เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

ถ่ายหนังที่เวียดนาม

ขอเกรินนำก่อนนะครับเราชื่อ "เล้ง" เราเป็นช่างภาพโฆษณาที่รับงานทั่วโลกคือที่ไหนมีงานที่นั่นมีเรา กระทู้นี้เป็นการแนะนำและแนะแนวเกี่ยวกับการไปถ่ายหนังที่ต่างประเทศ ขอออกตัวก่อนว่าเราเคยทำกับเจ้านี้ที่เดียวเจ้าอื่นอาจไม่เหมือนกันกับที่เราเจอนะ ขอแบ่งเป็น 5 เรื่องนะ เตรียมตัว การเดินทาง การทำงาน บ้านเมือง และสำคัญสุดอาหาร และขอโทษอย่างแรงเรื่องคำผิดนะครัช

เริ่มต้นด้วยการไปนามบินสายเลยต้องวิ่งสุดชีวิตเพื่อขึ้นเครื่อง

เอาเป็นว่าตัดไปที่สนามบินเวียดนามเลยแล้วกันเนอะ พอมาถึงโทรศัพท์ของช่างภาพหมดประโยชน์ทันที เอาไงดีล่ะทีนี้ ไม่เห็นมีชื่อของช่างภาพเลย ช่างภาพชื่อเล้งนะ "LENG" ไหนล่ะหน้าเริ่มร้อนแล้วนะ ทันไดนั้นก็หันไปเจออาหารที่ชอบที่สุดในชีวิต
เบอเก้อไงจะอะไรล่ะ
เลยจัดไปชุดใหญ่ไฟกระพริบ และแน่นอนเบอเก้อคิงทุกที่มีWIFI โทรสัพของช่างภาพกลับมาใช้การได้อีกครัง เลยโทรลายไปหาคนที่จะมารับสรุป อ่าว!!! เค้าอยู่หน้าเรานี่เองแค่เราไม่คุ้นกับการสะกดชื่อ

ทีนี้ก็เริ่มทำงานกันเลยนะเริ่มต้นด้วยรถที่มารับช่างภาพ ปกติที่เมืองไทยจะเป็นรถตู้แต่ที่นี่...
รถกึ่งๆบัสขนาด15 ที่นั่งได้ล่ะมั้ง เพื่อมารับคน 1 คน
กว่าจะฝ่ารถติดมาถึงofficeเพื่อประชุม
และกว่าจะผ่ารถติดมาถึงที่พัก
MINI BAR ที่นี่แจ่มถูกใจช่างภาพมิใช่น้อยดื่มเบียร์เย็นๆให้หายเหนื่อย ใส่รองเท้าแล้วออกไปหาอาหารพื้นเมืองกินดีกว่าคนเยอะเกินไป หาร้านท้องถิ้นกันดีกว่าในที่สุดก็เจอจนได้ถูกใจและเป็นแนวเรามากๆทีนี้ก็เริ่มสั่งอาหารได้เลย ขอบอกว่าร้านที่นี่แทบทุกร้านจะไม่ตรงปกแต่ก็เป็นความสนุกอย่างนึงเลยนะ ลุ้นดีในภาพคือเส้นบะหมี่ผัด
สิ่งที่ได้คือผัดมาม่า
หอยนางรมอบชีสแสนน่ากิน
ได้หอยนางรมอบเนย ถามว่ารสชาติเป็นไง
ขออธิบายด้วยภาพนี้(ถ้าใครแพ้ผงชูรสแนะนำว่าอยากกินอากหารแบบช่างภาพนะ)
เปลี่ยนร้านดีกว่า ขอหรูขึ้นอีกสักนิด
ระหว่าจิบไวน์เพลินๆพี่<ไก่>ผู้กำกับไทยที่ประจำอยู่ที่นี่ติดต่อเราเข้ามา เค้าอยู่ไกล้ๆกันเลยเราก็อยากเจอเค้ามาตั่งนานแล้วปกติรู้จักกันแต่ในเฟสบุคอยู่ไทยไม่เคยเจอ มาเจอตอนถ่ายหนังต่างประเทศ ถือเป็นการรับความรู้ล่วงหน้าว่าเราจะเจอกับอะไรในวันออกกอง
พี่ไก่ทำงานวนๆเวียนๆระหว่าไทยและเวียดนามมานาน พอเจอพี่ไก่เรารู้เลยว่าพี่ไก้มาที่นี่บ่อยและเข้าใจคนที่นี่ เริ่มจากการที่พี่ไก่จัดแบ่งอาหารที่เราสั่งมาให้เด็กขายของที่ชอบมาตื้อขายของให้นักท่องเทียว(หลายคนน่าจะเคยเจอ)และบอกเราว่าเด็กมันแค่หิวให้กินไรหน่อยเดี้ยวก็เลิกกวานแล้ว แล้วก็จริงตามพี่ไก่พูด น้องเค้าเลิกยุ่งจริงๆ แต่พอกินเสดทีนี้ก็กวนใหม่โดยการเอากล้องเราไปเล่น ไอเราก็ใจดีให้มันไปเลยด้วยความลำคานเพราะกำลังคุยกับพี่ไก่อย่างถูกคอ เอาภาพไปดูเล่นๆนะครับ (นี่คือภาพจากมุมมองเด็กข้างถนนในเวียดนาม)ระหว่างคุยกับพี่ไก่ช่างภาพเมาใช้ได้แต่ก็พอจะจำและสรุปออกมาได้ 3 ข้อ
1.ทำงานกับคนที่นี่ต้องชัดเจนมากกว่าที่ไทย
2.อย่าหวังพึ่งใคร ให้พึ่งตนเองเป็นหลัก
3.ถ้าลูกน้องที่นี่ทำงานไม่ถูกใจให้เข้าไปทำเองมันสะเลย

