สวัสดีค่าาา วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์การออกกำลังกายเองที่บ้านในแบบของเราแล้วได้ผล
มันทำได้ยังไงมาดูกันจ้า
เดี๋ยวนี้มีคนแชร์คลิปออกกำลังกายแบบ 10 นาทีต่อวันฟิตแน่นอนหรือไม่ก็สิบท่ากระชับโน้นนี่ วันๆนึงนี่เห็นเป็นสิบๆคลิปในหน้า Facebook ถามว่าคลิปพวกนี้มีประโยชน์จริงๆกับซักกี่คน คนส่วนใหญ่ทำไรคะ ก็กดแชร์ แชร์และแชร์ จบ รู้สึกตัวเองฟิตและ แต่จะมีซักกี่คนที่ทำตามอย่างจริงจัง อันนี้แหละปัญหาใหญ่
ทุกวันนี้ทุกอย่างมันง่ายมากแค่มีอินเตอร์เน็ตคุณก็สามารถเรียนรู้การออกกำลังกายได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายวิ่ง สายโยคะ สายบอดี้เวท มันมีหมดตั้งแต่ beginner ยัน super advanced ใครที่คิดดูแล้วว่าการไปสมัครฟิตเนสราคาเดือนละหลายพันไม่ใช่ทางของตัวเองและอยากมาลองออกกำลังกายที่เองที่บ้านมาดูกันว่าควรเริ่มจากอะไรก่อน
เป้าหมายของหลายๆคนที่หันมาออกกำลังกายก็มีหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่เลยที่เห็นก็คงเป็นอยากลดน้ำหนัก อยากฟิตเหมือนดารา แต่จะมีซักกี่คนที่เป้าหมายคืออยากมีสุขภาพที่แข็งแรง คนที่อยากมาออกกำลังกายด้วยตัวเองโดยที่ไม่มีเทรนเนอร์ไม่มีใครมาบังคับ ทำเอง บังคับตังเองล้วนๆ ขั้นแรกเลยคงต้องเปลี่ยนความคิดก่อน การมีเป้าหมายมันเป็นสิ่งที่ดีแต่บางทีการมองไปที่เป้าหมายอย่างเดียวเวลาเราลงมือทำมันก็ทำให้ท้อได้นะถ้าเป้าหมายมันไม่ถึงซักที การที่ทำให้เรายังออกกำลังกายเองได้ที่บ้านแล้วไม่เลิก เราไม่ได้มองที่เป้าหมายว่าจะผอม จะฟิต จะได้โน้นได้นี่ แต่ทำเพราะว่าทุกวันเรารู้ว่ามันมีความพัฒนาการในตัวเรา ถึงจะมองเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม อย่างส่วนตัวเราเล่นโยคะเอง ไม่เคยไปเรียนที่ไหนเลยแบบจริงๆ ดูเอาที่ตาม youtube เล่นมาหลายปีแล้วก็ไม่เลิกเพราะเรารู้ตามความจริงว่าการออกกำลังกายไม่ได้ให้ผลเร็วเหมือนการกินยาลดความอ้วนที่เค้าโฆษณากัน ว่ากินเท่านี้ลดได้เท่านั้น แต่การออกกำลังกายมันอาจจะใช้เวลาเป็นปีๆกว่าจะเห็นผลลัพท์แบบชัดเจน ยิ่งโยคะด้วยแล้วมันเป็นกีฬาอย่างเดียวที่ไม่ต้องไปแข่งกับใคร แต่แข่งกับตัวเราเอง แข่งกับใจเรานั่นเอง จะทำท่าๆนึงได้ถูกต้องและเห็นผลว่ามันพัฒนาอาจจะต้องใช้เวลาระดับเป็นเดือนๆอย่างน้อย เพราะฉะนั้นทุกวันที่เราทำก็แค่คิดว่านี่เป็นหน้าที่ เหมือนเราต้องหายใจตลอดเวลา เราก็ต้องออกกำลังกายเท่านั้นเอง ง่ายแต่ทำยาก 55 คนส่วนใหญ่ที่เลิกล้มเพราะอยากเห็นผลเร็ว อยากผอมแต่เล่นไปวันนึงยังเห้นพุงย้อยอยู่ เลิก ไม่เห็นได้ผล
