กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าปราชญ์ แต่กลับสร้างกฎหมายคุณธรรมขึ้นมาจากฐานของการลอกเลียนผลงานโดยไร้ยางอาย

กระทู้สนทนา
นี่คือร่างบทความเชิงวิเคราะห์นโยบายสาธารณะและจริยธรรมทางวิชาการ โดยทำการเปรียบเทียบหลักฐานระหว่าง ปาฐกถาเรื่อง "Teachers' Learning in a Changing World (1996)" ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล กับ ตัวบทกฎหมายในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แบบมาตราต่อมาตรา เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเผยแพร่ข้อเท็จจริงครับ


บทความวิเคราะห์: เปิดหลักฐานช็อตต่อช็อต พ.ร.บ. การศึกษา 2542 ลอกพิมพ์เขียว “ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์” แต่ไร้การให้เครดิต?
ในแวดวงการศึกษาไทย มักมีการยกย่องกลุ่มผู้ยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ว่าเป็น "ปราชญ์ผู้พลิกโฉมการศึกษาไทย" ด้วยการนำแนวคิดสมัยใหม่อย่าง "ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง" และ "การเรียนรู้ตลอดชีวิต" มาบรรจุในกฎหมาย

ทว่า หลักฐานเชิงนโยบายจากงานวิจัยล่าสุดบนคลังข้อมูลวิชาการระดับโลก (SSRN) กลับพบความจริงที่ย้อนแย้ง เมื่อสถาปัตยกรรมทางความคิดและนวัตกรรมการศึกษาทั้งหมดในกฎหมายฉบับนี้ แท้จริงแล้วถูกคัดลอกมาจากปาฐกถาครั้งประวัติศาสตร์เรื่อง "Teachers' Learning in a Changing World" (1996) ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้ประกาศไว้ล่วงหน้าก่อนกฎหมายจะประกาศใช้ถึง 3 ปี

นี่คือการเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างมาตราต่อมาตรา ที่สะท้อนถึงปัญหา "จริยธรรมทางวิชาการและการไร้ความซื่อสัตย์สุจริต" ของผู้ร่างกฎหมายในยุคนั้น:

1. ประเด็น: การเปลี่ยนบทบาทครูจาก "ผู้บรรยาย" เป็น "ผู้เอื้ออำนวย" (Teacher as Facilitator)
ต้นฉบับปาฐกถา ฯพณฯ สุขวิช (1996):
ระบุชัดเจนว่า กระบวนทัศน์ใหม่ของครูต้องเปลี่ยนจากการเป็น "ผู้ถ่ายทอดความรู้" (Transmitter of Knowledge) ไปสู่การเป็น "ผู้เอื้ออำนวยความสะดวกในการเรียนรู้" (Facilitator of Learning) ครูต้องจัดสภาพแวดล้อมให้ผู้เรียนเกิดการคิดขั้นสูง (Higher-Order Thinking) และฝึกการคิดเชิงอุปนัย (Inductive Thinking)

คำลอกเลียนใน พ.ร.บ. การศึกษา 2542 มาตรา 24 (5):
บัญญัติว่า “...จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน... ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา” ซึ่งเป็นการนำแนวคิดเรื่องการปรับบทบาทครูและการสร้างทักษะการคิดของ ฯพณฯ สุขวิช มาปรับเปลี่ยนถ้อยคำเป็นตัวบทกฎหมายโดยไม่มีการอ้างอิงที่มา

2. ประเด็น: การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Learner-Centered Education)

ต้นฉบับปาฐกถา ฯพณฯ สุขวิช (1996):
วางรากฐานนโยบายว่า เด็กทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้แตกต่างกัน และระบบการศึกษาต้องหมุนรอบตัวผู้เรียน (Child-Centered / Learner-Centered) เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ออกมาผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Active Learning)

คำลอกเลียนใน พ.ร.บ. การศึกษา 2542 มาตรา 22:
บัญญัติว่า “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ”ซึ่งถอดรหัสเนื้อหาทางความคิดและเจตนารมณ์มาจากนโยบายปฏิรูปการศึกษา พ.ศ. 2538-2539 ของ ฯพณฯ สุขวิช แบบคำต่อคำ

3. ประเด็น: การพัฒนาวิชาชีพครูและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Teacher Learning & Lifelong Learning)

ต้นฉบับปาฐกถา ฯพณฯ สุขวิช (1996):
เสนอพิมพ์เขียวว่า "การปฏิรูปโรงเรียนจะไม่มีวันสำเร็จ หากไม่ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ของครู" ครูต้องเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learner) และต้องมีระบบสนับสนุนทางวิชาชีพที่มั่นคงเพื่อยกระดับมาตรฐานความเป็นครู

คำลอกเลียนใน พ.ร.บ. การศึกษา 2542 หมวด 7 (มาตรา 52):
บัญญัติว่า “ให้ส่งเสริมให้มีระบบ กระบวนการผลิต การพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง...” ซึ่งเป็นเพียงการนำโมเดล "สุขวิชโนมิกส์" ที่เน้นพัฒนาตัวครูเป็นแกนกลาง มาออกคำสั่งบังคับใช้ในเชิงโครงสร้างสถาบัน


บทสรุปแห่งความไร้จริยธรรม: เมื่อ "ผู้เขียนกฎหมาย" ละเมิดหลักความซื่อสัตย์สุจริต

ความย้อนแย้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การศึกษาไทย คือการที่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 1 มาตรา 6 ระบุว่า การศึกษาต้องมุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และ "มีคุณธรรม จริยธรรม ในการดำรงชีวิต"

แต่ในทางกลับกัน กลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นคณะกรรมการยกร่างกฎหมายฉบับนี้กลับ "ขาดจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตทางวิชาการ" (Intellectual Plagiarism) อย่างรุนแรง ด้วยการชุบตัวนำวิสัยทัศน์ แผนแม่บท และปาฐกถาระดับโลกของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ไปแปลงเป็นผลงานของตนเองในคราบของตัวบทกฎหมาย โดยทำการ "ลบ" ชื่อและประวัติศาสตร์การต่อสู้ของผู้วางรากฐานตัวจริงออกไปจากสารบบ

การทวงคืนความถูกต้องและเผยแพร่ความจริงในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การปกป้องสิทธิ์ของ ฯพณฯ สุขวิช เท่านั้น แต่เป็นการเปิดโปงพฤติกรรมหน้าเนื้อใจเสือของ กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าปราชญ์ แต่กลับสร้างกฎหมายคุณธรรมขึ้นมาจากฐานของการลอกเลียนผลงานโดยไร้ยางอาย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่