ช่างภาพกราบลาพี่ไก่และเดินโซเซกลับที่พักพร้อมลุยงานในเช้าวันต่อมา
ก็เหมือนๆที่ไทย ก่อนถ่ายเราก็ต้องหาสถานที่ถ่ายทำและดูทิศทางแสงเอาเป็นว่าหลายอย่าง ทุกอย่างก็ดูจาผ่านไปด้วยความราบรื่นเริ่มจากวิธีการเดินทางของเราก่อนเลยใช่แล้วครับ มอเตอไซ ไม่ใช่เพื่อความเท่นะครับ แต่เพราะบางสถานที่รถเบนซ์เข้าไปไม่ได้จริงๆ แถมยังหนีรถติดได้ดีอีกด้วยถูกใจช่างภาพจริงๆ
ปัญหาเดียวที่มีก็คือการที่เราต้อง รอ รอ รอ และ รอสาเหตุนั้นง่ายมากแต่ก็ยากที่จะเข้าใจ นั่นคือ แผนกโลเคชั่นไม่ติดต่อไปก่อนที่ทีมงานจะไปถึง พอถึงเสดก็ต้องรอจนกว่าจะคุยกันจบ  <ช่างภาพแอบคิดในใจทำไมไม่โทรก่อนถึงว่ะ> ในส่วนของผู้กับกับ(พี่เอิน)นั้นไม่ต้องสืบ ต้องมีความหงุดหงิดอยู่แล้ว
รอแปปพี่ติดต่ออยู่
บางที่เข้าไม่ได้ก็งั้นมันซื่อๆเลยนี่แหละ
จะยังไงก็ช่างเถอะ สุดท้ายเราก็ได้โลเคชั่นในการถ่ายหนังครบ ดังนั้น เริ่มวันถ่ายเลย
มือเช้าที่นี่ก็คล้ายๆบ้านเรา บ้านเราเป็นเส้นเล็กน้ำ ที่นี่เป็นเฟ้อขอบอกเลยว่าเด็ด
กล้องที่นี่ก็มีครบชุดเหมือนที่ไทยเรื่องภาษาไม่มีปัณหาคนที่นี่ถ้าทำงานกองถ่ายแล้วส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกิตได้หมดการบวงสรวงก่อนถ่ายก็เรียบๆง่ายๆเหมือนบ้านเรา

