.

.
กล่องใส่ลูกศร ลูกศร คันโยก พานท้าย
ทำจำลองขึ้นมาใหม่ ตามภาพเก่าในอดีต
หน้าไม้ กับ สายดึง ชำรุดสูญหายไปแล้ว
.

.
ของประมูลหน้าไม้จีนชิ้นนี้
น่าจะเป็นของชนชั้นสูง หรือ ของราชวงศ์
มีการบุเงิน ลวดลาย หงส์ มังกรไร้เขา
.
.
战汉 · 错银螭龙纹铜郭连弩机
Zhàn Hàn · cuò yín chī lóng wén tóng guō lián nǔ jī
ยุคจ้านฮั่น (สงครามจ้าน-ฮั่น)
กลไกหน้าไม้ต่อเนื่องทองสัมฤทธิ์
พร้อมด้ามลายมังกรฉีหลง(ไร้เขา)ฝังเงิน
镐金古金银铜器博物馆藏
Gǎo Jīn gǔ jīn yín tóng qì bówùguǎn cáng
ของสะสมของพิพิธภัณฑ์เครื่องทองคำ
เงิน และทองสัมฤทธิ์โบราณ
(Gaojin Ancient Gold, Silver
and Bronze Ware Museum)
2023 年苏富比纽约秋拍
2023 nián Sūfùbǐ Niǔyuē qiū pāi
การประมูลฤดูใบไม้ร่วงของ
Sotheby's ที่นิวยอร์ก ปี 2023
.
.
คำอธิบายเพิ่มเติม
战汉 (Zhàn Hàn)
ช่วงเวลาตั้งแต่ปลายยุคจ้านกั๋ว
(พงศาวดารเลียดก๊กยุควุ่นวาย
วิชาเทพ อสูร มาร มากกว่าสามก๊ก)
(Warring States Period)
จนถึงปลายราชวงศ์ฮั่น (Han Dynasty)
1. ยุคจ้านกั๋ว
(ประมาณ 476–221 ปีก่อนคริสตกาล)
สิ้นสุดราชวงศ์โจว รัฐใหญ่ 7 รัฐทำสงครามกัน
รัฐฉิน ภายใต้จักรพรรดิฉินซีหวังตี้ (จิ๋นซี)
รวบรวมแผ่นดินจีนสำเร็จ
รวมเป็นหนึ่งเป็นครั้งแรกภายใต้ ราชวงศ์ฉิน
2. ราชวงศ์ฉิน
(221–206 ปีก่อนคริสตกาล)
สั้นมาก แต่มีผลกระทบมหาศาล
สร้างกำแพงเมืองจีนต่อจากของเดิม
มาตรฐานการเขียนหนังสือ ระบบเงินตรา
เผาหนังสือได้ ก็เผาคนทั้งเป็นได้เช่นกัน
3. ราชวงศ์ฮั่น
(206 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 220)
ราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่มากและมีอายุยาวนาน
หลังจากราชวงศ์ฉินล่มสลาย
สร้างความเจริญรุ่งเรือง และเป็นที่มาของชื่อ
ชาวฮั่น คนจีนส่วนใหญ่แทนชื่อคำนี้
4. ยุคสามก๊ก
(ค.ศ. 220–280)
เริ่มต้นขึ้น หลังจากราชวงศ์ฮั่นมีแต่ชื่อ
ฮ่องเต๊เหี้ยนเต้ื แค่หุ่นเชิดของขุนศึก
แต่เสนาบดี คือ เจ้าของคอกม้า
จีนแตกออกเป็นสามอาณาจักรใหญ่
(วุ่ยก๊ก/วุ่ย จ๊กก๊ก/สู่ ง่อก๊ก/อู๋)
และทำสงครามระหว่างกัน
สุดท้ายตระกูล สุมา(ซือหม่า)
กินรวบทุกก๊กตามเจตนารมย์ สุมาอี้
错银 (cuò yín)
เทคนิคการตกแต่งโลหะ
ด้วยการ ฝังเงิน (Inlaid Silver)
螭龙 (chī lóng)
มังกรฉีหลง มังกรที่ไม่มีเขา
พบได้ในศิลปะจีนโบราณ
铜郭 (tóng guō)
ด้ามไกทองสัมฤทธิ์
หรือส่วนที่ประกอบเข้ากับกลไก
连弩机 (lián nǔ jī)
กลไกหน้าไม้ต่อเนื่อง
(Repeating Crossbow Mechanism)
สามารถยิงลูกศรได้หลายดอก
โดยไม่ต้องบรรจุซ้ำบ่อย ๆ
ลูกศรหล่นลงมาในร่อง
โดยอาศัยหลักแรงโน้มถ่วง
.
.
.

