ปัจจุบันคุณพ่อของดิฉัน อายุ 65 แล้วค่ะ
ขอเริ่มก่อนเลยว่า ที่บ้านฝั่งพ่อเนี่ย มีกรรมพันธ์เป็นโรค อ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ปู่กับย่าของดิฉันก็เป็นเบาหวาน แต่ปู่เนี่ย หนักหน่อยคืออาการเบาหวานของท่านหมอวินิจฉัยให้ท่านต้องตัดขาออกค่ะเพื่อจะยื้อชีวิตอยู่ได้ แต่ปัจจุบันทั่งสองท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว
และญาติคนอื่นๆ ทั้งลูกพี่ลูกน้อง อา น้า ก็เป็นคนที่เรียกได้ว่าอ้วน จึงอาจเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้พ่อเป็นคนรักสุขภาพมาก
แต่เดิม พ่อก็เป็นคนที่สุขภาพดีนะคะ เคยเล่นกีฬาฟุตบอลกับเพื่อนร่วมงานได้ปกติ แต่มีปัญหาด้านข้อเข่าอยู่แล้ว เลยทำให้เลิกเล่นกีฬาฟุตบอลไป
แต่หลังๆมา หลังเกษียณอายุ ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอะไร ท่านมีความเอาใจใส่ด้านสุขภาพมากขึ้น หันมาทานข้าวโอ๊ตมีล นมสด กล้วยหอม เลิกกินของทอด ของมัน ไม่ทานปิ้งย่าง ขนมหวานไม่กิน จะว่าแต่เลยค่ะ เลิกทานอะไรที่จะว่า อร่อยไปเลยก็ว่าได้ ทำให้เลิกมีกิจกรรมการร่วมทานอาหารกับครอบครัวไปเลย
ตอนเช้าก็จะไปยืนแกว่งแขนเป็นครึ่งชั่วโมง (ไม่ทราบว่าทำไมทำนานขนาดนั้น) แล้วค่อยมาทานอาหารเช้า ก็พวกโอ๊ตมีล นมสด น้ำเต้าหู้ พอตอนเย็นก็จะไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะตั้งแต่บ่าย 3 โมงกว่า เพื่อไปปั่นจักรยาน ประมาณ 7 กิโลเมตร วิ่งอีก 3.5 กิโลเมตร พอกลับมาบ้าน มื้อเย็นก็มาทานผักสลัด กับไข่ต้ม แบบนี้ตลอดค่ะ
แต่ที่ผ่านมาเร็วๆนี้ ไปเที่ยวต่างประเทศ ทำให้มีปัญหาเป็นข้อเข่าอักเสบเนื่องจากเดินทางท่องเที่ยวเยอะ
แพทย์เลยแนะนำให้เลิกวิ่ง เลยไปสมัครฟิตเนส คุณพ่อเลยไปสมัครฟิตเนสชื่อดังแห่งนึง พอสมัครไป ก็ไปออก ทั้งเช้า ทั้งเย็น ... ไปตั้งแต่ สิบโมง กลับบ้านก็สองทุ่มกว่า กว่าจะได้กินข้าวเย็นก็สามทุ่ม
ดิฉันเป็นห่วงคุณพ่อค่ะ คือไม่รู้จะพูดยังไงดีให้ท่าน พูดง่ายๆอ่ะค่ะ บ้าออกกำลังกายแบบนี้ เข้าใจนะคะว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี แต่สุดท้ายมันอาจจะทำร้ายตัวท่านเองค่ะ ดิฉันควรแนะนำท่านอย่างไรดีคะ
ปล.ปัจจุบันดิฉันไม่ได้อยู่บ้านจังหวัดเดียวกันกับพ่อแม่นะคะ
ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่มาตอบนะคะ
