
สวัสดีครับ ท่านสมาชิกพันทิปและพ่อแม่พี่น้องชาวก้นครัวทุกท่าน ผมเพิ่งจะออกเจเมื่อวานนี้ น้ำหนักหายไปเยอะเลย ดีใจจริงๆครับ พอออกเจแล้วก็อยากทาน โน่น นี่ นั่น ตามปรกติวิสัยของคนที่ไม่ได้ทานเจตลอดชีวิตครับ มีเมนูหนึ่งที่เคยลองไปทานที่ร้านแล้วติดอกติดใจเพราะรสชาติที่อ่อนละมุนมากๆ เลยเกิดความคิดว่าถ้าเราทำทานเองมันจะออกมาเป็นอย่างไร ก็เลยเป็นที่มาของกระทู้นี้นะครับ เรามาเริ่มกันเลยครับ
วัตถุดิบที่ใช้

แบ่งเป็นสองฟากนะครับ ซ้ายมือสำหรับซอสถั่วดำปริมาณ 480 กรัม และขวามือสำหรับต้มจืดผักรวมครับ

หอมหัวใหญ่ ถั่วดำ รสดีรสไก่ กระเทียม เหล้าจีน ซีอิ้วขาว น้ำมันงา ซอสหอยนางรม และน้ำตาล (มีขิงด้วยนะครับแต่ลืมถ่ายภาพ)

เห็ดเฟือง ผักกาดขาว แตงกวา หัวไชเท้า แครอท กระดูกหมู และพริกไทย

ล้างถั่วดำให้สะอาดหากจะให้ดีแช่ไว้หนึ่งคืนนะครับ จากนั้นใส่น้ำให้ปริ่มปริมาณถั่วดำแล้วต้มไฟอ่อนๆก่อนครับแล้วไปทำต้มจืดต่อ

ต้มน้ำ 1 ลิตรครึ่ง ใส่เกลือเม็ดลงไปตามภาพครับ

ล้างกระดูกหมูให้สะอาด

ใส่กระดูกหมูลงไป เปิดไฟอ่อนๆค่อยๆต้มไปเรื่อยๆนะครับ

สังเกตหม้อต้มถั่วดำตลอดเวลาเพราะมันจะล้นตอนเดือดครับ น้ำเริ่มดำแล้วครับ

มาซอยหัวไชเท้ารอดีกว่า

กลับไปที่หม้อซุป ช้อนฟองออกให้หมดเลยครับ

เตรียมผักอื่นๆให้พร้อม

พอช้อนฟองออกหมดแล้วใส่หัวไชเท้ากับแครอทลงไปต้มก่อน

ตามด้วยเห็ดเฟือง ต้มไปเรื่อยๆจนนิ่มครับ

ผักกาดขาวกับแตงกวาใส่หลังสุด

เปิดตู้เย็นเจอเห็ดนางฟ้า ไม่รอดครับ เอาลงต้มด้วย ไปทำซอสถั่วดำกันดีกว่าครับ
การปรุงซอสถั่วดำ

หอมหัวใหญ่ 3 หัว ขิง 2 แว่น และกระเทียม 6 กลีบครับ

ใส่ขิง 2 แว่นที่ทุบแล้วลงไปในหม้อต้มถั่วดำ

สับหอมหัวใหญ่และกระเทียมหยาบๆ

นำไปต้มให้หมดเลยครับ

ปรับเป็นไฟอ่อนต้มไปเรื่อยๆ ลองตักถั่วมาแล้วบี้ดูนะครับ ถ้าอ่อนก็ใช้ได้แล้ว แต่ถั่วดำพันธุ์นี้แข็งครับ ต้มต่อไป

กลับมาดูที่หม้อซุป ใช้ได้แล้วครับ ใส่ผักกาดขาวและแตงกวาลงไป

ชิมดูแล้วจืดครับ เติมเกลือเม็ดลงไปนิดหน่อย ผมไม่ใช้ซีอิ้วขาวและน้ำปลานะครับ อยากได้รสธรรมชาติ (ติดเจมาครับ)

