หลักฐานการยกเลิก “ระบบโรงเรียนนิติบุคคล” ในประเทศไทย
ส่งผลให้การจัดบริการการศึกษาไทยในปัจจุบัน
ไม่ใช่การศึกษา 15 ปีฟรีจริง
1) หลักฐานเชิงระบบ
การกระจายอำนาจและการบริหารจัดการโรงเรียน (พ.ศ. 2540)
เอกสารวิชาการสากล
Decentralization and School Management in Thailand
(Springer, 2004)
ซึ่งวิเคราะห์บริบทการปฏิรูปการศึกษาไทยในช่วงปลายทศวรรษ 2530–2540
สาระสำคัญ
เอกสารฉบับนี้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า การจัดบริการการศึกษาให้เกิดความ
“ฟรีจริง” และ “เสมอภาคจริง” จำเป็นต้องอาศัย ระบบการบริหารจัดการโดยสถานศึกษา (School-Based Management)หรือ ระบบโรงเรียนนิติบุคคล โดยมีเงื่อนไขเชิงโครงสร้างสำคัญ ได้แก่
โรงเรียนต้องมีอำนาจในการบริหารจัดการงบประมาณ
โรงเรียนต้องสามารถปรับการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวยากจน
การจัดบริการต้องยึดหลัก “ความเสมอภาคเชิงความเป็นธรรม” มิใช่ความเสมอกันเชิงปริมาณ
การกระจายอำนาจในช่วงเวลาดังกล่าวมีความสอดคล้องโดยตรงกับระบบโรงเรียนนิติบุคคลที่ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล เป็นผู้ออกแบบและดำเนินการ
ข้อสรุปจากหลักฐานเชิงระบบ
หากปราศจากระบบโรงเรียนนิติบุคคล
→ การจัดการศึกษา 15 ปีให้เป็น “ฟรีจริง”
→ ไม่อาจเกิดขึ้นได้
2) หลักฐานเชิงกฎหมาย
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ได้ ตัดโครงสร้างระบบโรงเรียนนิติบุคคลออกจากระบบการศึกษาไทย
ไม่มีบทบัญญัติรับรองให้โรงเรียนมีสถานะเป็นนิติบุคคล
โรงเรียนยังคงอยู่ภายใต้โครงสร้างการบริหารรวมศูนย์ของกระทรวงศึกษาธิการ
ผลกระทบ
โรงเรียนขาดอำนาจในการบริหารงบประมาณ
ไม่สามารถจัดสรรทรัพยากรให้เด็กยากจน “ได้รับมากกว่า”
หลักความเสมอภาคถูกลดทอนเหลือเพียงความเสมอกันภายใต้ความขาดแคลน
➡️ นี่คือ จุดตัดตอนเชิงกฎหมาย ของระบบซึ่ง ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล วางรากฐานไว้จากการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538
3) หลักฐานเชิงข้อยกเว้น
กฎหมายโรงเรียนนิติบุคคลเฉพาะแห่ง (พ.ศ. 2543)
พระราชบัญญัติโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พ.ศ. 2543
ความจริง
เป็นกฎหมายที่รับรองสถานะโรงเรียนนิติบุคคล เฉพาะแห่งเดียว
ไม่ได้ขยายผลไปสู่โรงเรียนทั้งระบบของประเทศ
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า
รัฐรับรู้ถึงประสิทธิภาพของระบบโรงเรียนนิติบุคคล
แต่ ไม่ได้นำมาใช้เป็นนโยบายสาธารณะเพื่อประชาชนทั้งประเทศ
➡️ จึงถือเป็น หลักฐานเชิงลบ (negative evidence) ที่ยืนยันว่า
ระบบโรงเรียนนิติบุคคลไม่ได้รับการสถาปนาเป็นโครงสร้างหลักของการศึกษาไทย
4) หลักฐานเชิงการบิดเบือนนโยบาย
การแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2545
ข้ออ้าง
มีการอ้างว่าการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเป็นการนำ