เอาเป็นว่าจะเริ่มออกกำลังกายเองที่บ้าน เปลี่ยนความคิดก่อนว่าน้ำหนักจะไม่ได้ลดภายในเวลาอันสั้น ซิตแพคไม่ได้มาง่ายๆ แต่ชั้นจะไม่เลิกทำจนกว่าผลที่ออกมาอย่างที่ชั้นต้องการ ไม่ว่ามันจะนานแค่ไหน แต่สิ่งที่ชั้นจะได้ทุกวันคือสุขภาพที่ดีขึ้นและพัฒนาการในตัวชั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางใจ
พูดกันมานานเรื่องการเปลี่ยนความคิดเพราะมันสำคัญจริงๆ หุ่นที่ดีมาจากใจที่แข็งแรง ต่อไปเราจะมาบอกว่าการเริ่มออกกำลังกายเองที่บ้านสไตล์เราทำอย่างไร อันนี้อาจจะใช้ได้กับเราแต่อาจจะไม่เหมาะกับทุกคนก็ลองไม่ปรับใช้ดูนะคะ
สิ่งที่ต้องมีในการออกกำลังกายที่บ้านก็คือ
1. Internet: อันนี้เห็นจะสำคัญที่สุดเพราะครูที่จะมาสอนคุณที่บ้านก็คือ Youtube นั่นเอง หลายคนคงคิดว่าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะเริ่มยังไง อันไหนดี อันนี้ต้องใช้การค้นคว้าดูเยอะๆ เพราะมันมีเป็นร้อยเป็นพันคลิป ทั้งโยคะ ทั้งแอโรบิค ทั้งบอดี้เวท มีหมดแต่คุณต้องลองดูครูที่สอนแล้วถูกจริตกับคุณด้วยเพราะถ้าไม่ถูกจริตแล้วจะไม่อยากเล่น บางคนชอบโยคะแบบ Dynamic บางคนชอบยืดเส้น ก็ลองเล่นไปเยอะๆจะรู้เองว่าคุณเป็นสายไหน
2. พอคุณรู้แล้วว่าคุณเป็นสายไหนก็ต้องมีอุปกรณ์เล็กๆน้อยๆ ถือว่าโชคดีมากเพราะการออกกำลังกายที่บ้านใช้อุปกรณ์ไม่มากเลย ลงทุนต่ำผลลัพท์สูง อย่างเราเล่นโยคะ ก็มีแค่เสื่อโยคะดีๆซักผืน แค่นั้นเอง ถ้าคุณเป็นสายบอดี้เวทก็อาจจะมีดัมเบลล์ รองเท้าเทรนนิ่ง ส่วนใครที่มีลู่วิ่ง จักรยานที่บ้านอยู่แล้วอันนั้นก็ได้เปรียบเพราะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เลย
ตารางการออกกำลังกาย
เริ่มด้วยการเล่นโยคะคลาส 1 ชม ตามด้วยไปปั่นจักรยานครึ่งชม ที่บ้านมีจักรยานเลยไม่ต้องออกไปวิ่งไหนไกล การปั่นจักรยาน วิ่ง กระโดดเชือกหรือเรียกกันว่า Cardio ก็คือการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น 60% -85% เมื่อเทียบกับอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด ส่วนตัวคิดว่าการออก Cardio ควบคู่ไปกับโยคะทำให้เหนื่อยช้าขึ้น อึดขึ้น เวลาทำอะไรระหว่างวันก็จะไม่หอบ Cardio ยังช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีด้วยนะคะ
เรื่องการกิน
