< เรื่องสั้น > --- ลบเลือนความทรงจำ --- ตอนที่ 7 " ลบความทรงจำ เพื่ออำลา " (ตอนอวสาน)

กระทู้สนทนา
ตอนที่ 1-6 = [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
====================================================================================

ภายในห้องพยาบาลลับ ชั้น 2 จุดกึ่งกลางของปิรามิดขนาดใหญ่ในแอเรีย 51

ร่างของน้องเนตร นอนหงายนิ่งอยู่ในแคปซูลหลอดแก้วขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งไว้ในแนวนอนอยู่ ณ จุดกึ่งกลางของปิรามิด เหนือขึ้นไปข้างบนเพดานมีแผ่นโลหะสีเงินรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสติดอยู่ในทิศทางที่หันถูกต้องตามทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก เช่นเดียวกับการจัดวาง "เตียงแคปซูล" ที่เด็กสายพันธฺ์ผสมต่างดาวกำลังนอนอยู่ มีแสงสว่างเหมือนรังสีสีฟ้าอ่อนๆ สาดส่องลงมาจากแผ่นโลหะสีเงินรูปสี่เหลี่ยมข้างบนนั้น อาบบนร่างของเด็กน้อยอยู่ตลอดเวลา

น้องเนตร นอนหลับตาพริ้มเหมือนกำลังหลับสนิท ห่างจากเตียงแคปซูลที่นอนอยู่นั้นเป็นผนังกระจก มีคนอยู่ข้างนอกกันหลายคน รวมทั้งแจ๊คกับนิดผู้เป็นพ่อและแม่ ทุกคนต้องอยู่ภายนอกห้องที่เด็กน้อยนอนอยู่ในตอนนี้

ดร.อัลเลน อธิบายให้สองสามีภรรยาฟังว่า ตำแหน่งที่น้องเนตรนอนอยู่ในขณะนี้ คือตำแหน่งที่ตรงกับจุดกึ่งกลางของปิรามิด ซึ่งจะช่วยในการฟื้นฟูพลังจิตให้แก่ลูกน้อยของพวกเขาได้ดีที่สุด รูปทรงปิรามิดนั้น มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถคงสภาพความสดของเนื้อหรือซากศพได้นาน ถ้าปลูกต้นไม้ใดๆ ต้นไม้นั้นก็จะเจริญเติบโตเร็วกว่าปลูกตามปกติ ผู้ที่ฝึกสมาธิอยู่ภายในปิรามิด ณ ตำแหน่งกึ่งกลาง ก็จะเข้าสมาธิได้อย่างรวดเร็ว เรื่องเหล่านี้เคยมีการทดลองเห็นผลมาแล้วมากมาย ทางแอเรีย 51 จึงสร้างปิรามิดขนาดยักษ์นี้ขึ้นมาเพื่อเป็นที่อยู่สำหรับเอเลี่ยนที่จับได้ และเก็บศพเอเลี่ยนไว้มากมายด้วย

สองสามีภรรยา นั่งรอคอยการฟื้นขึ้นมาของน้องเนตรอย่างใจจดใจจ่อ ไม่ยอมไปไหน ถึงเวลานอนก็ไม่ยอมกลับไปที่ห้องพัก ขออยู่รอลูกฟื้นต่อไปโดยให้เหตุผลว่า ถ้าเมื่อใดที่น้องเนตรตื่นขึ้นมา จะได้เห็นพ่อและแม่เฝ้ารออยู่ด้วยกันโดยทันที

เวลาตีสามเศษๆ แจ๊คกับนิดยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านนอกห้องกระจก เฝ้าดูลูกชายสุดที่รักอยู่อย่างไม่ละสายตา พร้อมกับเจ้าหน้าที่อีกประมาณสิบกว่าคนอยู่คอยดูสถานการณ์ตลอดเวลา