.
หน้าไม้กลจีน "ชุโคนุ"
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์โดยขงเบ้ง
.
.
วิธีการบรรจุลูกศรและการยิงของหน้าไม้กล
หรือ กลไกหน้าไม้ต่อเนื่อง
(Repeating Crossbow Mechanism)
มักถูกเรียกว่า
จูกัดหนู หรือ Zhūgě nǔ
หน้าไม้กลมีมาก่อนขงเบ้งแล้ว
จูกัดเหลียง ขงเบ้ง (ชื่อในสามก๊ก)
แต่ขงเบ้งได้พัฒนาจนใช้งานง่าย
และยืงได้รวดเร็วกว่าของเก่ามาก
กลไกนี้ถูกออกแบบมา
เพื่อให้มีอัตราการยิงที่สูงกว่าหน้าไม้ธรรมดา
โดยรวมเอาการขึ้นสาย การบรรจุลูกศร
และการเหนี่ยวไกไว้ใน
การเคลื่อนที่ด้วยคันโยกเพียงครั้งเดียว
🎯
กลไกการบรรจุและการยิง (อย่างง่าย)
หลักการทำงานของหน้าไม้กล
(โดยเฉพาะแบบที่พัฒนาแล้วในยุคหลัง)
แบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอนต่อเนื่อง
ที่เกิดขึ้นพร้อมกันด้วยการโยกคันโยก
1. การบรรจุลูกศร (Loading)
ตัวหน้าไม้จะมี
รางบรรจุ (Magazine) อยู่ด้านบน
ซึ่งสามารถบรรจุลูกศรขนาดเล็ก
ที่ไม่มีหางธนู (fletching)
ได้หลายลูก (อาจถึง 10-20 ลูก)
เมื่อผู้ยิง ดันคันโยกไปด้านหน้า
ลูกศรที่อยู่ในรางบรรจุจะตกลงมา
ด้วยแรงโน้มถ่วง เข้าสู่ร่องยิง
ที่เตรียมไว้สำหรับลูกศรถัดไป
2. การขึ้นสายและเตรียมพร้อม
(Cocking and Setting)
ขณะที่ผู้ยิง ดันคันโยกไปด้านหน้า
กลไกจะทำงานเพื่อเกี่ยวสายหน้าไม้ (Bowstring)
ดึงสายกลับไปด้านหลัง
เพื่อขึ้นสายหน้าไม้ให้ตึงและพร้อมยิง
3. การยิง (Firing/Releasing)
เมื่อผู้ยิงดึงคันโยกกลับมาด้านหลัง
จนสุดระยะแล้ว
การเคลื่อนที่ย้อนกลับนี้จะปลดกลไกไกปืน
(Sear/Trigger mechanism) โดยอัตโนมัติ
สายหน้าไม้ที่ตึงอยู่จะถูกปล่อยออก
เพื่อขับลูกศรที่บรรจุไว้ในร่องยิงให้พุ่งออกไป
หลังจากยิงแล้ว หากยังต้องการยิงต่อ
ผู้ยิงเพียงแค่โยกคันโยกไปด้านหน้า
และกลับมาด้านหลังซ้ำไปเรื่อย ๆ
จนกว่าลูกศรในรางบรรจุจะหมด
สรุปการยิงทำได้
โยกคันโยกไป-กลับ
(Pumping action) อย่างต่อเนื่อง
โดยยิงจากระดับสะโพกหรือเอว
เพราะไม่มีศูนย์เล็งที่แม่นยำมากนัก
ผลลัพธ์ของกลไก ดันคันโยกไปด้านหน้า
1. ลูกศรตกจากรางเข้าสู่ร่องยิง
2. ขึ้นสายหน้าไม้จนตึงและล็อกไว้
ดึงคันโยกกลับมาด้านหลัง
3. ปลดไกปืน ยิง ลูกศรออกไป
ทำซ้ำ
ยิงต่อเนื่องจนลูกศรหมดรางบรรจุ
แม้ว่าหน้าไม้กลจะยิงได้รวดเร็วมาก
แต่โดยทั่วไปแล้ว
อานุภาพและความแม่นยำหน้าไม้จีนแบบนี้
จะน้อยกว่าหน้าไม้ที่ยิงทีละดอกแบบปกติ
เพราะใช้ลูกศรขนาดเล็กกว่า
และมีระยะดึงสาย (Draw Weight) ที่เบากว่า
เหมาะกับการรบในระยะประชิดตัว
หรือตั้งรับศัตรูในช่องทางคับแคบ
.
.
.

