ขณะเดียวกัน บนเวทีงานอีเว้นท์ ในโรงแรมหรูของกรุงเทพฯ เป็นงาน รณรงค์กินผักต้ม ของกระทรวงสาธารณสุข ผู้คนถ่ายรูปพึ่บพับ ไผทพระเอกของงานกับท่านรัฐมนตรีกำลังตักผัก จากในหม้อน้ำเดือดๆ ขึ้นมาใส่จานจานหนึ่ง ก่อนที่รัฐมนตรีจ้วงตักกินผักต้มโชว์ ไผทจดๆ จ้องๆ ยิ้มเจื่อนๆ
“ผักทุกประเภทล้วนให้วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย การต้มผักก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ปลอดภัย จากสารพิษนะคะ...อย่างที่คุณไผทกับท่านรัฐมนตรีปองศักดิ์ กำลังทำนี่ละค่ะ รับประทานอร่อยด้วย ค่ะ ดูซิคะ” พิธีกรเจื้อยแจ้ว
รัฐมนตรีเคี้ยวด้วยสีหน้าสุดแสนอร่อยล้ำ ยิ้มให้นักข่าวที่รัวถ่ายรูป ก่อนจะหันมาหาไผทที่ยืนยิ้มถือจานค้างอยู่ข้างๆ แล้วพยักหน้าเชิญชวนให้ลองกิน ไผทยิ้มแหะๆ หน้าไม่สู้ดี ก่อนจำยอมฝืนตักผักต้มเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
สุดท้ายไผทยืนเรียงแถวกับรัฐมนตรี ผู้ติดตาม และข้าราชการ ที่ยกนิ้วแม่โป้งขึ้นพร้อมกันเพื่อถ่ายรูป
ไผทรีบก้าวลงมาจากเวที พลันมีนักข่าวบันเทิงกรูเข้ามาถึงตัวแทบจะทันที ไผทถึงกับหน้าแหย เผลอจะอ้าพูด แต่เหมือนกำลังอมตุ่ยอะไรในปาก สอดตามองหาฟิน
นักข่าว1 ยิงคำถาม “ไผทคะ เรื่องน้องนักศึกษา...ที่เป็นข่าวลือในอินสตาแกรมตอนนี้น่ะค่ะ”
ไผทยกมือโบกไปมา พยายามจะยิ้ม
นักข่าว 2 ซัก “ไผทไปที่คอนโดน้องนักศึกษาชื่อก้อย ใช่มั้ยคะ”
ไผทสะดุ้ง พอดีฟินโผล่มาดึงไผทกันนักข่าวให้
“ขอโทษนะจ๊ะๆ ไผทต้องรีบ ไว้พรุ่งนี้นะ...นะ”
นักข่าว 1 ไม่ยอม “ไผทคะ ตกลงว่าจริงใช่มั้ย กำลังคบกันอยู่ใช่มั้ยคะ แล้วคุณลูกปูล่ะคะ”
ฟินรีบดึงตัวไผทหลุดออกไปจากวงนักข่าวได้อย่างทุลักทุเล
ไผทรีบคายผักต้มในปากที่อมตุ่ยอยู่นานทิ้งลงในถังขยะ
“นี่พี่ฟิน ทำไมไม่เห็นมีใครบอกผมเลยว่างานนี้ต้องมีกินผักโชว์ด้วย พี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบกินผัก”
ฟินเดินตามเข้ามาติดๆ ปิดห้องอย่างแน่นหนา มองรอบตัวว่ามีใครแอบอยู่รึเปล่า
“เอาเถอะน่า...นิดๆ หน่อยๆ กินผักน่ะมันดีต่อสุขภาพร่างกาย”
“แต่ผมไม่ชอบนี่นา”
“ไม่ชอบกินผัก...แต่ชอบ...ข่าวเรื่องสาวๆ ใช่มั้ย บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าเรื่องยายเด็กก้อยอะไรนี่มันยังไงกัน ไปหาเค้าถึงคอนดงคอนโดเลยเหรอ”
ไผทตอบซื่อๆ “จริงพี่”
ฟินปรี๊ด “ต๊าย...ไปทำไม”
“ก็เค้าบอกว่า เค้ามีรูปถ่ายกับผม ตอนที่ผมไปกับเค้าคืนนึง...ถ้าอยากได้คืนก็ให้ไปหาเค้าที่คอนโด...ผมก็เลยไป”