และถ้าหากมีการซูมกล้องเข้าไปหาน้องเนตรที่ใบหน้า ทุกคนหลังจอมอนิเตอร์ ก็จะเห็นน้องเนตรหลับตา แต่ทำตาขยิบๆเหมือนจะลืมตาขึ้นแต่ก็ไม่ลืมตา และเห็นการเคลื่อนไหวของดวงตาที่อยู่ใต้เปลือกตา

บางคนที่สังเกตเห็น บอกว่า เด็กน้อยกำลังฝัน...แต่หารู้ไม่ว่า อันที่จริงแล้ว เขากำลังติดต่อสื่อสารทางจิตอยู่กับ "บางคนที่อยู่เบื้องบน" !!!

" แอนติก้า... "

น้องเนตรรับรู้ได้ในจิต เหมือนได้ยินเสียงใครสักคนร้องเรียก เป็นเสียงเรียบๆ นุ่มนวล

" ครับ... " เด็กน้อยส่งกระแสจิตตอบ

" เธอใช้พลังไปมาก แต่ก็ได้พลังใหม่ที่ดูดมาจากเจ้าตัวร้ายเข้ามาแทนที่พลังที่เสียไป พลังทั้งสองยังไม่ประสานกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และจิตวิญญาณของเจ้าของพลัง มีความหวงแหน และอาฆาตแค้น .... เธออยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้....เราจะพาเธอขึ้นมาบนยานของเรา แล้วจะรักษาเธอ จะผสานพลังให้กับเธอนะ !!! "


" เอาพ่อกับแม่ผมขึ้นไปด้วยได้ไหมครับ ? "

น้องเนตรส่งจิตคิดถึงพ่อและแม่ที่อยู่ข้างนอกห้อง และมันทำให้ทั้งสองคนรู้สึกตื่นตัวจากความง่วงทันทีโดยที่ทั้งสองก็หาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมจู่ๆถึงได้รู้สึกตื่นตัวหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง และใจเต้น โดยเฉพาะนิด

"แจ๊ค...ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ในห้องกระจกนั่น..." หญิงสาวคว้าแขนสามีเขย่า

" นั่นสิ..." แจ๊คพยักหน้า มองไปที่เตียงแคปซูลตาเขม็ง "ลูกกำลังจะตื่นมั้งนิด ?"

" มีอะไรกันหรือครับ ? " เสียงห้าวๆ เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ทั้งสองเหลียวไปมอง อ้อ...เป็นนายทหารคนนั้นนั่นเอง

"เอ้อ...เราคิดว่า ลูกของเรากำลังจะตื่นค่ะ ท่านนายพล" นิดบอกเขาไปตามความรู้สึก

"งั้นเหรอ ? " เขาเลิกคิ้ว แล้วหันไปบอกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วทุกคนก็พากันมายืนอยู่หน้าห้องกระจกในระยะใกล้เพื่อจะคอยสังเกตการณ์ให้ชัดๆ มีคำสั่ง "สแตนด์บาย" ดังจากลำโพง เจ้าหน้าที่แอเรีย 51 เพิ่มมากขึ้นๆ จนเต็มห้อง

นิดมองหน้าแจ๊ค และจับมือเขาไว้แน่น บีบด้วยความตื่นเต้น ใจหวิวๆ อย่างประหลาด

" เค้าใจไม่ดีเลย แจ๊ค..." เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ จนเขาต้องรีบปลอบ

" คงไม่เป็นไรหรอกมั้งนิด.....ถ้าเนตรฟื้นก็ดีแล้วนี่ "

" แต่เค้ากลัวว่าจะมีอะไรมากกว่านั้นน่ะ "

แจ๊คเกาะกุมมือของเธอทั้งสองข้างและค่อยๆบีบนวดเพื่อปลอบประโลม

" ไม่เป็นไรหรอกน่า...เราคอยดูกันต่อไปนะ "

แล้วทั้งสองก็พากันจ้องมองลูกน้อยที่นอนอยู่บนเตียงแคปซูลนั้นต่อไป เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไร....

