ในฝั่งฝัน (บทที่ 27)

ขอบคุณทุกคนที่อ่านเรื่องนี้นะคะ
ขอบคุณ น้องดาว Lady Star 919, คุณ ป้าอ้วนตัวกลม, คุณ High-functioning sociopath, คุณลิ ลายลิขิต, คุณนัน turtle_cheesecake, คุณ PuPaKae, น้องนุ้ย ณวลี, คุณ Inverness, จารย์จี GTW, คุณ เป่าชาง, คุณป้าทุยบ้านทุ่ง, คุณ ออมอำพัน, คุณแอนนี่ annie <harmonica>
ขอบคุณทุกคะแนนโหวตด้วยค่ะ

บทก่อนๆ ค่ะ
บทแรก - บทที่ 1  http://pantip.com/topic/35638204
บทที่ 2 - บทที่ 3  http://pantip.com/topic/35648626
บทที่ 4  http://pantip.com/topic/35655325
บทที่ 5  http://pantip.com/topic/35665748
บทที่ 6  http://pantip.com/topic/35669708
บทที่ 7  http://pantip.com/topic/35673616
บทที่ 8  http://pantip.com/topic/35680516
บทที่ 9  http://pantip.com/topic/35683775
บทที่ 10 http://pantip.com/topic/35688063
บทที่ 11  http://pantip.com/topic/35695077
บทที่ 12  http://pantip.com/topic/35729742
บทที่ 13  http://pantip.com/topic/35740950
บทที่ 14  http://pantip.com/topic/35748347
บทที่ 15  http://pantip.com/topic/35759445
บทที่ 16  http://pantip.com/topic/35763053
บทที่ 17  http://pantip.com/topic/35770302
บทที่ 18  http://pantip.com/topic/35774270
บทที่ 19  http://pantip.com/topic/35780919
บทที่ 20  http://pantip.com/topic/35788258
บทที่ 21  http://pantip.com/topic/35796132
บทที่ 22  http://pantip.com/topic/35799520
บทที่ 23  http://pantip.com/topic/35806520
บทที่ 24  http://pantip.com/topic/35814026
บทที่ 25  http://pantip.com/topic/35821445
บทที่ 26  http://pantip.com/topic/35828315


บทที่ 27



    อากาศยามใกล้เที่ยงเย็นและชื้นราวฝนจะตก ท้องฟ้าซึ่งเมื่อครู่มีแสงแดดจัดจ้ากลับมืดครึ้มขึ้นมาอย่างกะทันหัน พยับเมฆสีเทาเข้มจัดลอยต่ำราวอยู่เหนือหลังคารถนี่เอง หากแม้สภาพอากาศจะเปลี่ยนไป แต่ภูมิประเทศรอบด้านยังคงเหมือนเดิม ยังคงเป็นเนินสูงซึ่งดูเหมือนจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และสองข้างทางก็เป็นป่ารกชัฏ ถนนแคบๆ ตลอดทั้งสายนี้นานๆ จึงจะมีรถยนต์ผ่านมาให้เห็นสักคัน

สภาพเช่นนี้ทำให้ไอรีนเห็นใจคนซึ่งทำหน้าที่ขับรถ เขาไม่ได้หยุดเลยมานานมากแล้ว นับแต่ออกจากชะอำเมื่อเช้าก็เพียงแวะเติมน้ำมันครั้งเดียวในตัวเมือง จากนั้นก็ขับยาวมาตลอด แน่ใจว่าถ้าฝนตกทางเดินรถซึ่งทั้งแคบและลาดยางเพียงบางส่วนแบบนี้คงน่ากลัวทีเดียว ขาขวาของเขาก็ยังอยู่ในสภาพที่วางใจไม่ได้สักเท่าไรนัก ยิ่งเมื่อต้องลงน้ำหนักบนคันเร่งตลอดเวลาด้วยแล้วก็ยิ่งน่าหนักใจ