.

.
.
ส่วนประกอบหลักของ หน้าไม้ทั่วไป
(Crossbow) และ กลไกหน้าไม้
หน้าไม้ (Crossbow) โดยพื้นฐานแล้ว
ประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ
ตัวหน้าไม้ (Stock and Bow) และ
กลไกการยิง (Trigger Mechanism)
ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ดึงและปล่อยสายครับ
1. ส่วนประกอบของ หน้าไม้
(The Crossbow Body)
คันธนู (Lath / Prod)
คือคันธนูที่ติดตั้งในแนวขวางกับลำตัวปืน
เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานสำหรับการยิง
สายหน้าไม้ (Bowstring)
สายที่ใช้ดึงให้ตึงและล็อกไว้
ใช้ขับเคลื่อนลูกศรออกไป
ลำตัว/ด้ามปืน (Stock)
ส่วนที่เป็นฐานหลักของหน้าไม้
มีลักษณะคล้ายปืน ใช้ในการประคองและเล็ง
ร่องลูกศร (Bolt Groove)
ร่องที่อยู่ด้านบนของลำตัวปืน
เป็นที่สำหรับวางลูกศรก่อนการยิง
.
.

.
.
ลูกศรหน้าไม้ (Bolt)
ลูกศรที่มีขนาดสั้นและหนา
สำหรับใช้กับหน้าไม้จีนโดยเฉพาะ
.
.

.
.
ที่เหยียบ/ห่วงเท้า (Stirrup)
ห่วงโลหะที่ปลายหน้าไม้ทั่วไป
สำหรับให้ผู้ยิงใช้เท้าเหยียบ
เพื่อยึดหน้าไม้ขณะขึ้นสาย
.
.

.
.
2. ส่วนประกอบของ กลไกหน้าไม้
(The Mechanism Crossbow)
กลไกนี้เป็นส่วนสำคัญ
ที่ทำให้หน้าไม้แตกต่างจากธนู
โดยทั่วไปถูกติดตั้งอยู่ที่ส่วนท้ายของลำตัวปืน
และอาจเรียกรวม ๆ ว่า กลไกการยิง
(Trigger Mechanism)
ในภาษาจีนโบราณเรียกว่า หนูจี (弩機)
.
.

.

.
.
ตัวล็อกสาย (Nut / Tumbler)
ชิ้นส่วนทรงกระบอกหรือวงล้อที่มีร่องบาก
เป็นส่วนที่รับและล็อกสายหน้าไม้
ที่ขึ้นสายจนตึงไว้ไม่ให้หลุดออก
ไกปืน (Trigger)
คันบังคับที่อยู่ด้านล่าง
เมื่อผู้ยิงเหนี่ยว จะไปปลดล็อกระบบ
สลักไก (Sear)
ชิ้นส่วนที่เชื่อมต่อกับไกปืน
มีหน้าที่ยึดตัวล็อกสาย (Nut) ไว้
และจะถูกปลดออกเมื่อเหนี่ยวไก
เรือนกลไก (Casing / Housing)
กรอบโลหะที่หุ้มและบรรจุ
ส่วนประกอบของกลไกการยิงทั้งหมดไว้
(เช่น ส่วนที่เห็นในภาพวัตถุโบราณ)
.
.

