ห้องพักหมายเลข 13

ห้องพักหมายเลข 13
ชายหนุ่มชื่อก้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดและต้องพักค้างคืนที่โรงแรมเก่าแห่งหนึ่ง
โรงแรมนี้ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ มีห้องพักทั้งหมด 30 ห้อง แต่กลับมีแขกเข้าพักเพียงไม่กี่ห้อง
พนักงานต้อนรับยื่นกุญแจให้เขา พร้อมกำชับว่า
“ถ้าตอนกลางคืนมีเสียงเคาะประตู อย่าเปิดนะคะ”
ก้องถามว่าทำไม
พนักงานเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วตอบว่า
“บางทีอาจเป็นแขกที่เข้าพักผิดห้องค่ะ”
เขาได้รับห้องหมายเลข 12 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องหมายเลข 13 ที่ถูกปิดตาย
เมื่อเข้าห้องพัก ก้องอาบน้ำและเข้านอนตามปกติ
เวลาประมาณตีหนึ่ง เขาได้ยินเสียงเคาะประตู
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เขาลุกขึ้นมองผ่านตาแมว แต่กลับไม่เห็นใคร
จากนั้นมีเสียงผู้หญิงพูดว่า
“ขอโทษนะคะ ห้องนี้ใช่ห้อง 13 หรือเปล่า”
ก้องตอบว่าไม่ใช่
เสียงนั้นเงียบไป ก่อนจะพูดต่อว่า
“งั้นช่วยบอกเขาหน่อยได้ไหมคะ ว่าฉันกลับมาแล้ว”
ก้องไม่ตอบและกลับไปนอน
แต่ไม่ถึงสิบนาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ดังแรงกว่าเดิม
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงผู้หญิงพูดด้วยน้ำเสียงโกรธจัด
“เปิดประตู!”
ก้องรีบโทรลงไปที่แผนกต้อนรับ แต่ไม่มีใครรับสาย
เขาจึงเปิดไฟทุกดวงและนั่งรอจนถึงเช้า
เมื่อเช็กเอาต์ เขาถามพนักงานถึงห้องหมายเลข 13
พนักงานหน้าซีดก่อนจะบอกว่า ห้องนั้นถูกปิดตายมาหลายปีแล้ว เพราะเคยมีผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตอยู่ในห้อง
เธอเป็นแขกที่มาพักกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่หลังจากทะเลาะกันอย่างรุนแรง ผู้ชายคนนั้นก็หายตัวไป
ก้องรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
จนกระทั่งเขากลับมาถึงบ้านและเปิดรูปถ่ายที่ถ่ายไว้ในโรงแรม
เขาพบว่ามีภาพหนึ่งถ่ายติดเงาผู้หญิงยืนอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ
เธอสวมชุดนอนสีขาว และมีรอยช้ำรอบคอ
ก้องขยายภาพดูอย่างละเอียด
แล้วโทรศัพท์ก็มีข้อความแจ้งเตือนจากโรงแรม
เป็นข้อความสั้น ๆ ว่า
“ขอบคุณที่เข้าพักค่ะ คุณลูกค้าลืมกุญแจห้องไว้”
เขาเปิดรูปกุญแจที่โรงแรมส่งมาให้ดู
มันเป็นกุญแจห้องหมายเลข 13
ก้องรีบโทรกลับไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น
พนักงานตอบเสียงสั่นว่า
“คุณลูกค้าคะ... เราไม่ได้ให้คุณพักห้อง 12 นะคะ”
ก้องถามกลับว่าแล้วเขาพักห้องไหน
ปลายสายเงียบไปหลายวินาที ก่อนจะตอบว่า
“จากกล้องวงจรปิด คุณเดินเข้าไปในห้องหมายเลข 13 ตั้งแต่คืนแรกแล้วค่ะ”
ก้องรีบเปิดรูปถ่ายอีกครั้ง
ภาพสุดท้ายเป็นภาพที่เขาถ่ายตัวเองหน้ากระจกก่อนเข้านอน
ด้านหลังของเขามีผู้หญิงยืนอยู่
เธอกำลังยิ้ม
และบนกระจกมีข้อความเขียนด้วยนิ้วมือว่า
“คราวหน้ามานอนด้วยกันอีกนะ”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่