และเมื่อทุกอย่างพร้อมก็ถ่าย ถ่าย ถ่าย และ ถ่าย เราถ่ายรูปเค้าบ่อยๆเค้าเลยมาขอถ่ายเราบ้างแล้วดูสิ ไม่นัดกันเลย
ที่นี่ผู้กำกับศิลป์จะเป็นคนใส่โฟรกราวให้กล้องเอง ที่ไทยช่างภาพเป็นคนทำ
พักเที่ยง อาหารเทียงของที่นี่จะมาเป็นถาดพลาสติกหลุมแบบนี้ แต่ทางทีมงานซื้ออาหารมาให้เราแยกเพราะกลัวคนไทยกินไม่ได้ และอาหารที่เค้าซื้อมาให้นั้นก็คือ.....ผันไท เป็นคนไทย ก็ต้องผัดไทสิถูกแล้ว
เราเลยแจ้งทางทีมงานไปว่าอาหารของเราขอเหมือนของทีมงานทุกคนทีนี้ก็หมดปัญหากันแบ่งวันนะและเวลาการรออาหาร เอาเวลามาทำงานดีกว่าเยอะ ทำไปกินไปมีความสุขจะตายนี่คือสิ่งที่ช่างภาพชอบมากและที่ไทยควรมีนั่นคือน้ำผลไม้100% สดชื่นและมีประโยชน์ของว่างก็จะเป็นพวกผลไม้นี่แหละ คือไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนเวียดนามถึงผิวดีและหุ่นดีกลัวไม่เชื่อเลยลงรูปให้ดูนี่นักแสดงเด็กขวัญใจช่างภาพเองนี่เป็นบ.กล้องไฟที่ช่างภาพใช้ โดยรวมแล้วโอเคแต่ทำงานช้าไปนิดนึงจนเราต้องถามว่าทำไมถึงทำงานช้าจัง เค้าบอกที่นี่คิดคิวทำงานเป็น 24ชม.=1Q ไม่มีเหตุผลต้องรีบยังไงก็ทันเวลา ช่างภาพเลยบอกเค้าไปว่า "เวลาของคุณมีค่า รีบทำงานให้จบและกลับไปใช้มันกับครอบครัวดีกว่า" เท่านั้นแหละ วิ่งกันชนิดที่ว่าตี-นแตกคืนก่อนกลับเรามีเวลาได้มีเจอกับทีมถ่ายหนังอีกทีมที่ทำงานในช่วงเวลาใกล้กัน และแน่นอนพี่ไก่ก็มีหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาอีกเช่นเคยแลกเปลี่ยนประสพการกันพอหอมปากหอมคอก่อนจะแยกย้ายกันกลับ
Perdiem(ค่าขนมรายวัน)ของช่างภาพส่วนใหญ่แลกกลับมาเป็นเงินUSหมดแล้วจะมีก็แต่เงินแบ้งย้อยงั้นทำบุญแบบไม่รู้ที่หมายเลยแล้วกันจบทริปถ่ายหนังเวียดนามแล้วครับ ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ช่างภาพจะบอกค่าตัวให้ว่าได้เท่าไหร่ ช่างภาพตกลงรับงานนี้เป็นราคาเหมา 3 วันถ่าย ในราคา1,000USD และค่าPerdiem 100USD/DAY จริงๆที่เวียดนามนี้ไม่มีช่างภาพนะครับส่วนใหญ่จะใช้ช่างภาพจากไทยหรือไม่ก็ใช้ฝรั่งไปเลย ช่างภาพว่าวงการเบื้องหลังที่นี่ยังน่าตื่นเต้นอยู่และค่าตอบแทนก็ไม่เลว ถ้าช่างภาพหรือผู้กำกับท่านไหนที่คิดว่าฝีมือดีและภาษาได้ แนะนำให้ลองมาปล่อยของที่ประเทศนี้นะครับ ช่างภาพขอลาเพียงเท่านี้ พกกันใหม่ในประเทศต่อไปครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่