.
เขาควายไว้วางลูกศร
.
.
ที่ดึงหน้าไม้ (Cocking Mechanism)
ระบบที่ใช้ในการดึงสายหน้าไม้ให้ตึง
เช่น คันโยก (Lever), รอก (Windlass)
เครื่องมือแบบแพะ (Goat's Foot Lever)
🛠️ ที่ดึงหน้าไม้ (Cocking Mechanism)
หน้าไม้โบราณมีแรงดึงสาย (Draw Weight)
สูงมาก ต้องใช้แรงดึงเยอะมาก
ผู้ยิงจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วย
ในการดึงสายเพื่อเตรียมยิง
มือเปล่าและเท้า (Hand and Foot)
ใช้กำลังแขน/เท้าเหยียบที่ห่วงเท้า (Stirrup)
เหมาะสำหรับหน้าไม้ที่มีแรงดึงไม่สูงนัก
เครื่องมือแบบตะขอ (Belt Claw)
ใช้ตะขอเกี่ยวสายแล้วใช้เข็มขัด
หรือแรงโน้มถ่วงของร่างกายช่วยดึง
ที่ดึงแบบแพะ (Goat's Foot Lever)
เป็นคันโยกที่มีขาคล้ายแพะ
ใช้หลักการคานดีดคานงัดเพื่อดึงสายหน้าไม้
.
.

.
Goat Foot Lever Model by Scaleyaerate
.
.
รอก (Windlass)
ใช้ระบบรอกและเชือกในการดึงสาย
เหมาะสำหรับหน้าไม้ที่มีแรงดึงสูงสุด
.
.