เห็นเขาแหงนมองผ่านกระจกหน้ารถขึ้นไปบนท้องฟ้าสองสามครั้ง เขาเองก็คงกังวลอยู่เหมือนกัน จึงได้เอ่ยปากถามหลังจากที่นั่งเงียบกันมานาน

“ไหวไหมกริช ขาเป็นอย่างไรบ้าง ฉันช่วยขับต่อไหม”

เธอนั่งอยู่ทางตอนหลังของรถเพราะเห็นว่าที่นั่งตอนหน้าจะกระเทือนน้อยกว่าในสภาพถนนขรุขระแบบนี้ ประกอบกับบนเบาะทางตอนหลังมีลังและหีบเสื้อผ้าวางซ้อนกันสองสามใบ คิดว่าไม่สมควรให้ผู้ซึ่งเป็นเสมือนแขกร่วมเดินทางต้องมานั่งตัวลีบอยู่อย่างนี้

ใบหน้าคมคายเหลียวมามอง แววตาเปลี่ยนจากเคร่งเครียดเป็นอ่อนแสงอบอุ่นแทบจะในทันที

“ไม่เป็นไรครับคุณหญิง”

“แผลที่ขาล่ะ”

เขายิ้มตื้นตันกับความห่วงใยนั้น

“ไม่เป็นไรครับคุณหญิง”

ฉวีหงุดหงิดกับสายตาที่เขาใช้มองหญิงสาวผู้ซึ่งเขาเรียกอย่างเคารพและยกย่องว่า ‘คุณหญิง’ หล่อนไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนมองผู้หญิงในลักษณะนี้มาก่อนเลย นัยน์ตาคู่คมนั้นสะท้อนชัดถึงความจงรักภักดีและหลงใหลแบบที่หล่อนเห็นแล้วยังวูบวาบไปหมดแม้เขาจะไม่เคยมองหล่อนแบบเดียวกันนั้นเลยก็ตาม

ไม่มีอะไรให้สงสัยอีกแล้ว เขาหลงรักผู้หญิงคนนี้ เป็นความรู้สึกที่ประสมประสานกันจนแยกไม่ออกระหว่างความรักและเทิดทูนบูชา ทั้งดูเหมือนจะท่วมท้นจนยากจะปิดบังไว้ได้อีก ฉวีคิดว่าเขาได้พยายามปกปิดความรู้สึกของตัวเองแล้ว แต่คงทำไม่ได้ และเพราะเหตุนั้นจึงเหมือนจะปล่อยเลยตามเลย เวลานี้ที่หล่อนอยากรู้คือฝ่ายหญิงคิดอย่างไรกับเขากันแน่ เรื่องแบบนี้ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่พลอยโอนอ่อนไปด้วยอีกฝ่ายก็คงไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ก็ในเมื่อเขาช่างเกรงอกเกรงใจผู้มีพระคุณถึงเพียงนี้

“คุณหญิงขับรถได้หรือคะ” หล่อนตั้งคำถามขึ้นมาบ้างเมื่อไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน

“แค่พอได้หรอกค่ะ กริชเพิ่งหัดให้”

ฉวีชายตาไปทางคนที่ถูกพูดถึง เห็นเขาเหลือบขึ้นมองคนพูดทางกระจกส่องหลัง แสดงชัดถึงความใส่ใจ

“ได้ใบอนุญาตขับขี่หรือยังคะ”

“ได้แล้วค่ะ ตอนที่คิดว่าอยากขับรถได้ก็อยากรีบหัดนะคะ ไม่อย่างนั้นรถคันนี้ก็คงจอดทิ้งอยู่เฉยๆ พอดีระยะนั้นกริชกลับไปบ้านด้วย ก็เลยมีโอกาสได้หัดให้ แต่พอเป็นแล้วมาตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วค่ะ นั่งสามล้อไปไหนมาไหนสะดวกกว่า คุณฉวีว่าไหม”

