ผอมไป ใครว่าดี??

ผอมไป ใครว่าดี??
 
     แม้ว่าค่านิยมในสังคมบางอย่างจะเริ่มเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ถ้าเป็นเรื่องของรูปร่างแล้วล่ะก็ พี่หมอเชื่อว่า ถ้าเลือกได้หลายๆ คนก็คงอยากที่จะมีรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม ดูสุขภาพดี มากกว่าอ้วนลงพุง ใช่มั้ยล่ะครับ ไม่งั้นการออกกำลังกายคงไม่กลายเป็นเทรนด์ฮิตของคนยุคนี้แน่ๆ
     เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือเรียกว่าอ้วนนั้นมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคไขมันพอกตับ โรคเบาหวาน รวมถึงโรคมะเร็งชนิดต่างๆ มากกว่าคนผอม 
     แต่ก็ใช่ว่าคนผอมจะสุขภาพดีกว่าคนอ้วนเสมอไปนะครับ เพราะผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยเมื่อตรวจร่างกายก็อาจพบว่ามีโรคซ่อนอยู่ได้เช่นกัน ส่วนจะมีโรคอะไรบ้าง มาดูกันครับ 👇🏻
 
สาเหตุของความผอม
     องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ใช้ดัชนีมวลกายหรือ BMI (คลิกที่ลิ้งค์เพื่อเช็กค่า BMI ของตัวเอง) เป็นเกณฑ์ในการคัดกรองผู้ที่มีน้ำหนักต่ำกว่าหรือเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยทั่วไปสำหรับคนเอเชียที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป หากมีค่า BMI 18.5 – 22.9 แสดงว่าน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หากน้อยกว่า 18.5 แสดงว่าอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักน้อยหรือผอม ซึ่งสาเหตุของความผอมมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ เช่น
    📌 พันธุกรรม บางคนมีค่าดัชนีมวลกายต่ำตามธรรมชาติ เนื่องจากลักษณะทางกายภาพในครอบครัว
    📌 เมตาบอลิซึมสูง การมีระบบเผาผลาญพลังงานสูง ก็สามารถทำให้ผอมได้
    📌 ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น นักกีฬา หรือผู้ที่ทำกิจกรรมทางกายภาพในระดับสูง 
    📌 โรคทางกายภาพหรือโรคเรื้อรัง เช่น มีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน
    📌 ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล รวมถึงโรคอะนอร์เร็กเซีย และบูลิเมีย  
 
โรคที่มักเกิดกับคนผอม 
     อย่างที่พี่หมอเกริ่นไว้ข้างต้นว่า โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเกิดกับคนอ้วนเท่านั้น คนที่มีรูปร่างผอมเพรียวก็อาจมีโรคต่างๆ ซ่อนอยู่ได้ เช่น 
 
☹️ไขมันในเลือด
     ไขมันในร่างกายประกอบด้วย ไขมันในหลอดเลือด ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง และไขมันในช่องท้อง ซึ่งมีที่มาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปและจากที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง ทั้งนี้ โรคไขมันในเลือดสูงอาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง ตีบ และอุดตัน ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมองและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต การมีคุณภาพชีวิตที่ลดลง และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 
     แม้ว่าไขมันนเลือดสูงจะพบมากในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน แต่คนผอมก็มีปัจจัยเสี่ยงได้เช่นกัน เนื่องจากคนผอมบางกลุ่มที่มีพันธุกรรมหรือยีนที่รับประทานอย่างไรก็ไม่อ้วน แต่ร่างกายยังคงกักเก็บไขมันไว้ในกระแสเลือด หรืออาจเป็นกลุ่มคนที่เป็นโรคไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม 
 
☹️โรคความดันโลหิต
     ค่าความดันโลหิตปกติ ตัวบนไม่ควรเกิน 120 มม.ปรอท ในขณะที่ตัวล่างไม่ควรเกิน 80 มม.ปรอท ดังนั้น ผู้ที่มีความดันโลหิต 130/80 มม.ปรอท ขึ้นไป จึงถือเป็นผู้ที่มีความดันโลหิตสูง (อ้างอิงจากคำแนะนำของสมาคมโรคหัวใจสหรัฐอเมริกาในปี 2017) ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงถือเป็นกลุ่มโรคที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายอื่นๆ ตามมา เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต เป็นต้น 
     ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงระยะเริ่มแรกส่วนใหญ่มักไม่มีอาการผิดปกติ แต่มักตรวจพบจากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นๆ มาก่อน ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ อายุที่มากขึ้นหรือผู้ที่มีอายุ 40-50 ปีขึ้นไป และมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในวัยหลังหมดประจำเดือน ผู้ที่มีความเครียดและวิตกกังวลสูง รวมถึงมาจากพันธุกรรมมากถึง 30-40% โดยพบว่าผู้ที่มีบิดาและมารดาเป็นโรคความดันโลหิตสูงมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าผู้ที่บิดามารดาไม่เป็น 
     การมีค่าความดันโลหิตสูงนั้นไม่มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว ดังนั้น ไม่ว่าจะอ้วนหรือผอมก็อาจเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ ซึ่งการรักษานั้น หากปรับเรื่องการดำเนินชีวิตและการรับประทานอาหารแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาควบคุมความดันที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด 
 
