบและโล่ห์ที่จะสู้กับมัน และนั่นก็คือเจ้า”
ดังก์: "เจ้าก็คุยกับมันให้สำเร็จสิ... จะได้รอดไปด้วยกัน"
Egg จ้องมองใบหน้าอันสัตย์ซื่อของอัศวินร่างยักษ์ ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ไปครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านระเบียงหิน Egg รู้ดีว่าดังก์ไม่ได้พูดด้วยความโอหัง แต่พูดด้วยความผูกพันที่มีต่อเด็กน้อยที่เขาเคยเรียกว่า 'เอ็กก์'
Egg: "ดังก์... เจ้าก็เห็นแล้วว่าสภาพของคนเป่ามันเป็นอย่างไร เลือดจะเดือดพล่าน ปอดจะไหม้เกรียม ข้าเสียเจ้าไปไม่ได้"
ดังก์: "แล้วเจ้าจะเสียอาณาจักรไปได้งั้นรึ?" ดังก์ก้าวเข้าไปใกล้จนเงาของเขาบดบังร่างของกษัตริย์
"ข้ามัน ”ดังก์จอมทึ่ม“ เอ็กก์... ข้าไม่รู้วิธีการปราบมังกรข้าไม่รู้วิธีปั่นหัวพวกขุนนางเหมือนที่เจ้ากับบลัดเรเวนทำ แต่ข้าขี่ม้าเคียงข้างเจ้ามาทั้งชีวิต หน้าที่ของข้าคือการกวัดแกว่งดาบ และการเป็นโล่... และถ้าโล่ใบนี้ต้องแตกสลายเพื่อให้ราชาของข้าได้นั่งบนบัลลังก์เหล็กอย่างปลอดภัย ข้าก็ยินดี"
ดังก์ยื่นมือหนาหยาบกร้านออกมาแบตรงหน้า Egg
ดังก์: "ส่งมันมาให้ข้า แตรนั่นควรอยู่ในมือคนที่กล้าตายเพื่อเจ้า ไม่ใช่ในมือคนที่พร้อมจะทรยศเจ้าเพื่อทอง... ถ้าแผนการเจรจาของเจ้าพังทลาย ข้าจะเป็นคนเป่ามันเอง และข้าสัญญา... ข้าจะเป่ามันให้สุดลมหายใจ จนกว่าไอ้หนอนยักษ์นั่นจะก้มหัวลงแทบเท้าเจ้า หรือไม่ข้าก็จะเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับมัน"
Egg มองมือของดังก์ สลับกับมองไปที่ห่อผ้าที่ซ่อนอาวุธร้ายแรงนั้นไว้ เขารู้สึกถึงก้อนแข็งๆ ในลำคอ สุดท้ายเขาก็พยักหน้าอย่างช้าๆ แล้วส่งแตรมังกรให้ดังก์
Egg: "ถ้าอย่างนั้น... สัญญาความจำสั้นของเจ้าต้องแม่นยำกว่าที่เคยนะดังก์ ห้ามเป่ามันจนกว่าข้าจะให้สัญญาณเด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงจุดจบของชีวิตเจ้าเอง"
ดังก์ รับห่อผ้ามาสะพายไว้ที่หลังอย่างมั่นคง ขณะนี้แตรมังกรอยู่ในมือของคนที่มีศีลธรรมที่สุด ราวกับจะเป็นการคานอำนาจกับมังกรที่ละโมบที่สุด "ข้าสัญญา... และเจ้าก็สัญญาด้วยล่ะเอ็กก์ ว่าจะไม่ทำให้ข้าต้องใช้ของพรรค์นี้"
Egg มองตามหลังดังก์ที่เดินจากไปเพื่อเตรียมม้า ความกดดันที่แบกไว้เริ่มเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เพราะตอนนี้เขาไม่ได้แค่เดิมพันด้วยชีวิตตัวเองแต่กำลังเดิมพันด้วยชีวิตของมิตรแท้คนเดียวที่เขามี เขาหันกลับไปมองทิศทางของฮาร์เรนฮอลอีกครั้ง
"ข้าสัญญา... ข้าจะคุยกับมันให้สำเร็จ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องกลายเป็นเถ้าถ่าน ดังก์“ Egg พึมพำกับตัวเอง