ฟินปวดตับ จะบ้าตาย “ต๊ายไผท..อีตาบ้า ทำไมไม่บอกให้พี่จัดการ ทำไมซื่อบื้อแบบนี้”
“ก็ผมไม่รู้นี่ว่าจะมีคนเห็น”
ฟินตีแขนเผียะ “พอเลยนะ.ต่อไปนี้พี่จะจัดการเอง ทำอะไรไม่รู้จักระวัง ก็รู้ไปทั่ว”
“ผมไม่ได้เจ้าชู้ซักหน่อย...ผมแค่ไม่อยากให้ใครผิดหวัง” ซุปตาร์หล่อลากยิ้ม
“ยังจะมาพูดเล่นอีก นี่ถ้าคุณลูกปูรู้เข้าจะทำยังไง ถ้าเค้าโกรธละก็ งาน Presenter ของ Blue ต้องอดแน่นอน”
มีเสียงเคาะประตูเบาๆ ฟินเดินไปเปิด ทีมงาน 2-3 คนเดินเข้ามา ไผทมองงงๆ
“มาแล้วค่ะ ทีมงานจากคุยกับจูดี้พร้อมแล้ว คุณไผทเปลี่ยนชุดได้เลย” 1 ใน 3 บอก
ไผทงงหนัก “เดี๋ยวเดี๋ยว นี่มันอะไรกันครับพี่ฟิน”
ฟินยิ้มแฉ่ง “พี่ลืมบอกไผทไป...ถ่ายรายการต่ออีกนิดนะจ๊ะ คิวแทรก ขออีกครึ่งชั่วโมงเท่านั้น นะจ๊ะ..นะจ๊ะ”
ไผทดูนาฬิกา 3 ทุ่มครึ่งแล้ว ทำหน้าอยากอาละวาด แต่ไม่กล้า ทุกคนมองไผทเขม็งเป็นเชิงบังคับแกมขอร้อง
วันต่อมา ที่ร้านเสื้อ ขิงดีไซน์ ในห้างหรูแห่งหนึ่ง กลางกรุงเทพฯ มีเสียงดนตรีแจ๊สขับคลอเบาๆ ในร้าน คุณลูกปูสาวไฮโซ กำลังนั่งเปิดดูคอลเล็คชั่นใหม่ รอเวลาอยู่มุมหนึ่งในร้าน แต่ก็คอยมองไปที่หน้าประตูทางเข้าร้าน กับนอกกระจกร้าน มองเห็นคนเดินไปมาอยู่เป็นระยะๆ
ที่มุมในร้าน พนักงานจะเอาแก้วน้ำมาเสิร์ฟให้ ขิงเดินมาสะกิด แล้วหยิบเอาแก้วนั้นเดินมาวางตรงหน้าคุณลูกปู แทนแก้วเก่าที่น้ำแข็งละลายแล้ว
“น้ำค่ะ...แก้วเดิมน้ำแข็งละลายหมดแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ” สาวไฮโซปรายตามองไปนอกร้าน
“คุณลูกปูใช่มั้ยคะ?”
“ค่ะ”
“เห็นว่า คุณลูกปูจะมาหาชุดไปงานเปิดตัวมือถือใหม่ของบริษัทใช่ไหมคะ”
ลูกปูมองงง รู้ได้ไง “ค่ะ ใช่ค่ะ ทำไมถึงรู้ละคะ”
ขิงยิ้ม “ต้องการแบบไหนดีคะ ขิงจะได้ช่วยแนะนำ”
“อ้อ...นี่คุณขิงเจ้าของร้านนี่เอง...ที่ไผทบอก...สวัสดีค่ะ”
“ใช่ค่ะ ขิงเอง สวัสดีค่ะ...ไผทโทร.มาบอกขิง..ว่าคุณลูกปูจะมาให้ขิงช่วยดูแลด้วย”
ลูกปูงง เล็กน้อย “อ๋อ ค่ะๆ ไผทแนะนำลูกปูให้มาร้านคุณขิง บอกว่าใช้บริการคุณขิงบ่อยมาก แต่เค้าบอกว่าเดี๋ยวจะมาช่วยเลือกดู...งั้นปูรอเขาก่อนดีกว่า”
“แต่ไผทเพิ่งโทร.มาเมื่อครู่นี้ ฝากให้ขิง...ช่วยดูแลคุณลูกปูด้วยเพราะกำลังติดคิวงานแทรกพอดี เค้าฝากขอโทษบอกว่าเสร็จงานแล้วจะรีบโทร.กลับค่ะ”
ลูกปูเหวอ หน้าเจื่อนไปเล็กน้อย ขิงยิ้มปลอบ ให้กำลังใจ
ฟากแนวหน้าเดินเข้ามาในห้องพัก หน้าตาบึ้งตึง นายกับจีจี้เดินตามเข้ามาด้วย จีจี้รีบปิดประตู แนวหน้าวิ่งไปเปิดหน้าต่าง แล้วตะโกนออกมาสุดเสียง
“โว้ยย”
จีจี้กับนายตาเหลือก นายกระโจนเข้าอุดปากน้องชาย
“ไอ้แนว...ไอ้บ้า!”