ภายในมโนทวาร น้องเนตร ได้ยินเสียงเดิมตอบกลับ

" ไม่ได้ เราต้องเอาเธอขึ้นยานเพียงคนเดียว พวกเขาขึ้นมาด้วยก็ไม่มีประโยชน์อะไร ให้พวกเขาอยู่กับคนพวกนั้นไปก่อน "

" แล้วถ้า 'พวกท่าน' รักษาผมแล้ว พวกท่านต้องให้ผมกลับมาหาพ่อกับแม่ผมนะ ? "

ทางนั้น เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบกลับมา

" ได้สิ แอนติก้า เพราะเธอยังทำงานไม่เสร็จ เธอต้องเก็บรวบรวมข้อมูลของชนทุกเผ่าพันธ์ุที่พวกนั้นจับมาได้มาให้เรา ก่อนที่เราทั้งหมดต้องกลับบ้านกัน และเธอก็จะต้องกลับไปพร้อมกับเราด้วย!!!"


" แล้วพ่อกับแม่ผมล่ะ ??? "  เด็กน้อยรู้สึกเหมือนย้อนถาม "ผู้ที่อยู่เบื้องบน" ด้วยเสียงอันดัง

" เรื่องนั้น ฉันยังบอกเธอไม่ได้....จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ"

น้องเนตรส่งจิตถึงพ่อและแม่อีกครั้ง ก่อนจะตอบกลับไป

" ถ้าอย่างนั้น ก็พาผมขึ้นไปรักษาบนยานเถอะครับ "

"ผู้ที่อยู่เบื้องบน" ตอบกลับมาทันที

" ตกลง ! เธอเตรียมตัว ทำจิตให้ว่าง !!! "

"ครับ...."

วินาทีนั้น ทุกคนที่อยู่ภายนอกห้อง ต้องยกมือขึ้นป้องหน้า ปิดตา เพราะเกิดมีแสงสีขาวสว่างจ้าที่ไม่รู้ที่มา สว่างวาบไปทั่วบริเวณ นานประมาณ 5 วินาที ไม่มีใครมองเห็นอะไรในช่วงเวลานั้น นอกจากความสว่างสีขาวไปหมดทุกทิศทุกทาง !!!

และเมื่อแสงสว่างลึกลับนั้นดับหายไป ทุกคนก็มองไปที่เตียงแคปซูลในห้องกระจกทันที และพากันส่งเสียงอื้ออึง ทั้งเสียงสบถ เสียงอุทานตกใจ เสียงกรี๊ด เสียงเอะอะโวยวาย และนิด ถึงกับเป็นลมสลบไปอย่างปัจจุบันทันด่วนชนิดที่แจ๊คเกือบจะประคองเธอไว้ไม่ทัน

บนเตียงแคปซูล มีแต่ความว่างเปล่า.......

น้องเนตร หายไปแล้ว !!!

*************************************************************************************************************

3 วันผ่านไป....

ช่วงเวลาที่ผ่านมา หลังจากน้องเนตรหายตัวไป แจ๊ค กับนิด ยังคงพักอาศัยอยู่ภายในห้องเดิม รอคอยการกลับมาของลูกน้อย...

นิดมีความเชื่อว่า ลูกของเธอจะต้องกลับมา และจะต้องกลับมาที่นี่ด้วย เธอบอกความเชื่อของเธอแก่คนอื่น ๆ ซึ่งบางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ

แต่ ดร. อัลเลน ได้บอกสิ่งที่ทำให้เธอและสามี มีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น