ถั่วดำต้มใช้ได้แล้วครับ

นำไป cooling แบบโบราณกาลครับ

เมื่อถั่วดำเย็นลงแล้วก็นำไปปั่น หากมันหนืดมาก เติมน้ำได้ทีละนิดนะครับ ปั่นให้เนียนๆเลย

เมื่อปั่นจนหมดแล้วนำลงกระทะหรือหม้อก็ได้ครับ เปิดไฟกลาง เคี่ยวไปเรื่อยๆ

รสดี 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ้วขาว 8 ช้อนโต๊ะ

ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ

เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ

คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันแบบรวดเร็วครับ

เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ ปาดขอบกระทะเสมอนะครับ

พอตัวซอสเริ่มหนืดแล้ว ใส่น้ำมันงาลงไป 1 ช้อนโต๊ะครับ

แล้วคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน

ปรับไฟอ่อนสุดแล้วเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ ขั้นตอนนี้อย่าไปไหนนะครับเพราะซอสจะไหม้

เอาจนได้แบบนี้นะครับ ปิดเตาแล้วปล่อยไว้แบบนั้นจนตัวซอสเย็น

บรรจุในภาชนะปิดฝา เก็บไว้ในตู้เย็นทำเมนูอื่นๆได้อีกเยอะเลยครับ
วิธีการผัดซอสถั่วดำ

ซอยหอมหัวใหญ่แล้วคลี่มันออกจากกัน

สะโพกหมู 1 กิโลกรัมต่อ Baking soda 4 ช้อนชา และน้ำโค้กปริ่มเนื้อหมูครับ

ขยำให้เข้ากัน เนื้อสัมผัสแบบนี้คุ้นๆมือคุ้นๆลิ้นดีครับ หลายร้านเลย มันจะลื่นๆมือแล้วกลิ่นของมันใช่เลยครับ

หมี่ที่เหลือจากการรีวิวหมี่เย็นครับ ใช้เส้นสีขาว

นำไปต้มในน้ำเดือดจัดๆจนเส้นนิ่มดี แล้วกรองน้ำในกระชอน จากนั้น.....

นำไปคลุกน้ำมันพืช ปิดฝาไว้กันแห้งครับ
ขั้นตอนการผัดวัตถุดิบกับซอสถั่วดำ

น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ ไฟปานกลาง ใส่หอมหัวใหญ่ซอยลงไปผัดจนใส

ใส่เห็ดฟางลงไปผัดให้เข้ากัน

ใส่เนื้อหมูลงไปตามที่ชอบ ผัดจนเกือบสุกนะครับ

ใส่ซอสถั่วดำลงไป 2 ทัพพี

ผัดให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน จากนั้นเติมซีอิ้วดำลงไปประมาณ 2 ช้อนชาครับ ผมไม่ชอบให้กลิ่นซีอิ้วดำกลบส่วนผสมทุกอย่าง

ตักชิม พอหมูสุกปิดเตาครับ

ใส่เส้นหมี่ลวกลงในชาม หิวมากใส่มากครับ

ราดซอสถั่วดำลงไป เยอะๆเลยครับ หิวววว

ตกแต่งด้วยแตงกวาซอยนิดหน่อย

จานนี้แบบคลุกนะครับ เข้าเนื้อดี

มาเร็วครับ ทานกับต้มจืดผักรวม

เริ่มจากเมนูหลักก่อน

หมูนิ่มอร่อยดีครับ มันเค็มนิดๆ มันหน่อยๆ หอมดีครับ

ตัวเส้นหมี่ชุ่มซอส อร่อยครับ ลงตัวมากๆ ไปทานที่ร้านก็จืดๆแต่ก็อร่อยในแบบของเขาครับ