ประตูห้องเปิดออก ทหาร 2 คน พรวดเข้ามาพร้อมอาวุธ
“เกิดอะไรขึ้น” 1 ใน 2 ถาม
“ปละ...เปล่าครับ ไม่มีอะไรครับ น้องชายผมมันดีใจน่ะครับ” นายรีบแก้ ทั้งที่ยังงงๆ
“ใช่ค่ะ เค้าดีใจจะได้ทำสารคดีโปรโมทประเทศฮวาซา”
“ครับ ดีใจไปหน่อยจนระงับอารมณ์ไม่ได้ ขอโทษทีครับ”
ทหารมองหน้าแนวหน้าที่ยังโดนอุดปากอยู่ อย่างไม่ค่อยไว้ใจ แล้วค่อยๆ ลดปืนลง ก่อนจะถอยออกไป จีจี้วิ่งไปปิดประตูล็อค
“เป็นบ้าอะไรของแกฮะไอ้แนว”
“ผมจะไม่มีวันทำงานชิ้นนี้เป็นอันขาด ถ้าจะต้องใช้ไอ้ไผท”
นายกับจีจี้ตะลึง
“แกพูดอะไรของแก”
“ผมก็พูดว่า...ไปหาคนอื่นทำงานชิ้นนี้เถอะ...ผมไม่ทำ!”
แนวหน้าเดินปังๆ ออกไปจากห้อง จีจี้กับนายตะลึง ทำอะไรไม่ถูก
ขณะเดียวกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ดอกไม้ช่องามช่อโต ถูกยื่นมาวางตรงหน้าให้ลูกปูที่มองค้อนนิ่งๆ จ้องหน้าคนให้ ไผทเจ้าของช่อดอกไม้ทำหน้าสุภาพขอโทษ
“ผมขอโทษที่ให้คอย อย่าโกรธผมเลยนะ...นะครับ
ลูกปูยอมยื่นมือไปรับไว้
“ผมดีใจที่คุณลูกปูเข้าใจผม...มันเป็นรายการสัมภาษณ์สด...ผมจะไม่ยอมก็ไม่ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ...ลูกปูเข้าใจ...แล้วนี่งานไผทเสร็จงานแน่จริงๆ ใช่มั้ยคะ”
“ต้องขอโทษที่ให้คุณไปที่ร้านขิงคนเดียว แต่ขิงเค้าดูแลคุณดีอยู่ใช่มั้ยครับ”
พลันเสียงข้อความไลน์ ดังเด้ง 3-4 ที ไผทสะดุ้งรีบหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาแทบไม่ทัน
ลูกปูมองจ้องที่มือถือไผท “มีอะไรคะ...งานอีกแล้วเหรอ”
ไผทเลี่ยงยกมือขึ้นใกล้หน้า กดมือถือดู “เอ้อ”
หน้าจอมือถือเห็นชื่อก้อยส่งไลน์มา ไผททำเนียนกดดูต่อ
“คือ...พี่ฟินไลน์มานัดคุยงานกับลูกค้า...เอ่อ...พรุ่งนี้นะครับ”
“คุณลูกปูค่ะ นี่ค่ะ”
เสียงขิงนำมาก่อนเจ้าตัวเดินหน้าเมื่อยเข้ามา ยื่นถุงๆ หนึ่งให้ แล้วยิ้มทักไผท
“อ้าวขิง...มาได้ไง”
“อ๋อ..คือขิงเอาเดรสอีกตัว แบบที่คุณลูกปลาอยากได้มาให้ ทีแรกคิดว่ามีคนเอาไปแล้ว แต่เด็กที่ร้านดูผิด..ขิงต้องขอโทษจริงๆ นะคะ คุณลูกปู”
“ไม่เป็นไรค่ะ ได้มาแล้วก็ดี” ลูกปูหันหน้ามาทางไผท “คุณขิงน่ารักจริงๆ นะคะ ไผท ขอบคุณที่แนะนำให้ลูกปูมาร้านนี้”
“ขิงต่างหากที่ต้องขอบคุณไผท ที่แนะนำลูกค้าที่ดีๆ มาให้ขิง ไผทใจดีกับเพื่อนเสมอเลยค่ะคุณลูกปู คุณลูกปูต้องรักเค้ามากๆ นะคะ”
ลูกปูอายม้วนต้วน
ไผทเย้าขำๆ “อ้าว มีงี้ด้วย”
ขิงหัวเราะ ไผททำหน้าตาน่าเอ็นดู ลูกปูแอบเหล่มองสองคน อย่างระแวง
คืนเดียวกัน เจ้าหญิงโลลิต้าอยู่ในชุดนักดาบเซเบอร์ มองเห็นเป็นเงาดำ กำลังซ้อมฟันและแทงดาบไปที่หุ่นซ้อม ประตูทางเข้าห้องถูกเปิดออก เห็นชีฟองยื่นนิ่งอยู่
“องค์หญิง”
โลลิต้า ไม่หันมา
ท่านประธานธูลเดินแทรกตัวเข้ามาในประตู “ลูกหญิง”
โลลิต้าหยุดหันมา “เสด็จพ่อ”