.
.
เรียบเรียง/ที่มา
SINOSPHERE 漢字文化圈
Gemini
.
.
หน้าไม้กล (ขงเบ้ง)
.
กล่องใส่ลูกศร ลูกศร คันโยก พานท้าย
ทำจำลองขึ้นมาใหม่ ตามภาพเก่าในอดีต
หน้าไม้ กับ สายดึง ชำรุดสูญหายไปแล้ว
.
.
ของประมูลหน้าไม้จีนชิ้นนี้
น่าจะเป็นของชนชั้นสูง หรือ ของราชวงศ์
มีการบุเงิน ลวดลาย หงส์ มังกรไร้เขา
.
战汉 · 错银螭龙纹铜郭连弩机
Zhàn Hàn · cuò yín chī lóng wén tóng guō lián nǔ jī
ยุคจ้านฮั่น (สงครามจ้าน-ฮั่น)
กลไกหน้าไม้ต่อเนื่องทองสัมฤทธิ์
พร้อมด้ามลายมังกรฉีหลง(ไร้เขา)ฝังเงิน
镐金古金银铜器博物馆藏
Gǎo Jīn gǔ jīn yín tóng qì bówùguǎn cáng
ของสะสมของพิพิธภัณฑ์เครื่องทองคำ
เงิน และทองสัมฤทธิ์โบราณ
(Gaojin Ancient Gold, Silver
and Bronze Ware Museum)
2023 年苏富比纽约秋拍
2023 nián Sūfùbǐ Niǔyuē qiū pāi
การประมูลฤดูใบไม้ร่วงของ
Sotheby's ที่นิวยอร์ก ปี 2023
.
.
คำอธิบายเพิ่มเติม
战汉 (Zhàn Hàn)
ช่วงเวลาตั้งแต่ปลายยุคจ้านกั๋ว
(พงศาวดารเลียดก๊กยุควุ่นวาย
วิชาเทพ อสูร มาร มากกว่าสามก๊ก)
(Warring States Period)
จนถึงปลายราชวงศ์ฮั่น (Han Dynasty)
1. ยุคจ้านกั๋ว
(ประมาณ 476–221 ปีก่อนคริสตกาล)
สิ้นสุดราชวงศ์โจว รัฐใหญ่ 7 รัฐทำสงครามกัน
รัฐฉิน ภายใต้จักรพรรดิฉินซีหวังตี้ (จิ๋นซี)
รวบรวมแผ่นดินจีนสำเร็จ
รวมเป็นหนึ่งเป็นครั้งแรกภายใต้ ราชวงศ์ฉิน
2. ราชวงศ์ฉิน
(221–206 ปีก่อนคริสตกาล)
สั้นมาก แต่มีผลกระทบมหาศาล
สร้างกำแพงเมืองจีนต่อจากของเดิม
มาตรฐานการเขียนหนังสือ ระบบเงินตรา
เผาหนังสือได้ ก็เผาคนทั้งเป็นได้เช่นกัน
3. ราชวงศ์ฮั่น
(206 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 220)
ราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่มากและมีอายุยาวนาน
หลังจากราชวงศ์ฉินล่มสลาย
สร้างความเจริญรุ่งเรือง และเป็นที่มาของชื่อ
ชาวฮั่น คนจีนส่วนใหญ่แทนชื่อคำนี้
4. ยุคสามก๊ก
(ค.ศ. 220–280)
เริ่มต้นขึ้น หลังจากราชวงศ์ฮั่นมีแต่ชื่อ
ฮ่องเต๊เหี้ยนเต้ื แค่หุ่นเชิดของขุนศึก
แต่เสนาบดี คือ เจ้าของคอกม้า
จีนแตกออกเป็นสามอาณาจักรใหญ่
(วุ่ยก๊ก/วุ่ย จ๊กก๊ก/สู่ ง่อก๊ก/อู๋)
และทำสงครามระหว่างกัน
สุดท้ายตระกูล สุมา(ซือหม่า)
กินรวบทุกก๊กตามเจตนารมย์ สุมาอี้
错银 (cuò yín)
เทคนิคการตกแต่งโลหะ
ด้วยการ ฝังเงิน (Inlaid Silver)
螭龙 (chī lóng)
มังกรฉีหลง มังกรที่ไม่มีเขา
พบได้ในศิลปะจีนโบราณ
铜郭 (tóng guō)
ด้ามไกทองสัมฤทธิ์
หรือส่วนที่ประกอบเข้ากับกลไก
连弩机 (lián nǔ jī)
กลไกหน้าไม้ต่อเนื่อง
(Repeating Crossbow Mechanism)
สามารถยิงลูกศรได้หลายดอก
โดยไม่ต้องบรรจุซ้ำบ่อย ๆ
ลูกศรหล่นลงมาในร่อง
โดยอาศัยหลักแรงโน้มถ่วง
.
.
.
หน้าไม้กลจีน "ชุโคนุ"
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์โดยขงเบ้ง
.
วิธีการบรรจุลูกศรและการยิงของหน้าไม้กล
หรือ กลไกหน้าไม้ต่อเนื่อง
(Repeating Crossbow Mechanism)
มักถูกเรียกว่า จูกัดหนู หรือ Zhūgě nǔ