ส่วนตัวเป็นคนกินไม่เยอะอยู่แล้ว กินข้าว 2 มื้อต่อวัน แต่จะติดกินน้ำหวานพวกชาเย็น ชาเขียว ก็พยายามลดพวกของหวานอยู่นะคะ แต่ก็ยังตามใจปากยู่ซะส่วนใหญ่ แต่ไม่ค่อยควบคุมอาหารเท่าไหร่เพราะไม่ได้อยากให้ผอมหรือฟิตอะไรขนาดนั้น แต่คนที่สามารถควบคุมอาหารได้ก็จะทำให้เห็นผลได้เร็วขึ้นนะคะ
หวังว่าการมาแชร์เล็กๆน้อยๆในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับใครไม่มากก้น้อยนะคะ เราก็ไม่ใช่คนเก่งอะไรแต่การันตีได้ว่าการออกเองที่บ้านก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ จากเป็นคนที่ขี้เกียจมากกกก ก็เป็นการฝึกวินัยในตัวเองแถมสุขภาพก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เราเป็นภูมิแพ้แต่ก่อนตาแดงเพราะแพ้ฝุ่น เดี๋ยวนี้ภูมิแพ้หายขาดโดยที่ไม่ต้องกินยา คุณหมอบอกเองเลยว่าต้องออกกำลังกายเท่านั้น กินยาก็ไม่ช่วยได้ตลอดชีวิตแถมมีผลเสียต่อร่างกาย ใครที่อยากเริ่มทำแนะนำเริ่มเลยอย่ารีรอ ตอนเริ่มว่ายากแล้ว ตอนทำอย่างต่อเนื่องยากกว่า แต่ถ้าคุณก้าวผ่านจุดนั้นมาได้ คุณจะรักตัวเองมากขึ้นและจะภูมิใจว่าคุณไม่ยอมแพ้ตัวคุณเองง่ายๆ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองนะคะ จะเปลี่ยนร่างกายเริ่มที่จืตใจนะคะ
จุ๊บๆ
ออกกำลังกายที่บ้านยังไงให้ได้ผล
มันทำได้ยังไงมาดูกันจ้า
เดี๋ยวนี้มีคนแชร์คลิปออกกำลังกายแบบ 10 นาทีต่อวันฟิตแน่นอนหรือไม่ก็สิบท่ากระชับโน้นนี่ วันๆนึงนี่เห็นเป็นสิบๆคลิปในหน้า Facebook ถามว่าคลิปพวกนี้มีประโยชน์จริงๆกับซักกี่คน คนส่วนใหญ่ทำไรคะ ก็กดแชร์ แชร์และแชร์ จบ รู้สึกตัวเองฟิตและ แต่จะมีซักกี่คนที่ทำตามอย่างจริงจัง อันนี้แหละปัญหาใหญ่
ทุกวันนี้ทุกอย่างมันง่ายมากแค่มีอินเตอร์เน็ตคุณก็สามารถเรียนรู้การออกกำลังกายได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายวิ่ง สายโยคะ สายบอดี้เวท มันมีหมดตั้งแต่ beginner ยัน super advanced ใครที่คิดดูแล้วว่าการไปสมัครฟิตเนสราคาเดือนละหลายพันไม่ใช่ทางของตัวเองและอยากมาลองออกกำลังกายที่เองที่บ้านมาดูกันว่าควรเริ่มจากอะไรก่อน