“พ่อมีเรื่องอยากจะพูดกับลูก”
โลลิต้าหยุด ก่อนยอมถอดหน้ากากออก หันมา
“พ่อว่าทีมไทยและนายครีเอทีฟหนุ่มคนนั้นก็คิดงานมาพอใช้ได้นะ มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอที่เราจะใช้ดาราเป็นตัวกำหนดในการถ่ายทำ”
“ไม่แปลกหรอกเพคะ เราจะได้รู้ไงว่าบริษัทของเค้ามีความสามารถพอรึเปล่า”
“ลูกหมายถึง ความสามารถในการตัดต่อนักแสดงที่ลูกต้องการน่ะเหรอ มันจะไม่ไร้สาระไปหน่อยเหรอลูก”
เจ้าหญิงยิ้มรับ
“ประเทศของเราเป็นประเทศเปิดใหม่ สถานการณ์อะไรก็ไม่แน่นอนซักอย่าง ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าบริษัทของเค้ายึดติดอยู่กับรูปแบบและสคริปท์ที่เค้าเตรียมมาตลอดเวลาแล้วละก็ ลูกคิดว่าเค้าคงทำงานให้เราไม่ได้แน่ๆ ลูกถึงเสนอให้เค้าทำอะไรแปลกๆ ยังไงล่ะเพคะ เสด็จพ่อคิดว่ามันไม่เข้าท่าเหรอเพคะ”
ท่านธูลถอนใจเฮือกใหญ่
ขณะเดียวกันจีจี้กับนายเดินมาตามทางเดินในวัง ตามหาแนวหน้าอย่างร้อนใจ ชะเง้อชะแง้แลหา
นายร้องเรียกเสียงไม่ดังนัก “แนว..ไอ้แนว...อยู่ไหนวะ แนว”
“วังกว้างขนาดนี้ เราจะไปหาที่ไหนกันเนี่ย ...แนวหน้า..กุ๊กๆๆ” จีจี้เรียก
“ไม่ใช่ไก่! โอ๊ย! ทำไมมันเป็นคนบ้าๆ บอๆ แบบนี้นะ ไม่รู้จะเกลียดชังอะไรไผทเค้านักหนา”
“นั่นนะสิ...แค่เค้าเล่นละครไม่เก่งเท่านั้นเอง แล้วมันก็เป็นเรื่องสมัยโบราณมาแล้วด้วย ตอนนี้เค้าเป็นดาราดังจะตาย”
“หรือว่า...มันจะอิจฉานายไผท”
“อิจฉาเรื่องอะไรอ่ะ เพราะเค้าหล่อกว่านะเหรอ ถ้างั้นมันต้องอิจฉาผู้ชายทั้งโลกแล้วล่ะ”
นายทำท่าจะแย้ง แล้วเผอิญหันไปเห็นทหารคนที่ไปรับจากสนามบิน
“คุณ...คุณทหาร”
นายวิ่งไปหาทหาร ที่หันมายิ้มอย่างจำได้ ตะเบ๊ะทักเข้มแข็ง
“คุณเห็นแนวหน้ามั้ย น้องชายผมน่ะ เค้าหายไปไหนก็ไม่รู้”
“อ๋อ เห็นครับ”
จีจี้แปลกใจ “เค้าอยู่ที่ไหนคะ”
“ผมเห็นเค้าออกไปนอกวังนะครับ เค้าถามผมว่า แถวนี้มีร้านเหล้าที่ไหนบ้าง แล้วก็วิ่งออกไปครับ”
ทหารตะเบ๊ะอีกทีแล้วจากไป นายตะลึง
“นี่ไอ้แนวมันคิดว่า เรามาอยู่บ้านเพื่อนรึไงนะ นึกจะไปไหนก็ออกไปได้ง่ายๆ นี่มันพระราชวังนะเว้ย!”
นายเดินหุนหันออกไปตามด้วยความโมโหๆ จีจี้วิ่งตามไป
ร้านเหล้าในย่านชุมนุมนักดื่นนักเที่ยว ตกแต่งอย่างสวยงามมีสไตล์โคโลเนียล ทั้งโทนสีแดงและสีเหลืองตุ่นๆประสมกัน ประดับตกแต่งไปด้วยโคมไฟ และไฟหยดน้ำ
ที่โต๊ะเล็กๆ โต๊ะหนึ่งในร้านแห่งนี้ แนวหน้านั่งมอบหมดสภาพอยู่กับโต๊ะคนเดียว มองแก้วเหล้าไปมา
“ไอ้ไผท..ไอ้บ้า...แกจะมายุ่งกับชีวิตของชั้นอีกทำไม...หา”
ภาพอดีตเมื่อ 3-4 ปี ก่อนผุดเข้ามาในห้วงคิด
เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ตอนค่ำ
ริ้วรวงประดับประดาตกแต่งทั่วห้างด้วยสีชมพูและดอกกุหลาบ มีคิวปิดเป็นไฮไลท์ อันบ่งบอกถึงเทศกาลแห่งความรัก