คือประเด็นเลย อย่างเรื่องการออกกำลังกายของคุณพ่อ ก่อนที่ท่านจะไปออกในฟิตเนส ทางบ้านก็บอกค่ะว่าอย่าไปออกอะไรหักโหมเพราะจะส่งผลต่อข้อเข่าท่านได้ แต่ท่านก็ไม่เชื่อฟัง ก็ยังคงไปออก พอมามีปัญหาโรคข้อเข่าอักเสบ ท่านก็ปฏิบัติตามที่หมอแนะนำค่ะ โดยการเลือกไปออกโดยที่มีคนควบคุม ที่มีเครื่องเล่นที่เหมาะสม แต่ดิฉันเพิ่งเห็นว่า เพิ่งจะสมัครไป แล้วทำไมท่านถึงไปออกกำลังกายเอาเป็นเอาตาย จนลืมว่ายังต้องช่วยคุณแม่ดูแลหน้าที่ต่างๆที่บ้านอีก
บางครั้งก็อยากให้มีคนแนะนำอาหารที่ท่านทานค่ะ ว่าไม่ถูกสุขลักษณะ มันดู healthy แต่ว่าท่านทานแต่ซ้ำๆ อย่าง ทานสลัดกับน้ำสลัดแบบญี่ปุ่นทุกเย็น เป็นเดือนๆ มาหลายเดือนแล้ว จนสามารถทำให้ท่านขาดสารอาหารได้ แต่พอชวนไปทานอะไรก็ไม่ไป
จนตอนนี้แฟนมาเอ่ยปากเลยค่ะ ว่าการที่คุณพ่อมีพฤติกรรมแบบนี้ มันตรงข้ามกับการที่จะแข็งแรงเลยค่ะ กลับทรุดโทรมไปเลยค่ะ
และเท่าที่เห็นนะคะ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยไปออกกำลังกายด้วยกับท่าน เมื่อก่อนก็ไปด้วย ท่านก็ไม่มีสมาคมอะไรกับใครนะคะ ไปก็มุ่งมั่น วิ่งๆๆๆ ปั่นๆๆๆ แต่ฟิตเนสนี่ ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดค่ะ เพราะเพิ่งสมัครไปไม่นาน แต่ทางบ้านเป็นห่วง เลยมาโพสต์ขอคำแนะนำค่ะ
เราควรทำยังไงดีคะ พ่อเราบ้าออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพจนเราคิดว่าสิ่งที่ท่านทำจะเป็นอันตรายต่อท่านเองค่ะ
ขอเริ่มก่อนเลยว่า ที่บ้านฝั่งพ่อเนี่ย มีกรรมพันธ์เป็นโรค อ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ปู่กับย่าของดิฉันก็เป็นเบาหวาน แต่ปู่เนี่ย หนักหน่อยคืออาการเบาหวานของท่านหมอวินิจฉัยให้ท่านต้องตัดขาออกค่ะเพื่อจะยื้อชีวิตอยู่ได้ แต่ปัจจุบันทั่งสองท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว
และญาติคนอื่นๆ ทั้งลูกพี่ลูกน้อง อา น้า ก็เป็นคนที่เรียกได้ว่าอ้วน จึงอาจเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้พ่อเป็นคนรักสุขภาพมาก
แต่เดิม พ่อก็เป็นคนที่สุขภาพดีนะคะ เคยเล่นกีฬาฟุตบอลกับเพื่อนร่วมงานได้ปกติ แต่มีปัญหาด้านข้อเข่าอยู่แล้ว เลยทำให้เลิกเล่นกีฬาฟุตบอลไป
แต่หลังๆมา หลังเกษียณอายุ ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอะไร ท่านมีความเอาใจใส่ด้านสุขภาพมากขึ้น หันมาทานข้าวโอ๊ตมีล นมสด กล้วยหอม เลิกกินของทอด ของมัน ไม่ทานปิ้งย่าง ขนมหวานไม่กิน จะว่าแต่เลยค่ะ เลิกทานอะไรที่จะว่า อร่อยไปเลยก็ว่าได้ ทำให้เลิกมีกิจกรรมการร่วมทานอาหารกับครอบครัวไปเลย