" เรื่องการติดต่อกับเอเลี่ยน มึอยู่ 3 ระดับ นักวิชาการบางคนก็จัดไว้เป็น 4 ระดับก็มี แต่ระดับที่ 4 ของพวกเขามันก็คือระดับที่ 3 นั่นแหละ คือ
(1) Close Encounter of The 1st Kind การเผชิญหน้าชนิดแรก คือ การพบเห็น UFO ปรากฏอยู่บนฟ้าธรรมดาๆ พอพบแล้ว มันก็บินหนีไปบ้าง หายไปกับตาเฉยๆเลยบ้าง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เป็นเคสที่มีมากที่สุด
(2) Close Encounter of The 2nd Kind การเผชิญหน้าชนิดที่สอง ผู้พบเห็นได้รับผลกระทบบางอย่างหลังจากการเห็นนั้น เช่นมีรอยเหมือนถูกแดดเผา หรือกาารพบร่องรอยการลงจอด เป็นต้น
(3) Close Encounter of The 3rd Kind การเผชิญหน้าชนิดที่ 3 ผู้พบเห็น ถูกจับตัวขึ้นยานไปทำการบางอย่างแล้วถูกลบความทรงจำก่อนจะถูกปล่อยกลับลงมา.....พวกคุณ ก็ถูกจัดอยู่ในระดับชนิดที่ 3 นี้ และเราหวังได้ว่า พวกนั้น จะปล่อยให้ลูกชายของพวกคุณกลับมา เหมือนกับหลายๆคนที่ได้กลับมา เช่น บาร์นี่และเบ็ตตี้ ฮิลล์ สองสามีภรรยา หรือ ทราวิส วอลตั้น เป็นต้น พวกเขา ถูกจับไป แล้วในที่สุดก็ถูกปล่อยกลับมา"

"หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะครับ ด็อกเตอร์"  แจ๊คกล่าว พลางประคองกอดภรรยา ซึ่งอยู่ในภาวะซึมเศร้า เหม่อลอย เธอแทบไม่แตะต้องอาหารใดๆเลย นอกจากน้ำแก้กระหายเท่านั้น ซึ่งสร้างความหวั่นวิตกแก่แจ๊คเป็นอันมาก

อีกด้านหนึ่ง.....ห้องปฏิบัติการเจ้าหน้าที่แอเรีย 51 มีความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะติดต่อสื่อสารกับยานต่างดาวที่ปรากฏให้เห็นในสถานที่ต่าง ๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววข่าวคราวของน้องเนตร มีแต่การพบเห็นธรรมดาๆ ทั่วไปเท่านั้น

***************************************************************************************************************

บนยานต่างดาวรูปทรงจานมีโดมครึ่งวงกลมอยู่ด้านบน ขนาดของยานใหญ่มหึมา เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่าสนามฟุตบอลทั้งสนาม ซึ่งจอดอยู่ ณ ด้านมืดของดวงจันทร์


น้องเนตร...หรืออีกชื่อหนึ่งคือ แอนติก้า นั่งอยู่บนเตียงรูปวงรีในห้องสี่เหลี่ยมที่มองดูเรียบไร้รอยต่อใดๆ สีหน้าเรียบเฉย แต่ในแววตานั้นเหม่อลอย

ครู่หนึ่ง ผนังห้องด้านขวา ก็เปิดออกเป็นช่องประตู และเอเลี่ยนคนหนึ่งลักษณะเหมือนที่พ่อและแม่ของเขาเคยพบ เดินเข้ามาหา และนั่งลงข้างๆเขา เอื้อมมือซึ่งมี 4 นิ้วมาจับมือข้างขวา และเริ่มสนทนาทางจิต

" เธอฟื้นตัวแล้ว รู้สึกถึงพลังในตัวเป็นอย่างไรบ้าง ? "

"แอนติก้า" ส่ายหน้าอย่างช้า ๆ พลางส่งกระแสจิตตอบ

" ร่างกายผมสบายดี แต่พลัง...ผมคงไม่สามารถใช้ได้เต็มที่ "