แนวหน้าในชุดพนักงานออฟฟิศหล่อเฟี้ยว เดินเลือกการ์ดวาเลนไทน์ที่แผง หยิบขึ้นมาใบแล้วใบเล่าไม่ถูกใจสักที สีหน้าแนวหน้าดูออกว่าหนักใจมาก
“เอาวะ..ถึงเกิดมาไม่เคย แต่ก็ต้องลองสักครั้งเว้ย..กลัวที่ไหนเอ็ง”
แนวหน้ากวาดตามอง แล้วยื่นมือไปที่แผงหยิบมา
เรื่องเต็มน่ารัก ตอนที่ 2/3 วันพุทธที่ 30/04/2557
ขณะเดียวกัน บนเวทีงานอีเว้นท์ ในโรงแรมหรูของกรุงเทพฯ เป็นงาน รณรงค์กินผักต้ม ของกระทรวงสาธารณสุข ผู้คนถ่ายรูปพึ่บพับ ไผทพระเอกของงานกับท่านรัฐมนตรีกำลังตักผัก จากในหม้อน้ำเดือดๆ ขึ้นมาใส่จานจานหนึ่ง ก่อนที่รัฐมนตรีจ้วงตักกินผักต้มโชว์ ไผทจดๆ จ้องๆ ยิ้มเจื่อนๆ
“ผักทุกประเภทล้วนให้วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย การต้มผักก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ปลอดภัย จากสารพิษนะคะ...อย่างที่คุณไผทกับท่านรัฐมนตรีปองศักดิ์ กำลังทำนี่ละค่ะ รับประทานอร่อยด้วย ค่ะ ดูซิคะ” พิธีกรเจื้อยแจ้ว
รัฐมนตรีเคี้ยวด้วยสีหน้าสุดแสนอร่อยล้ำ ยิ้มให้นักข่าวที่รัวถ่ายรูป ก่อนจะหันมาหาไผทที่ยืนยิ้มถือจานค้างอยู่ข้างๆ แล้วพยักหน้าเชิญชวนให้ลองกิน ไผทยิ้มแหะๆ หน้าไม่สู้ดี ก่อนจำยอมฝืนตักผักต้มเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
สุดท้ายไผทยืนเรียงแถวกับรัฐมนตรี ผู้ติดตาม และข้าราชการ ที่ยกนิ้วแม่โป้งขึ้นพร้อมกันเพื่อถ่ายรูป
ไผทรีบก้าวลงมาจากเวที พลันมีนักข่าวบันเทิงกรูเข้ามาถึงตัวแทบจะทันที ไผทถึงกับหน้าแหย เผลอจะอ้าพูด แต่เหมือนกำลังอมตุ่ยอะไรในปาก สอดตามองหาฟิน
นักข่าว1 ยิงคำถาม “ไผทคะ เรื่องน้องนักศึกษา...ที่เป็นข่าวลือในอินสตาแกรมตอนนี้น่ะค่ะ”
ไผทยกมือโบกไปมา พยายามจะยิ้ม
นักข่าว 2 ซัก “ไผทไปที่คอนโดน้องนักศึกษาชื่อก้อย ใช่มั้ยคะ”
ไผทสะดุ้ง พอดีฟินโผล่มาดึงไผทกันนักข่าวให้
“ขอโทษนะจ๊ะๆ ไผทต้องรีบ ไว้พรุ่งนี้นะ...นะ”
นักข่าว 1 ไม่ยอม “ไผทคะ ตกลงว่าจริงใช่มั้ย กำลังคบกันอยู่ใช่มั้ยคะ แล้วคุณลูกปูล่ะคะ”
ฟินรีบดึงตัวไผทหลุดออกไปจากวงนักข่าวได้อย่างทุลักทุเล
ไผทรีบคายผักต้มในปากที่อมตุ่ยอยู่นานทิ้งลงในถังขยะ
“นี่พี่ฟิน ทำไมไม่เห็นมีใครบอกผมเลยว่างานนี้ต้องมีกินผักโชว์ด้วย พี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบกินผัก”
ฟินเดินตามเข้ามาติดๆ ปิดห้องอย่างแน่นหนา มองรอบตัวว่ามีใครแอบอยู่รึเปล่า
“เอาเถอะน่า...นิดๆ หน่อยๆ กินผักน่ะมันดีต่อสุขภาพร่างกาย”
“แต่ผมไม่ชอบนี่นา”
“ไม่ชอบกินผัก...แต่ชอบ...ข่าวเรื่องสาวๆ ใช่มั้ย บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าเรื่องยายเด็กก้อยอะไรนี่มันยังไงกัน ไปหาเค้าถึงคอนดงคอนโดเลยเหรอ”
ไผทตอบซื่อๆ “จริงพี่”
ฟินปรี๊ด “ต๊าย...ไปทำไม”