“คงอย่างนั้นกระมังคะ” หล่อนจะรู้ได้อย่างไรในเมื่อขับรถไม่เป็น ไม่เคยหัดเลยด้วย

แต่ที่แน่ๆ คำว่า ‘กลับบ้าน’ ทำให้หล่อนขัดใจ หมายความว่าอย่างไรกัน อยากรู้แต่ก็ไม่กล้าถาม มีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้หล่อนเกรงอยู่พอสมควรทีเดียว ไม่น่าจะใช่วัยที่สูงกว่า อาจเป็นการวางตัวแบบผู้ใหญ่ก็ได้ แม้แต่การแต่งตัวก็ดูเป็นสาวแก่ ฉวีเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงคนนี้สวมกางเกงเป็นครั้งแรกก็วันนี้เอง เสื้อที่สวมหรือก็พ้นสมัยไปนานแล้ว แต่น่าแปลกที่เสื้อคอบัวสีดำแบบเรียบๆ กางเกงขาตรงสีเดียวกันนี้กลับดูดีอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อผู้สวมมีทั้งรูปร่างและหน้าตาที่สะดุดตาผู้พบเห็น แม้แต่ฉวีเองก็ยังต้องยอมรับ

“รถคันใหญ่ด้วยนะคะ ผู้หญิงคงขับยาก”

“ขับยากจริงๆ ค่ะคุณฉวี ถ้าให้ขับไปไหนมาไหนคนเดียวตอนนี้คงไม่กล้า ตอนที่กริชหัดให้ก็ได้กริชนั่งไปด้วยทุกครั้ง แต่พอคิดว่าต้องขับคนเดียวเมื่อไรก็ชักไม่แน่ใจเสียแล้วค่ะ เลยคิดว่าทิ้งรถไว้ให้กริชใช้เสียดีกว่า ในเมื่อตอนนี้ทั้งบ้านก็มีกริชนี่แหละค่ะขับรถเป็นอยู่คนเดียว”

“อุ๊ย คุณกริชจะใช้รถคันนี้หรือคะ”

ฉวีพลอยตื่นเต้นไปด้วย หล่อนเริ่มฝันอีกแล้ว เริ่มวาดภาพตัวเองนั่งเคียงคู่ไปในรถคันหรูกับเขาเพียงลำพังสองคน ไม่มีใครมานั่งเป็นส่วนเกินทางตอนหลังอย่างเวลานี้

“ค่ะ คุณฉวี มีคนบอกว่ารถยนต์ถ้าไม่ได้ใช้นานๆ เครื่องอาจมีปัญหา ใช่ไหมกริช” ประโยคหลังเธอดึง ‘เขา’ เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยเมื่อเห็นว่าเงียบไปอีก

“ครับ”

และฉวีก็มาถึงประโยคสำคัญที่สุด

“รถคันนี้คงเป็นของท่านเจ้าคุณใช่ไหมคะ” ทั้งหมดที่เกริ่นมายืดยาวก็ด้วยความตั้งใจตรงนี้นี่แหละ

ปฏิกิริยาสนองตอบมีให้เห็นรวดเร็วแทบไม่น่าเชื่อ เมื่อปรายตาดูคนซึ่งนั่งขับรถอยู่ข้างๆ ก็เห็นชัดเจนถึงคิ้วหนาที่ย่นเข้าหากัน เห็นเขาเหลือบดูกระจกส่องหลังอย่างระมัดระวัง ฉวีอ่อนไหวกับความรู้สึกของเขาพอจะรู้ว่าเขาไม่ชอบใจคำถามนั้น แต่เมื่อพอใจแล้วกับผลของมันจึงได้เปลี่ยนเรื่องเสีย

“ถึงไหนแล้วคะคุณกริช พ้นปากท่อหรือยัง”

คราวนี้เขายอมตอบแต่โดยดี เป็นการตอบโดยไม่หันมอง ตาเอาแต่จับจ้องอยู่ที่โค้งถนนเบื้องหน้า
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่