หน้าไม้กลมีมาก่อนขงเบ้งแล้ว
จูกัดเหลียง ขงเบ้ง (ชื่อในสามก๊ก)
แต่ขงเบ้งได้พัฒนาจนใช้งานง่าย
และยืงได้รวดเร็วกว่าของเก่ามาก
กลไกนี้ถูกออกแบบมา
เพื่อให้มีอัตราการยิงที่สูงกว่าหน้าไม้ธรรมดา
โดยรวมเอาการขึ้นสาย การบรรจุลูกศร
และการเหนี่ยวไกไว้ใน
การเคลื่อนที่ด้วยคันโยกเพียงครั้งเดียว
🎯 กลไกการบรรจุและการยิง (อย่างง่าย)
หลักการทำงานของหน้าไม้กล
(โดยเฉพาะแบบที่พัฒนาแล้วในยุคหลัง)
แบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอนต่อเนื่อง
ที่เกิดขึ้นพร้อมกันด้วยการโยกคันโยก
1. การบรรจุลูกศร (Loading)
ตัวหน้าไม้จะมี
รางบรรจุ (Magazine) อยู่ด้านบน
ซึ่งสามารถบรรจุลูกศรขนาดเล็ก
ที่ไม่มีหางธนู (fletching)
ได้หลายลูก (อาจถึง 10-20 ลูก)
เมื่อผู้ยิง ดันคันโยกไปด้านหน้า
ลูกศรที่อยู่ในรางบรรจุจะตกลงมา
ด้วยแรงโน้มถ่วง เข้าสู่ร่องยิง
ที่เตรียมไว้สำหรับลูกศรถัดไป
2. การขึ้นสายและเตรียมพร้อม
(Cocking and Setting)
ขณะที่ผู้ยิง ดันคันโยกไปด้านหน้า
กลไกจะทำงานเพื่อเกี่ยวสายหน้าไม้ (Bowstring)
ดึงสายกลับไปด้านหลัง
เพื่อขึ้นสายหน้าไม้ให้ตึงและพร้อมยิง
3. การยิง (Firing/Releasing)
เมื่อผู้ยิงดึงคันโยกกลับมาด้านหลัง
จนสุดระยะแล้ว
การเคลื่อนที่ย้อนกลับนี้จะปลดกลไกไกปืน
(Sear/Trigger mechanism) โดยอัตโนมัติ
สายหน้าไม้ที่ตึงอยู่จะถูกปล่อยออก
เพื่อขับลูกศรที่บรรจุไว้ในร่องยิงให้พุ่งออกไป
หลังจากยิงแล้ว หากยังต้องการยิงต่อ
ผู้ยิงเพียงแค่โยกคันโยกไปด้านหน้า
และกลับมาด้านหลังซ้ำไปเรื่อย ๆ
จนกว่าลูกศรในรางบรรจุจะหมด
สรุปการยิงทำได้
โยกคันโยกไป-กลับ
(Pumping action) อย่างต่อเนื่อง
โดยยิงจากระดับสะโพกหรือเอว
เพราะไม่มีศูนย์เล็งที่แม่นยำมากนัก
ผลลัพธ์ของกลไก ดันคันโยกไปด้านหน้า
1. ลูกศรตกจากรางเข้าสู่ร่องยิง
2. ขึ้นสายหน้าไม้จนตึงและล็อกไว้
ดึงคันโยกกลับมาด้านหลัง
3. ปลดไกปืน ยิง ลูกศรออกไป
ทำซ้ำ
ยิงต่อเนื่องจนลูกศรหมดรางบรรจุ
แม้ว่าหน้าไม้กลจะยิงได้รวดเร็วมาก
แต่โดยทั่วไปแล้ว
อานุภาพและความแม่นยำหน้าไม้จีนแบบนี้
จะน้อยกว่าหน้าไม้ที่ยิงทีละดอกแบบปกติ
เพราะใช้ลูกศรขนาดเล็กกว่า
และมีระยะดึงสาย (Draw Weight) ที่เบากว่า
เหมาะกับการรบในระยะประชิดตัว
หรือตั้งรับศัตรูในช่องทางคับแคบ
.
.
.
.
ส่วนประกอบหลักของ หน้าไม้ทั่วไป
(Crossbow) และ กลไกหน้าไม้
หน้าไม้ (Crossbow) โดยพื้นฐานแล้ว
ประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ
ตัวหน้าไม้ (Stock and Bow) และ
กลไกการยิง (Trigger Mechanism)
ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ดึงและปล่อยสายครับ
1. ส่วนประกอบของ หน้าไม้
(The Crossbow Body)
คันธนู (Lath / Prod)
คือคันธนูที่ติดตั้งในแนวขวางกับลำตัวปืน
เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานสำหรับการยิง
สายหน้าไม้ (Bowstring)