“ก็เค้าบอกว่า เค้ามีรูปถ่ายกับผม ตอนที่ผมไปกับเค้าคืนนึง...ถ้าอยากได้คืนก็ให้ไปหาเค้าที่คอนโด...ผมก็เลยไป”
ฟินปวดตับ จะบ้าตาย “ต๊ายไผท..อีตาบ้า ทำไมไม่บอกให้พี่จัดการ ทำไมซื่อบื้อแบบนี้”
“ก็ผมไม่รู้นี่ว่าจะมีคนเห็น”
ฟินตีแขนเผียะ “พอเลยนะ.ต่อไปนี้พี่จะจัดการเอง ทำอะไรไม่รู้จักระวัง ก็รู้ไปทั่ว”
“ผมไม่ได้เจ้าชู้ซักหน่อย...ผมแค่ไม่อยากให้ใครผิดหวัง” ซุปตาร์หล่อลากยิ้ม
“ยังจะมาพูดเล่นอีก นี่ถ้าคุณลูกปูรู้เข้าจะทำยังไง ถ้าเค้าโกรธละก็ งาน Presenter ของ Blue ต้องอดแน่นอน”
มีเสียงเคาะประตูเบาๆ ฟินเดินไปเปิด ทีมงาน 2-3 คนเดินเข้ามา ไผทมองงงๆ
“มาแล้วค่ะ ทีมงานจากคุยกับจูดี้พร้อมแล้ว คุณไผทเปลี่ยนชุดได้เลย” 1 ใน 3 บอก
ไผทงงหนัก “เดี๋ยวเดี๋ยว นี่มันอะไรกันครับพี่ฟิน”
ฟินยิ้มแฉ่ง “พี่ลืมบอกไผทไป...ถ่ายรายการต่ออีกนิดนะจ๊ะ คิวแทรก ขออีกครึ่งชั่วโมงเท่านั้น นะจ๊ะ..นะจ๊ะ”
ไผทดูนาฬิกา 3 ทุ่มครึ่งแล้ว ทำหน้าอยากอาละวาด แต่ไม่กล้า ทุกคนมองไผทเขม็งเป็นเชิงบังคับแกมขอร้อง
วันต่อมา ที่ร้านเสื้อ ขิงดีไซน์ ในห้างหรูแห่งหนึ่ง กลางกรุงเทพฯ มีเสียงดนตรีแจ๊สขับคลอเบาๆ ในร้าน คุณลูกปูสาวไฮโซ กำลังนั่งเปิดดูคอลเล็คชั่นใหม่ รอเวลาอยู่มุมหนึ่งในร้าน แต่ก็คอยมองไปที่หน้าประตูทางเข้าร้าน กับนอกกระจกร้าน มองเห็นคนเดินไปมาอยู่เป็นระยะๆ
ที่มุมในร้าน พนักงานจะเอาแก้วน้ำมาเสิร์ฟให้ ขิงเดินมาสะกิด แล้วหยิบเอาแก้วนั้นเดินมาวางตรงหน้าคุณลูกปู แทนแก้วเก่าที่น้ำแข็งละลายแล้ว
“น้ำค่ะ...แก้วเดิมน้ำแข็งละลายหมดแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ” สาวไฮโซปรายตามองไปนอกร้าน
“คุณลูกปูใช่มั้ยคะ?”
“ค่ะ”
“เห็นว่า คุณลูกปูจะมาหาชุดไปงานเปิดตัวมือถือใหม่ของบริษัทใช่ไหมคะ”
ลูกปูมองงง รู้ได้ไง “ค่ะ ใช่ค่ะ ทำไมถึงรู้ละคะ”
ขิงยิ้ม “ต้องการแบบไหนดีคะ ขิงจะได้ช่วยแนะนำ”
“อ้อ...นี่คุณขิงเจ้าของร้านนี่เอง...ที่ไผทบอก...สวัสดีค่ะ”
“ใช่ค่ะ ขิงเอง สวัสดีค่ะ...ไผทโทร.มาบอกขิง..ว่าคุณลูกปูจะมาให้ขิงช่วยดูแลด้วย”
ลูกปูงง เล็กน้อย “อ๋อ ค่ะๆ ไผทแนะนำลูกปูให้มาร้านคุณขิง บอกว่าใช้บริการคุณขิงบ่อยมาก แต่เค้าบอกว่าเดี๋ยวจะมาช่วยเลือกดู...งั้นปูรอเขาก่อนดีกว่า”
“แต่ไผทเพิ่งโทร.มาเมื่อครู่นี้ ฝากให้ขิง...ช่วยดูแลคุณลูกปูด้วยเพราะกำลังติดคิวงานแทรกพอดี เค้าฝากขอโทษบอกว่าเสร็จงานแล้วจะรีบโทร.กลับค่ะ”
ลูกปูเหวอ หน้าเจื่อนไปเล็กน้อย ขิงยิ้มปลอบ ให้กำลังใจ
ฟากแนวหน้าเดินเข้ามาในห้องพัก หน้าตาบึ้งตึง นายกับจีจี้เดินตามเข้ามาด้วย จีจี้รีบปิดประตู แนวหน้าวิ่งไปเปิดหน้าต่าง แล้วตะโกนออกมาสุดเสียง
“โว้ยย”
จีจี้กับนายตาเหลือก นายกระโจนเข้าอุดปากน้องชาย
“ไอ้แนว...ไอ้บ้า!”