“การกระจายอำนาจ” และ “การบริหารโดยสถานศึกษา” กลับมาใช้
หลักฐานเชิงประจักษ์
อัตราค่าอาหารกลางวันถูกกำหนดเท่ากันทั่วประเทศ
การจัดสรรงบประมาณเป็นแบบเหมาจ่ายเท่ากัน
เด็กจากครอบครัวยากจนไม่ได้รับทรัพยากรเพิ่มเติมจากเด็กที่ไม่ยากจน
การวิเคราะห์เชิงระบบ
หากเป็นระบบโรงเรียนนิติบุคคลตามนิยามของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล จริง
โรงเรียนต้องสามารถ:
เพิ่มปริมาณและคุณภาพอาหาร
เพิ่มงบสนับสนุนเฉพาะกลุ่ม
จัดบริการเพิ่มเติมแก่ผู้เรียนกลุ่มเปราะบาง
แต่ในทางปฏิบัติ โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้
➡️ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า การแก้ไขกฎหมาย พ.ศ. 2545
มิใช่การฟื้นคืนระบบโรงเรียนนิติบุคคล
ข้อสรุป
จากหลักฐานเชิงวิชาการและเชิงกฎหมายอย่างต่อเนื่อง สามารถยืนยันได้ว่า
ระบบโรงเรียนนิติบุคคลซึ่งส่งผลให้การจัดบริการการศึกษา 15 ปี“ฟรีจริง”
เคยดำรงอยู่เฉพาะในยุคของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล เท่านั้น
การตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 ได้ยกเลิกและตัดตอนโครงสร้างดังกล่าว ส่งผลให้การจัดบริการการศึกษาไทยในปัจจุบันไม่สามารถสร้างความเสมอภาค, ความเป็นธรรม และไม่เป็นการจัดบริการการศึกษา 15 ปีฟรีจริง
หลักฐานการยกเลิก “ระบบโรงเรียนนิติบุคคล” ในประเทศไทย ส่งผลให้การจัดบริการการศึกษาไทยปัจจุบัน 15ปี ฟรีไม่จริง
ไม่ใช่การศึกษา 15 ปีฟรีจริง
Decentralization and School Management in Thailand
(Springer, 2004)
ซึ่งวิเคราะห์บริบทการปฏิรูปการศึกษาไทยในช่วงปลายทศวรรษ 2530–2540
เอกสารฉบับนี้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า การจัดบริการการศึกษาให้เกิดความ
“ฟรีจริง” และ “เสมอภาคจริง” จำเป็นต้องอาศัย ระบบการบริหารจัดการโดยสถานศึกษา (School-Based Management)หรือ ระบบโรงเรียนนิติบุคคล โดยมีเงื่อนไขเชิงโครงสร้างสำคัญ ได้แก่
หากปราศจากระบบโรงเรียนนิติบุคคล
→ การจัดการศึกษา 15 ปีให้เป็น “ฟรีจริง”
→ ไม่อาจเกิดขึ้นได้
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ได้ ตัดโครงสร้างระบบโรงเรียนนิติบุคคลออกจากระบบการศึกษาไทย
รัฐรับรู้ถึงประสิทธิภาพของระบบโรงเรียนนิติบุคคล
แต่ ไม่ได้นำมาใช้เป็นนโยบายสาธารณะเพื่อประชาชนทั้งประเทศ
ระบบโรงเรียนนิติบุคคลไม่ได้รับการสถาปนาเป็นโครงสร้างหลักของการศึกษาไทย
มีการอ้างว่าการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเป็นการนำ
“การกระจายอำนาจ” และ “การบริหารโดยสถานศึกษา” กลับมาใช้
หากเป็นระบบโรงเรียนนิติบุคคลตามนิยามของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล จริง
โรงเรียนต้องสามารถ:
มิใช่การฟื้นคืนระบบโรงเรียนนิติบุคคล
ระบบโรงเรียนนิติบุคคลซึ่งส่งผลให้การจัดบริการการศึกษา 15 ปี“ฟรีจริง”
เคยดำรงอยู่เฉพาะในยุคของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล เท่านั้น