เป้าหมายของหลายๆคนที่หันมาออกกำลังกายก็มีหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่เลยที่เห็นก็คงเป็นอยากลดน้ำหนัก อยากฟิตเหมือนดารา แต่จะมีซักกี่คนที่เป้าหมายคืออยากมีสุขภาพที่แข็งแรง คนที่อยากมาออกกำลังกายด้วยตัวเองโดยที่ไม่มีเทรนเนอร์ไม่มีใครมาบังคับ ทำเอง บังคับตังเองล้วนๆ ขั้นแรกเลยคงต้องเปลี่ยนความคิดก่อน การมีเป้าหมายมันเป็นสิ่งที่ดีแต่บางทีการมองไปที่เป้าหมายอย่างเดียวเวลาเราลงมือทำมันก็ทำให้ท้อได้นะถ้าเป้าหมายมันไม่ถึงซักที การที่ทำให้เรายังออกกำลังกายเองได้ที่บ้านแล้วไม่เลิก เราไม่ได้มองที่เป้าหมายว่าจะผอม จะฟิต จะได้โน้นได้นี่ แต่ทำเพราะว่าทุกวันเรารู้ว่ามันมีความพัฒนาการในตัวเรา ถึงจะมองเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม อย่างส่วนตัวเราเล่นโยคะเอง ไม่เคยไปเรียนที่ไหนเลยแบบจริงๆ ดูเอาที่ตาม youtube เล่นมาหลายปีแล้วก็ไม่เลิกเพราะเรารู้ตามความจริงว่าการออกกำลังกายไม่ได้ให้ผลเร็วเหมือนการกินยาลดความอ้วนที่เค้าโฆษณากัน ว่ากินเท่านี้ลดได้เท่านั้น แต่การออกกำลังกายมันอาจจะใช้เวลาเป็นปีๆกว่าจะเห็นผลลัพท์แบบชัดเจน ยิ่งโยคะด้วยแล้วมันเป็นกีฬาอย่างเดียวที่ไม่ต้องไปแข่งกับใคร แต่แข่งกับตัวเราเอง แข่งกับใจเรานั่นเอง จะทำท่าๆนึงได้ถูกต้องและเห็นผลว่ามันพัฒนาอาจจะต้องใช้เวลาระดับเป็นเดือนๆอย่างน้อย เพราะฉะนั้นทุกวันที่เราทำก็แค่คิดว่านี่เป็นหน้าที่ เหมือนเราต้องหายใจตลอดเวลา เราก็ต้องออกกำลังกายเท่านั้นเอง ง่ายแต่ทำยาก 55 คนส่วนใหญ่ที่เลิกล้มเพราะอยากเห็นผลเร็ว อยากผอมแต่เล่นไปวันนึงยังเห้นพุงย้อยอยู่ เลิก ไม่เห็นได้ผล
เอาเป็นว่าจะเริ่มออกกำลังกายเองที่บ้าน เปลี่ยนความคิดก่อนว่าน้ำหนักจะไม่ได้ลดภายในเวลาอันสั้น ซิตแพคไม่ได้มาง่ายๆ แต่ชั้นจะไม่เลิกทำจนกว่าผลที่ออกมาอย่างที่ชั้นต้องการ ไม่ว่ามันจะนานแค่ไหน แต่สิ่งที่ชั้นจะได้ทุกวันคือสุขภาพที่ดีขึ้นและพัฒนาการในตัวชั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางใจ
พูดกันมานานเรื่องการเปลี่ยนความคิดเพราะมันสำคัญจริงๆ หุ่นที่ดีมาจากใจที่แข็งแรง ต่อไปเราจะมาบอกว่าการเริ่มออกกำลังกายเองที่บ้านสไตล์เราทำอย่างไร อันนี้อาจจะใช้ได้กับเราแต่อาจจะไม่เหมาะกับทุกคนก็ลองไม่ปรับใช้ดูนะคะ
สิ่งที่ต้องมีในการออกกำลังกายที่บ้านก็คือ
1. Internet: อันนี้เห็นจะสำคัญที่สุดเพราะครูที่จะมาสอนคุณที่บ้านก็คือ Youtube นั่นเอง หลายคนคงคิดว่าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะเริ่มยังไง อันไหนดี อันนี้ต้องใช้การค้นคว้าดูเยอะๆ เพราะมันมีเป็นร้อยเป็นพันคลิป ทั้งโยคะ ทั้งแอโรบิค ทั้งบอดี้เวท มีหมดแต่คุณต้องลองดูครูที่สอนแล้วถูกจริตกับคุณด้วยเพราะถ้าไม่ถูกจริตแล้วจะไม่อยากเล่น บางคนชอบโยคะแบบ Dynamic บางคนชอบยืดเส้น ก็ลองเล่นไปเยอะๆจะรู้เองว่าคุณเป็นสายไหน