ประตูห้องเปิดออก ทหาร 2 คน พรวดเข้ามาพร้อมอาวุธ
“เกิดอะไรขึ้น” 1 ใน 2 ถาม
“ปละ...เปล่าครับ ไม่มีอะไรครับ น้องชายผมมันดีใจน่ะครับ” นายรีบแก้ ทั้งที่ยังงงๆ
“ใช่ค่ะ เค้าดีใจจะได้ทำสารคดีโปรโมทประเทศฮวาซา”
“ครับ ดีใจไปหน่อยจนระงับอารมณ์ไม่ได้ ขอโทษทีครับ”
ทหารมองหน้าแนวหน้าที่ยังโดนอุดปากอยู่ อย่างไม่ค่อยไว้ใจ แล้วค่อยๆ ลดปืนลง ก่อนจะถอยออกไป จีจี้วิ่งไปปิดประตูล็อค
“เป็นบ้าอะไรของแกฮะไอ้แนว”
“ผมจะไม่มีวันทำงานชิ้นนี้เป็นอันขาด ถ้าจะต้องใช้ไอ้ไผท”
นายกับจีจี้ตะลึง
“แกพูดอะไรของแก”
“ผมก็พูดว่า...ไปหาคนอื่นทำงานชิ้นนี้เถอะ...ผมไม่ทำ!”
แนวหน้าเดินปังๆ ออกไปจากห้อง จีจี้กับนายตะลึง ทำอะไรไม่ถูก
ขณะเดียวกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ดอกไม้ช่องามช่อโต ถูกยื่นมาวางตรงหน้าให้ลูกปูที่มองค้อนนิ่งๆ จ้องหน้าคนให้ ไผทเจ้าของช่อดอกไม้ทำหน้าสุภาพขอโทษ
“ผมขอโทษที่ให้คอย อย่าโกรธผมเลยนะ...นะครับ
ลูกปูยอมยื่นมือไปรับไว้
“ผมดีใจที่คุณลูกปูเข้าใจผม...มันเป็นรายการสัมภาษณ์สด...ผมจะไม่ยอมก็ไม่ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ...ลูกปูเข้าใจ...แล้วนี่งานไผทเสร็จงานแน่จริงๆ ใช่มั้ยคะ”
“ต้องขอโทษที่ให้คุณไปที่ร้านขิงคนเดียว แต่ขิงเค้าดูแลคุณดีอยู่ใช่มั้ยครับ”
พลันเสียงข้อความไลน์ ดังเด้ง 3-4 ที ไผทสะดุ้งรีบหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาแทบไม่ทัน
ลูกปูมองจ้องที่มือถือไผท “มีอะไรคะ...งานอีกแล้วเหรอ”
ไผทเลี่ยงยกมือขึ้นใกล้หน้า กดมือถือดู “เอ้อ”
หน้าจอมือถือเห็นชื่อก้อยส่งไลน์มา ไผททำเนียนกดดูต่อ
“คือ...พี่ฟินไลน์มานัดคุยงานกับลูกค้า...เอ่อ...พรุ่งนี้นะครับ”
“คุณลูกปูค่ะ นี่ค่ะ”
เสียงขิงนำมาก่อนเจ้าตัวเดินหน้าเมื่อยเข้ามา ยื่นถุงๆ หนึ่งให้ แล้วยิ้มทักไผท
“อ้าวขิง...มาได้ไง”
“อ๋อ..คือขิงเอาเดรสอีกตัว แบบที่คุณลูกปลาอยากได้มาให้ ทีแรกคิดว่ามีคนเอาไปแล้ว แต่เด็กที่ร้านดูผิด..ขิงต้องขอโทษจริงๆ นะคะ คุณลูกปู”
“ไม่เป็นไรค่ะ ได้มาแล้วก็ดี” ลูกปูหันหน้ามาทางไผท “คุณขิงน่ารักจริงๆ นะคะ ไผท ขอบคุณที่แนะนำให้ลูกปูมาร้านนี้”
“ขิงต่างหากที่ต้องขอบคุณไผท ที่แนะนำลูกค้าที่ดีๆ มาให้ขิง ไผทใจดีกับเพื่อนเสมอเลยค่ะคุณลูกปู คุณลูกปูต้องรักเค้ามากๆ นะคะ”
ลูกปูอายม้วนต้วน
ไผทเย้าขำๆ “อ้าว มีงี้ด้วย”
ขิงหัวเราะ ไผททำหน้าตาน่าเอ็นดู ลูกปูแอบเหล่มองสองคน อย่างระแวง
คืนเดียวกัน เจ้าหญิงโลลิต้าอยู่ในชุดนักดาบเซเบอร์ มองเห็นเป็นเงาดำ กำลังซ้อมฟันและแทงดาบไปที่หุ่นซ้อม ประตูทางเข้าห้องถูกเปิดออก เห็นชีฟองยื่นนิ่งอยู่
“องค์หญิง”
โลลิต้า ไม่หันมา
ท่านประธานธูลเดินแทรกตัวเข้ามาในประตู “ลูกหญิง”
โลลิต้าหยุดหันมา “เสด็จพ่อ”
“พ่อมีเรื่องอยากจะพูดกับลูก”
โลลิต้าหยุด ก่อนยอมถอดหน้ากากออก หันมา
