สารคดีประวัติศาสตร์รถถัง M1 Abrams "มัจจุราชเสียงหวีด"

สารคดีประวัติศาสตร์รถถัง M1 Abrams "มัจจุราชเสียงหวีด"

1. จุดเริ่มต้นและการแก้ตัวจากความล้มเหลว
โครงการพัฒนาเริ่มต้นขึ้นในช่วงสงครามเย็น เนื่องจากสหรัฐฯ ต้องการรถถังมาทดแทนรุ่น M60 ที่เริ่มล้าสมัยเมื่อเทียบกับรถถังโซเวียต ความพยายามแรกในชื่อโครงการ MBT-70 (ร่วมกับเยอรมนี) ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเพราะเทคโนโลยีซับซ้อนเกินไปและงบบานปลาย ต่อมาในปี 1972 จึงเกิดโครงการ XM1 ที่เน้นฟังเสียงจากทหารผู้ใช้งานจริง จนได้ข้อกำหนด 4 ด้านคือ อำนาจการยิงสูง, ความคล่องตัว, ความน่าเชื่อถือ และเกราะที่ช่วยให้พลประจำรถรอดชีวิตได้

2. การแข่งขันและนวัตกรรมเครื่องยนต์
เกิดการแข่งขันระหว่างบริษัท Chrysler และ General Motors (GM) ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์:

Chrysler เลือกใช้เครื่องยนต์กังหันก๊าซ (Gas Turbine) ซึ่งมีอัตราเร่งสูงและเงียบจนได้ฉายา "มัจจุราชเสียงหวีด" แม้จะกินน้ำมันมากแต่มีความน่าเชื่อถือสูงกว่า

GM เลือกเครื่องยนต์ดีเซลแบบดั้งเดิมแต่มีปัญหาด้านเทคนิคร้ายแรงระหว่างการทดสอบ

ผลสรุป: Chrysler ชนะการคัดเลือกไม่ใช่เพราะการอุ้มสมทางการเงินตามข่าวลือ แต่เป็นเพราะประสิทธิภาพเครื่องยนต์กังหันก๊าซที่เหนือกว่า และการปรับปรุงเกราะที่ทำได้ดีกว่าคู่แข่ง รวมถึงชนะการเปรียบเทียบกับ Leopard 2AV ของเยอรมนีในด้านความปลอดภัยของพลประจำรถ

3. สถาปัตยกรรมทางวิศวกรรมและความอยู่รอด
M1 Abrams ถูกออกแบบโดยรวมนวัตกรรมขั้นสูงไว้ด้วยกัน:

ระบบเกราะ: ใช้เกราะคอมโพสิตลับสุดยอด "Chobham" ที่สามารถทำลายหัวกระสุนเจาะเกราะได้ และเสริมด้วยยูเรเนียมเสื่อมสภาพ (DU) ในรุ่นต่อมาเพื่อเพิ่มความหนาแน่น

ความปลอดภัย: มีนวัตกรรม "แผงระบายแรงดัน" (Blowout Panels) ที่แยกคลังกระสุนออกจากห้องโดยสาร หากกระสุนระเบิด แรงระเบิดจะพุ่งออกด้านบน ไม่ทำอันตรายต่อทหารในรถ

อำนาจการยิง: อัปเกรดจากปืน 105 มม. เป็นปืนลำกล้องเรียบ 120 มม. M256 ที่แม่นยำสูง ยิงได้แม่นยำแม้ในขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงผ่านระบบควบคุมการยิงและกล้องความร้อน

4. พลประจำรถและการฝึกฝน
บทความเน้นย้ำว่า "มนุษย์" คือหัวใจสำคัญ สหรัฐฯ เลือกใช้พลบรรจุกระสุนเป็นมนุษย์ (4 นาย) แทนระบบอัตโนมัติ เพื่อความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหา และมีการฝึกฝนที่เข้มข้นที่สุดในโลกที่ศูนย์การฝึกแห่งชาติ (NTC) โดยจำลองการรบกับหน่วยสมมติที่ใช้ยุทธวิธีแบบโซเวียต เพื่อให้พลประจำรถดึงศักยภาพสูงสุดของเครื่องจักรออกมา

5. บทพิสูจน์ในสงครามอ่าวเปอร์เซีย (1991)
สงครามนี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Abrams กลายเป็นตำนาน:

ในยุทธการที่ 73 Easting และสันเขาเมดินา Abrams สามารถทำลายรถถัง T-72 ของอิรักได้จากระยะไกลกว่า 3 กิโลเมตร ก่อนที่ข้าศึกจะมองเห็นด้วยซ้ำ

สถิติหลังจบสงครามเหลือเชื่อมาก: อิรักสูญเสียรถถัง 3,700 คัน ขณะที่ Abrams เสียหายเพียง 18 คัน และไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิตจากการโจมตีของข้าศึกแม้แต่คนเดียว

6. การวิวัฒนาการสู่อนาคต
Abrams ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มที่ปรับปรุงได้ไม่สิ้นสุด:

รุ่น M1A2: ก้าวสู่ยุคดิจิทัลด้วยระบบ Hunter-Killer (CITV) ที่ช่วยให้หาเป้าหมายและยิงได้พร้อมกัน

ระบบป้องกันสมัยใหม่: ติดตั้งเกราะ TUSK สำหรับรบในเมือง และระบบ Trophy APS ที่ใช้เรดาร์ยิงทำลายขีปนาวุธก่อนถึงตัวรถ

โครงการ M1E3: เป็นก้าวต่อไปที่มุ่งเน้นการลดน้ำหนักรถถังให้เบาลงแต่ยังคงความแข็งแกร่ง เพื่อให้ใช้งานได้ต่อไปจนถึงปี 2050

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่