ซดน้ำซุปให้คล่องคอหน่อย

คำสุดท้ายนี้สำหรับทุกท่านนะครับ อ้ามมมมมมม
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการรับประทานอาหารในครอบครัวนะครับ
สวัสดีครับ
มาลองทำซอสถั่วดำไว้ทานกับบะหมี่กันครับ
สวัสดีครับ ท่านสมาชิกพันทิปและพ่อแม่พี่น้องชาวก้นครัวทุกท่าน ผมเพิ่งจะออกเจเมื่อวานนี้ น้ำหนักหายไปเยอะเลย ดีใจจริงๆครับ พอออกเจแล้วก็อยากทาน โน่น นี่ นั่น ตามปรกติวิสัยของคนที่ไม่ได้ทานเจตลอดชีวิตครับ มีเมนูหนึ่งที่เคยลองไปทานที่ร้านแล้วติดอกติดใจเพราะรสชาติที่อ่อนละมุนมากๆ เลยเกิดความคิดว่าถ้าเราทำทานเองมันจะออกมาเป็นอย่างไร ก็เลยเป็นที่มาของกระทู้นี้นะครับ เรามาเริ่มกันเลยครับ
วัตถุดิบที่ใช้
แบ่งเป็นสองฟากนะครับ ซ้ายมือสำหรับซอสถั่วดำปริมาณ 480 กรัม และขวามือสำหรับต้มจืดผักรวมครับ
หอมหัวใหญ่ ถั่วดำ รสดีรสไก่ กระเทียม เหล้าจีน ซีอิ้วขาว น้ำมันงา ซอสหอยนางรม และน้ำตาล (มีขิงด้วยนะครับแต่ลืมถ่ายภาพ)
เห็ดเฟือง ผักกาดขาว แตงกวา หัวไชเท้า แครอท กระดูกหมู และพริกไทย
ล้างถั่วดำให้สะอาดหากจะให้ดีแช่ไว้หนึ่งคืนนะครับ จากนั้นใส่น้ำให้ปริ่มปริมาณถั่วดำแล้วต้มไฟอ่อนๆก่อนครับแล้วไปทำต้มจืดต่อ
ต้มน้ำ 1 ลิตรครึ่ง ใส่เกลือเม็ดลงไปตามภาพครับ
ล้างกระดูกหมูให้สะอาด
ใส่กระดูกหมูลงไป เปิดไฟอ่อนๆค่อยๆต้มไปเรื่อยๆนะครับ
สังเกตหม้อต้มถั่วดำตลอดเวลาเพราะมันจะล้นตอนเดือดครับ น้ำเริ่มดำแล้วครับ
มาซอยหัวไชเท้ารอดีกว่า
กลับไปที่หม้อซุป ช้อนฟองออกให้หมดเลยครับ
เตรียมผักอื่นๆให้พร้อม
พอช้อนฟองออกหมดแล้วใส่หัวไชเท้ากับแครอทลงไปต้มก่อน
ตามด้วยเห็ดเฟือง ต้มไปเรื่อยๆจนนิ่มครับ
ผักกาดขาวกับแตงกวาใส่หลังสุด
เปิดตู้เย็นเจอเห็ดนางฟ้า ไม่รอดครับ เอาลงต้มด้วย ไปทำซอสถั่วดำกันดีกว่าครับ
การปรุงซอสถั่วดำ
หอมหัวใหญ่ 3 หัว ขิง 2 แว่น และกระเทียม 6 กลีบครับ
ใส่ขิง 2 แว่นที่ทุบแล้วลงไปในหม้อต้มถั่วดำ
สับหอมหัวใหญ่และกระเทียมหยาบๆ
นำไปต้มให้หมดเลยครับ
ปรับเป็นไฟอ่อนต้มไปเรื่อยๆ ลองตักถั่วมาแล้วบี้ดูนะครับ ถ้าอ่อนก็ใช้ได้แล้ว แต่ถั่วดำพันธุ์นี้แข็งครับ ต้มต่อไป
กลับมาดูที่หม้อซุป ใช้ได้แล้วครับ ใส่ผักกาดขาวและแตงกวาลงไป
ชิมดูแล้วจืดครับ เติมเกลือเม็ดลงไปนิดหน่อย ผมไม่ใช้ซีอิ้วขาวและน้ำปลานะครับ อยากได้รสธรรมชาติ (ติดเจมาครับ)
ถั่วดำต้มใช้ได้แล้วครับ
นำไป cooling แบบโบราณกาลครับ