“พ่อว่าทีมไทยและนายครีเอทีฟหนุ่มคนนั้นก็คิดงานมาพอใช้ได้นะ มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอที่เราจะใช้ดาราเป็นตัวกำหนดในการถ่ายทำ”
“ไม่แปลกหรอกเพคะ เราจะได้รู้ไงว่าบริษัทของเค้ามีความสามารถพอรึเปล่า”
“ลูกหมายถึง ความสามารถในการตัดต่อนักแสดงที่ลูกต้องการน่ะเหรอ มันจะไม่ไร้สาระไปหน่อยเหรอลูก”
เจ้าหญิงยิ้มรับ
“ประเทศของเราเป็นประเทศเปิดใหม่ สถานการณ์อะไรก็ไม่แน่นอนซักอย่าง ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าบริษัทของเค้ายึดติดอยู่กับรูปแบบและสคริปท์ที่เค้าเตรียมมาตลอดเวลาแล้วละก็ ลูกคิดว่าเค้าคงทำงานให้เราไม่ได้แน่ๆ ลูกถึงเสนอให้เค้าทำอะไรแปลกๆ ยังไงล่ะเพคะ เสด็จพ่อคิดว่ามันไม่เข้าท่าเหรอเพคะ”
ท่านธูลถอนใจเฮือกใหญ่
ขณะเดียวกันจีจี้กับนายเดินมาตามทางเดินในวัง ตามหาแนวหน้าอย่างร้อนใจ ชะเง้อชะแง้แลหา
นายร้องเรียกเสียงไม่ดังนัก “แนว..ไอ้แนว...อยู่ไหนวะ แนว”
“วังกว้างขนาดนี้ เราจะไปหาที่ไหนกันเนี่ย ...แนวหน้า..กุ๊กๆๆ” จีจี้เรียก
“ไม่ใช่ไก่! โอ๊ย! ทำไมมันเป็นคนบ้าๆ บอๆ แบบนี้นะ ไม่รู้จะเกลียดชังอะไรไผทเค้านักหนา”
“นั่นนะสิ...แค่เค้าเล่นละครไม่เก่งเท่านั้นเอง แล้วมันก็เป็นเรื่องสมัยโบราณมาแล้วด้วย ตอนนี้เค้าเป็นดาราดังจะตาย”
“หรือว่า...มันจะอิจฉานายไผท”
“อิจฉาเรื่องอะไรอ่ะ เพราะเค้าหล่อกว่านะเหรอ ถ้างั้นมันต้องอิจฉาผู้ชายทั้งโลกแล้วล่ะ”
นายทำท่าจะแย้ง แล้วเผอิญหันไปเห็นทหารคนที่ไปรับจากสนามบิน
“คุณ...คุณทหาร”
นายวิ่งไปหาทหาร ที่หันมายิ้มอย่างจำได้ ตะเบ๊ะทักเข้มแข็ง
“คุณเห็นแนวหน้ามั้ย น้องชายผมน่ะ เค้าหายไปไหนก็ไม่รู้”
“อ๋อ เห็นครับ”
จีจี้แปลกใจ “เค้าอยู่ที่ไหนคะ”
“ผมเห็นเค้าออกไปนอกวังนะครับ เค้าถามผมว่า แถวนี้มีร้านเหล้าที่ไหนบ้าง แล้วก็วิ่งออกไปครับ”
ทหารตะเบ๊ะอีกทีแล้วจากไป นายตะลึง
“นี่ไอ้แนวมันคิดว่า เรามาอยู่บ้านเพื่อนรึไงนะ นึกจะไปไหนก็ออกไปได้ง่ายๆ นี่มันพระราชวังนะเว้ย!”
นายเดินหุนหันออกไปตามด้วยความโมโหๆ จีจี้วิ่งตามไป
ร้านเหล้าในย่านชุมนุมนักดื่นนักเที่ยว ตกแต่งอย่างสวยงามมีสไตล์โคโลเนียล ทั้งโทนสีแดงและสีเหลืองตุ่นๆประสมกัน ประดับตกแต่งไปด้วยโคมไฟ และไฟหยดน้ำ
ที่โต๊ะเล็กๆ โต๊ะหนึ่งในร้านแห่งนี้ แนวหน้านั่งมอบหมดสภาพอยู่กับโต๊ะคนเดียว มองแก้วเหล้าไปมา
“ไอ้ไผท..ไอ้บ้า...แกจะมายุ่งกับชีวิตของชั้นอีกทำไม...หา”
ภาพอดีตเมื่อ 3-4 ปี ก่อนผุดเข้ามาในห้วงคิด
เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ตอนค่ำ
ริ้วรวงประดับประดาตกแต่งทั่วห้างด้วยสีชมพูและดอกกุหลาบ มีคิวปิดเป็นไฮไลท์ อันบ่งบอกถึงเทศกาลแห่งความรัก
แนวหน้าในชุดพนักงานออฟฟิศหล่อเฟี้ยว เดินเลือกการ์ดวาเลนไทน์ที่แผง หยิบขึ้นมาใบแล้วใบเล่าไม่ถูกใจสักที สีหน้าแนวหน้าดูออกว่าหนักใจมาก
“เอาวะ..ถึงเกิดมาไม่เคย แต่ก็ต้องลองสักครั้งเว้ย..กลัวที่ไหนเอ็ง”
แนวหน้ากวาดตามอง แล้วยื่นมือไปที่แผงหยิบมา