☹️ไทรอยด์
     ต่อมไทรอยด์มีหน้าที่ผลิตและหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้มีหน้าที่ช่วยควบคุมการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ระดับอุณหภูมิของร่างกาย ระดับไขมันในเลือด โดยกรณีของผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยอาจเกิดจากภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ (Hyperthyroid) หรือที่เรียกว่าภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ส่งผลให้มีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายหลายอย่าง เช่น ใจสั่น มือสั่น เหนื่อยง่าย น้ำหนักตัวลด สำหรับผู้หญิงอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจ รวมถึงภาวะกระดูกบาง เนื่องจากระดับแคลเซียมในเลือดสูงกว่าปกติ จนอาจกลายเป็นโรคกระดูกพรุนได้
     สำหรับการตรวจวินิจฉัยภาวะไทรอยด์เป็นพิษนั้น สามารถทำได้โดยการเจาะเลือดเพื่อตรวจวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ ได้แก่ ไทรอกซีน (Thyroxine -T4) ไตรไอโอโดไธโรนีน (Triiodothyronine- T3) และแคลซิโทนิน (Calcitonin) รวมถึงการอัลตร้าซาวด์ต่อมไทรอยด์ด้วยเช่นกัน
 
☹️ความหนาแน่นของมวลกระดูก
     ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยมักมีความเสี่ยงต่อการมีค่าความหนาแน่นของมวลกระดูกต่ำ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนตามมาได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยผลตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mineral Density - BMD) มีค่าเป็น ที-สกอร์ (T-score) หากอยู่ระหว่าง -1 ถึง -2.5  แสดงว่ามีภาวะกระดูกบาง และหากมีค่าต่ำกว่า -2.5 แสดงว่าเป็นโรคกระดูกพรุน
โรคกระดูกพรุนเป็นภัยเงียบ เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าตัวเองเป็น เนื่องจากไม่มีอาการใดๆ แสดงให้เห็น ซึ่งสาเหตุของโรคมาจากการสูญเสียมวลกระดูก ส่งผลให้กระดูกเปราะและหักง่ายกว่าคนทั่วไป หากหกล้มหรือมีแรงกระแทกเบาๆ จากการไอหรือจาม ก็อาจทำให้กระดูกสะโพกหรือกระดูกสันหลังหักได้ ทั้งนี้ ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ควรตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนหรืออายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีน้ำหนักน้อย คือมีค่า BMI น้อยกว่า 20 
 
อยากผอมแบบปลอดโรคต้องทำอย่างไร 
     ไม่ว่าจะมีรูปร่างแบบไหน สิ่งสำคัญก็คือ การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการตรวจสุขภาพเพื่อค้นหาความเสี่ยงของโรค รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้ชีวิตมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยยึดหลัก 👉🏻 “4อ” ดังนี้ 
    ✅ 1. อาหาร เพื่อสุขภาพที่ดี ควรเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ และครบ 5 หมู่ในทุกๆ วัน 
    ✅ 2. อิ่มกาย นอกจากการรับประทานอาหารแล้ว การออกกำลังกายก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที และก่อนออกกำลังกายควรได้รับการตรวจสุขภาพหัวใจ เพื่อให้แน่ใจว่าการออกกำลังกายประเภทนั้นๆ เหมาะกับสภาพร่างกายและหัวใจของเรา 
    ✅ 3. อิ่มอารมณ์ ดูแลสุขภาพกายแล้ว ก็ต้องไม่ลืมดูแลสุขภาพใจด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน  
    ✅ 4. อิ่มนอน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ควรเข้านอนดึกเกินไป หากมีปัญหาเรื่องการนอน เช่น นอนไม่หลับ นอนหลับ แต่ไม่สนิท หรือนอนกรน ควรปรึกษาแพทย์ 
 
     ไม่ว่าจะอ้วนหรือจะผอม เราทุกคนต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือ การมีสุขภาพที่ดีและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ  ซึ่งถ้าอยากจะไปให้ถึงเป้าหมายก็ต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เพราะสุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวเราเอง  💪💪💪
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่