" ทำไมเป็นอย่างนั้น ? ในเมื่อเรารักษาและฟื้นฟูพลังให้เธอแล้ว และประสานเข้ากับพลังของเจ้าวายร้ายที่เธอกำจัดมันได้ เรียบร้อยเป็นอย่างดี ตอนนี้ เธอมีพลังมากกว่าพวกเราหลายๆคนเลยนะ"

" ขอบคุณมากๆ ครับ " เด็กน้อยพยักหน้า " แต่ผมถูกรบกวนทางจิตใจ อย่างนี้ ทำให้ผมใช้พลังออกมาได้น้อย ไม่เต็มที่ ไม่ได้อย่างที่ใจต้องการ "

เอเลี่ยนสายพันธ์ุกำเนิด หันมาจ้องมองดวงตาของเขาครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า

" ฉันเข้าใจแล้ว.... เธอคิดถึงแม่ ที่อยู่บนดาวโลก "

น้องเนตรพยักหน้า ก่อนจะร้องขอ

" เอลลิน่า...ผมขอร้อง ถ้าเสร็จงานแล้ว ให้ผมอยู่กับพ่อแม่ผมบนดาวโลกเถอะ หรือไม่อย่างนั้น ก็พาพวกเขากลับไปดาวของเรา ไม่อย่างนั้น ผมคงจะเป็นผู้ที่อ่อนแอมาก ไม่เข้มแข็งเหมือนท่าน หรือคนอื่นๆ แน่นอน "

" เอลลิน่า " มองหน้าเขาพร้อมกับส่ายหน้า

" เพราะเธอมีความเป็นมนุษย์โลกอยู่ด้วย จึงอ่อนไหว และอ่อนแอได้ ทั้งๆที่ฟื้นตัวและมีพลังเต็มที่ "

" มันช่วยไม่ได้ครับ " น้องเนตรส่ายหน้าตอบเช่นกัน " ผมมีสายพันธ์ุของพวกคุณด้วย และเป็นมนุษย์โลกด้วย จะให้ผมเฉยเมย ไม่รู้สึกยินดียินร้าย ไม่ผูกพันกับพ่อกับแม่ ผมทำไม่ได้ "

" แต่เธอเป็นกำลังสำคัญของพวกเราแล้วนะ "  เอลลิน่าพยายามโน้มน้าว แกมบีบบังคับ " ไม่ว่าจะอย่างไร สุดท้าย เธอต้องกลับไปกับเรา ยังมีงานที่เราจะต้องทำด้วยกันอีกมาก และที่สำคัญที่สุด เธอจะเป็นต้นแบบสายพันธุ์ผสมให้กับพวกเรา เธอจะต้องมีลูกหลานต่อๆไปในอนาคต ซึ่งจะมีพลังเข้มแข็งมากกว่าพวกเรา เหมือนเธอที่จะเติบโตแล้วจะมีพลังมากกว่าพวกเราทุกคน !!! "

" แต่ถ้าจิตใจผมถูกรบกวน ด้วยความคิดถึง ความเศร้า จากแม่ผม พลังของผมก็จะหายไปมากกว่าครึ่ง !!! " เด็กน้อยโต้ตอบ " เมื่อผมอ่อนแออย่างนั้น จะมีประโยชน์อะไร ??? พวกคุณหลายคนก็จะต้องตำหนิผม ต่อว่าผม ถึงการที่ผมมีความรู้สึกแบบมนุษย์โลก "

เอลลิน่า นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถามคำถามสำคัญคำถามหนึ่งออกมา


" ถ้าหากว่า แม่ของเธอ จะไม่คิดถึงเธอ หรือคิดว่า ไม่เคยมีเธอมาก่อน เธอก็จะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เธอก็จะสามารถใช้พลังของเธอได้อย่างเต็มที่...ใช่ไหม แอนติก้า ? "


เด็กน้อย พยักหน้าตอบอย่างใสซื่อ

" ก็คงจะเป็นอย่างนั้นแหละ เอลลิน่า "
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่