เมื่อถั่วดำเย็นลงแล้วก็นำไปปั่น หากมันหนืดมาก เติมน้ำได้ทีละนิดนะครับ ปั่นให้เนียนๆเลย
เมื่อปั่นจนหมดแล้วนำลงกระทะหรือหม้อก็ได้ครับ เปิดไฟกลาง เคี่ยวไปเรื่อยๆ
รสดี 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 8 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ
คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันแบบรวดเร็วครับ
เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ ปาดขอบกระทะเสมอนะครับ
พอตัวซอสเริ่มหนืดแล้ว ใส่น้ำมันงาลงไป 1 ช้อนโต๊ะครับ
แล้วคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน
ปรับไฟอ่อนสุดแล้วเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ ขั้นตอนนี้อย่าไปไหนนะครับเพราะซอสจะไหม้
เอาจนได้แบบนี้นะครับ ปิดเตาแล้วปล่อยไว้แบบนั้นจนตัวซอสเย็น
บรรจุในภาชนะปิดฝา เก็บไว้ในตู้เย็นทำเมนูอื่นๆได้อีกเยอะเลยครับ
วิธีการผัดซอสถั่วดำ
ซอยหอมหัวใหญ่แล้วคลี่มันออกจากกัน
สะโพกหมู 1 กิโลกรัมต่อ Baking soda 4 ช้อนชา และน้ำโค้กปริ่มเนื้อหมูครับ
ขยำให้เข้ากัน เนื้อสัมผัสแบบนี้คุ้นๆมือคุ้นๆลิ้นดีครับ หลายร้านเลย มันจะลื่นๆมือแล้วกลิ่นของมันใช่เลยครับ
หมี่ที่เหลือจากการรีวิวหมี่เย็นครับ ใช้เส้นสีขาว
นำไปต้มในน้ำเดือดจัดๆจนเส้นนิ่มดี แล้วกรองน้ำในกระชอน จากนั้น.....
นำไปคลุกน้ำมันพืช ปิดฝาไว้กันแห้งครับ
ขั้นตอนการผัดวัตถุดิบกับซอสถั่วดำ
น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ ไฟปานกลาง ใส่หอมหัวใหญ่ซอยลงไปผัดจนใส
ใส่เห็ดฟางลงไปผัดให้เข้ากัน
ใส่เนื้อหมูลงไปตามที่ชอบ ผัดจนเกือบสุกนะครับ
ใส่ซอสถั่วดำลงไป 2 ทัพพี
ผัดให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน จากนั้นเติมซีอิ้วดำลงไปประมาณ 2 ช้อนชาครับ ผมไม่ชอบให้กลิ่นซีอิ้วดำกลบส่วนผสมทุกอย่าง
ตักชิม พอหมูสุกปิดเตาครับ
ใส่เส้นหมี่ลวกลงในชาม หิวมากใส่มากครับ
ราดซอสถั่วดำลงไป เยอะๆเลยครับ หิวววว
ตกแต่งด้วยแตงกวาซอยนิดหน่อย
จานนี้แบบคลุกนะครับ เข้าเนื้อดี
มาเร็วครับ ทานกับต้มจืดผักรวม
เริ่มจากเมนูหลักก่อน
หมูนิ่มอร่อยดีครับ มันเค็มนิดๆ มันหน่อยๆ หอมดีครับ
ตัวเส้นหมี่ชุ่มซอส อร่อยครับ ลงตัวมากๆ ไปทานที่ร้านก็จืดๆแต่ก็อร่อยในแบบของเขาครับ
ซดน้ำซุปให้คล่องคอหน่อย
คำสุดท้ายนี้สำหรับทุกท่านนะครับ อ้ามมมมมมม
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการรับประทานอาหารในครอบครัวนะครับ
สวัสดีครับ