สายที่ใช้ดึงให้ตึงและล็อกไว้
ใช้ขับเคลื่อนลูกศรออกไป
ลำตัว/ด้ามปืน (Stock)
ส่วนที่เป็นฐานหลักของหน้าไม้
มีลักษณะคล้ายปืน ใช้ในการประคองและเล็ง
ร่องลูกศร (Bolt Groove)
ร่องที่อยู่ด้านบนของลำตัวปืน
เป็นที่สำหรับวางลูกศรก่อนการยิง
.
.
ลูกศรหน้าไม้ (Bolt)
ลูกศรที่มีขนาดสั้นและหนา
สำหรับใช้กับหน้าไม้จีนโดยเฉพาะ
.
.
ที่เหยียบ/ห่วงเท้า (Stirrup)
ห่วงโลหะที่ปลายหน้าไม้ทั่วไป
สำหรับให้ผู้ยิงใช้เท้าเหยียบ
เพื่อยึดหน้าไม้ขณะขึ้นสาย
.
.
2. ส่วนประกอบของ กลไกหน้าไม้
(The Mechanism Crossbow)
กลไกนี้เป็นส่วนสำคัญ
ที่ทำให้หน้าไม้แตกต่างจากธนู
โดยทั่วไปถูกติดตั้งอยู่ที่ส่วนท้ายของลำตัวปืน
และอาจเรียกรวม ๆ ว่า กลไกการยิง
(Trigger Mechanism)
ในภาษาจีนโบราณเรียกว่า หนูจี (弩機)
.
.
.
ตัวล็อกสาย (Nut / Tumbler)
ชิ้นส่วนทรงกระบอกหรือวงล้อที่มีร่องบาก
เป็นส่วนที่รับและล็อกสายหน้าไม้
ที่ขึ้นสายจนตึงไว้ไม่ให้หลุดออก
ไกปืน (Trigger)
คันบังคับที่อยู่ด้านล่าง
เมื่อผู้ยิงเหนี่ยว จะไปปลดล็อกระบบ
สลักไก (Sear)
ชิ้นส่วนที่เชื่อมต่อกับไกปืน
มีหน้าที่ยึดตัวล็อกสาย (Nut) ไว้
และจะถูกปลดออกเมื่อเหนี่ยวไก
เรือนกลไก (Casing / Housing)
กรอบโลหะที่หุ้มและบรรจุ
ส่วนประกอบของกลไกการยิงทั้งหมดไว้
(เช่น ส่วนที่เห็นในภาพวัตถุโบราณ)
.
.
เขาควายไว้วางลูกศร
.
ที่ดึงหน้าไม้ (Cocking Mechanism)
ระบบที่ใช้ในการดึงสายหน้าไม้ให้ตึง
เช่น คันโยก (Lever), รอก (Windlass)
เครื่องมือแบบแพะ (Goat's Foot Lever)
🛠️ ที่ดึงหน้าไม้ (Cocking Mechanism)
หน้าไม้โบราณมีแรงดึงสาย (Draw Weight)
สูงมาก ต้องใช้แรงดึงเยอะมาก
ผู้ยิงจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วย
ในการดึงสายเพื่อเตรียมยิง
มือเปล่าและเท้า (Hand and Foot)
ใช้กำลังแขน/เท้าเหยียบที่ห่วงเท้า (Stirrup)
เหมาะสำหรับหน้าไม้ที่มีแรงดึงไม่สูงนัก
เครื่องมือแบบตะขอ (Belt Claw)
ใช้ตะขอเกี่ยวสายแล้วใช้เข็มขัด
หรือแรงโน้มถ่วงของร่างกายช่วยดึง
ที่ดึงแบบแพะ (Goat's Foot Lever)
เป็นคันโยกที่มีขาคล้ายแพะ
ใช้หลักการคานดีดคานงัดเพื่อดึงสายหน้าไม้
.
.
Goat Foot Lever Model by Scaleyaerate
.
รอก (Windlass)
ใช้ระบบรอกและเชือกในการดึงสาย
เหมาะสำหรับหน้าไม้ที่มีแรงดึงสูงสุด
.
.
เรียบเรียง/ที่มา
SINOSPHERE 漢字文化圈
Gemini
.
.
เรื่องเดิม
.
โพยยุคจอหงวน
.
.
.
โพยบนถุงเท้า
.
.
เสื้อกั๊ก/ซับใน เมืองจีนมักใส่กัน 2-3 ชั้น
.
.
คนแบกชาไปธิเบต
.
.
.
กระดุมผ้าของจีน
.
.
.
หนึ่งรักเงิน หนึ่งรักชาติ หนึ่งรักอำนาจ สามสาวแซ่ซ่ง
.
.
.
พบกระดูกคนจีนในยุคโรมันที่อังกฤษ
.
.
.
ชนพื้นเมืองอเมริกันอาจมาจากจีนตอนใต้
.
.
.
แมวบ้านมาถึงจีนผ่านเส้นทางสายไหมเมื่อ 1400 ปีก่อน
.
.
.
สตรีชาวเซี่ยงไฮ้ปลูกป่าพื้นที่ 40,000 หมู่
.
.
.
การผลิตสินค้าในจีน
.
.
.
ปฎิทินจีน (มองโกล)
.
.