ตอนเช้าก็จะไปยืนแกว่งแขนเป็นครึ่งชั่วโมง (ไม่ทราบว่าทำไมทำนานขนาดนั้น) แล้วค่อยมาทานอาหารเช้า ก็พวกโอ๊ตมีล นมสด น้ำเต้าหู้ พอตอนเย็นก็จะไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะตั้งแต่บ่าย 3 โมงกว่า เพื่อไปปั่นจักรยาน ประมาณ 7 กิโลเมตร วิ่งอีก 3.5 กิโลเมตร พอกลับมาบ้าน มื้อเย็นก็มาทานผักสลัด กับไข่ต้ม แบบนี้ตลอดค่ะ
แต่ที่ผ่านมาเร็วๆนี้ ไปเที่ยวต่างประเทศ ทำให้มีปัญหาเป็นข้อเข่าอักเสบเนื่องจากเดินทางท่องเที่ยวเยอะ
แพทย์เลยแนะนำให้เลิกวิ่ง เลยไปสมัครฟิตเนส คุณพ่อเลยไปสมัครฟิตเนสชื่อดังแห่งนึง พอสมัครไป ก็ไปออก ทั้งเช้า ทั้งเย็น ... ไปตั้งแต่ สิบโมง กลับบ้านก็สองทุ่มกว่า กว่าจะได้กินข้าวเย็นก็สามทุ่ม
ดิฉันเป็นห่วงคุณพ่อค่ะ คือไม่รู้จะพูดยังไงดีให้ท่าน พูดง่ายๆอ่ะค่ะ บ้าออกกำลังกายแบบนี้ เข้าใจนะคะว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี แต่สุดท้ายมันอาจจะทำร้ายตัวท่านเองค่ะ ดิฉันควรแนะนำท่านอย่างไรดีคะ
ปล.ปัจจุบันดิฉันไม่ได้อยู่บ้านจังหวัดเดียวกันกับพ่อแม่นะคะ
ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่มาตอบนะคะ
คือประเด็นเลย อย่างเรื่องการออกกำลังกายของคุณพ่อ ก่อนที่ท่านจะไปออกในฟิตเนส ทางบ้านก็บอกค่ะว่าอย่าไปออกอะไรหักโหมเพราะจะส่งผลต่อข้อเข่าท่านได้ แต่ท่านก็ไม่เชื่อฟัง ก็ยังคงไปออก พอมามีปัญหาโรคข้อเข่าอักเสบ ท่านก็ปฏิบัติตามที่หมอแนะนำค่ะ โดยการเลือกไปออกโดยที่มีคนควบคุม ที่มีเครื่องเล่นที่เหมาะสม แต่ดิฉันเพิ่งเห็นว่า เพิ่งจะสมัครไป แล้วทำไมท่านถึงไปออกกำลังกายเอาเป็นเอาตาย จนลืมว่ายังต้องช่วยคุณแม่ดูแลหน้าที่ต่างๆที่บ้านอีก
บางครั้งก็อยากให้มีคนแนะนำอาหารที่ท่านทานค่ะ ว่าไม่ถูกสุขลักษณะ มันดู healthy แต่ว่าท่านทานแต่ซ้ำๆ อย่าง ทานสลัดกับน้ำสลัดแบบญี่ปุ่นทุกเย็น เป็นเดือนๆ มาหลายเดือนแล้ว จนสามารถทำให้ท่านขาดสารอาหารได้ แต่พอชวนไปทานอะไรก็ไม่ไป
จนตอนนี้แฟนมาเอ่ยปากเลยค่ะ ว่าการที่คุณพ่อมีพฤติกรรมแบบนี้ มันตรงข้ามกับการที่จะแข็งแรงเลยค่ะ กลับทรุดโทรมไปเลยค่ะ
และเท่าที่เห็นนะคะ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยไปออกกำลังกายด้วยกับท่าน เมื่อก่อนก็ไปด้วย ท่านก็ไม่มีสมาคมอะไรกับใครนะคะ ไปก็มุ่งมั่น วิ่งๆๆๆ ปั่นๆๆๆ แต่ฟิตเนสนี่ ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดค่ะ เพราะเพิ่งสมัครไปไม่นาน แต่ทางบ้านเป็นห่วง เลยมาโพสต์ขอคำแนะนำค่ะ