2. พอคุณรู้แล้วว่าคุณเป็นสายไหนก็ต้องมีอุปกรณ์เล็กๆน้อยๆ ถือว่าโชคดีมากเพราะการออกกำลังกายที่บ้านใช้อุปกรณ์ไม่มากเลย ลงทุนต่ำผลลัพท์สูง อย่างเราเล่นโยคะ ก็มีแค่เสื่อโยคะดีๆซักผืน แค่นั้นเอง ถ้าคุณเป็นสายบอดี้เวทก็อาจจะมีดัมเบลล์ รองเท้าเทรนนิ่ง ส่วนใครที่มีลู่วิ่ง จักรยานที่บ้านอยู่แล้วอันนั้นก็ได้เปรียบเพราะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เลย
ตารางการออกกำลังกาย
เริ่มด้วยการเล่นโยคะคลาส 1 ชม ตามด้วยไปปั่นจักรยานครึ่งชม ที่บ้านมีจักรยานเลยไม่ต้องออกไปวิ่งไหนไกล การปั่นจักรยาน วิ่ง กระโดดเชือกหรือเรียกกันว่า Cardio ก็คือการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น 60% -85% เมื่อเทียบกับอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด ส่วนตัวคิดว่าการออก Cardio ควบคู่ไปกับโยคะทำให้เหนื่อยช้าขึ้น อึดขึ้น เวลาทำอะไรระหว่างวันก็จะไม่หอบ Cardio ยังช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีด้วยนะคะ
เรื่องการกิน
ส่วนตัวเป็นคนกินไม่เยอะอยู่แล้ว กินข้าว 2 มื้อต่อวัน แต่จะติดกินน้ำหวานพวกชาเย็น ชาเขียว ก็พยายามลดพวกของหวานอยู่นะคะ แต่ก็ยังตามใจปากยู่ซะส่วนใหญ่ แต่ไม่ค่อยควบคุมอาหารเท่าไหร่เพราะไม่ได้อยากให้ผอมหรือฟิตอะไรขนาดนั้น แต่คนที่สามารถควบคุมอาหารได้ก็จะทำให้เห็นผลได้เร็วขึ้นนะคะ
หวังว่าการมาแชร์เล็กๆน้อยๆในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับใครไม่มากก้น้อยนะคะ เราก็ไม่ใช่คนเก่งอะไรแต่การันตีได้ว่าการออกเองที่บ้านก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ จากเป็นคนที่ขี้เกียจมากกกก ก็เป็นการฝึกวินัยในตัวเองแถมสุขภาพก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เราเป็นภูมิแพ้แต่ก่อนตาแดงเพราะแพ้ฝุ่น เดี๋ยวนี้ภูมิแพ้หายขาดโดยที่ไม่ต้องกินยา คุณหมอบอกเองเลยว่าต้องออกกำลังกายเท่านั้น กินยาก็ไม่ช่วยได้ตลอดชีวิตแถมมีผลเสียต่อร่างกาย ใครที่อยากเริ่มทำแนะนำเริ่มเลยอย่ารีรอ ตอนเริ่มว่ายากแล้ว ตอนทำอย่างต่อเนื่องยากกว่า แต่ถ้าคุณก้าวผ่านจุดนั้นมาได้ คุณจะรักตัวเองมากขึ้นและจะภูมิใจว่าคุณไม่ยอมแพ้ตัวคุณเองง่ายๆ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองนะคะ จะเปลี่ยนร่างกายเริ่มที่จืตใจนะคะ
จุ๊บๆ