ศพที่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะ
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่งชื่อชาติ เขามีอาชีพรับจ้างขนของและมักขับรถกลับบ้านต่างจังหวัดในช่วงกลางคืน
คืนหนึ่ง ชาติได้รับโทรศัพท์จากคนรู้จักให้ช่วยขนศพไปส่งที่วัดแห่งหนึ่ง เพราะรถของมูลนิธิเกิดเสียระหว่างทาง
เขาตกลงช่วยโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะได้รับค่าจ้างค่อนข้างดี
เมื่อไปถึงจุดนัดหมาย เขาพบชายสองคนกำลังยืนรออยู่ข้างรถกระบะคันหนึ่ง ด้านหลังมีโลงศพไม้เก่าวางอยู่
ชายคนหนึ่งบอกว่า
“ช่วยขับไปส่งที่วัดให้หน่อยนะพี่ อย่าจอดระหว่างทางเด็ดขาด”
ชาติพยักหน้า ก่อนจะขับรถออกไป
ระหว่างทาง ถนนค่อนข้างเปลี่ยว สองข้างทางมีแต่ป่ากับไร่มันสำปะหลัง
ขับไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง เขาเริ่มได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากท้ายรถ
กึก... กึก... กึก...
เหมือนมีคนกำลังเคาะอยู่ด้านในโลงศพ
ชาติพยายามคิดว่าอาจเป็นเสียงไม้กระทบกัน แต่ไม่นานเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก
คราวนี้มีเสียงผู้หญิงพูดตามมา
“ช่วยเปิดให้หน่อย... หนูหายใจไม่ออก”
ชาติรีบเหยียบเบรกจนรถหยุดกะทันหัน
เขาหันไปมองกระจกหลัง แต่ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
เป็นเบอร์ของชายที่ว่าจ้าง
“พี่ถึงไหนแล้วครับ”
ชาติเล่าเรื่องเสียงที่ได้ยินให้ฟัง
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบา
“พี่อย่าจอดนะครับ ศพที่พี่ขนไปเป็นผู้หญิงที่เสียชีวิตมาสามวันแล้ว ไม่มีทางพูดได้หรอก”
ชาติรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
เขารีบขับต่อ แต่เสียงเคาะท้ายรถกลับดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
กึก! กึก! กึก!
“พี่... หนูไม่ได้ตาย”
เสียงผู้หญิงร้องไห้
“พี่ช่วยหนูด้วย เขาขังหนูไว้ในนี้”
ชาติเริ่มสับสน จึงตัดสินใจจอดรถหน้าป้อมตำรวจที่อยู่ริมถนน
เขาลงไปขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อตำรวจเดินมาตรวจท้ายรถ กลับพบว่าโลงศพถูกปิดตายด้วยตะปูเก่า ๆ
ตำรวจถามว่าใครเป็นคนขนมา
ชาติเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
ตำรวจคนหนึ่งหน้าซีดทันที เมื่อเห็นชื่อที่เขียนอยู่บนโลง
มันเป็นชื่อของหญิงสาวที่หายตัวไปเมื่อสามวันก่อน
ไม่ใช่ชื่อของคนตาย
ตำรวจรีบเรียกกำลังเสริม ก่อนจะงัดฝาโลงออก
แต่ภายในกลับไม่มีศพ
มีเพียงเสื้อผ้าเปื้อนเลือด โทรศัพท์มือถือ และเส้นผมยาวสีดำกองอยู่เต็มโลง
ทันใดนั้น โทรศัพท์ที่อยู่ในโลงก็ดังขึ้น
ตำรวจหยิบขึ้นมาดู
หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์ของชาติเอง
ทุกคนหันมามองเขาพร้อมกัน
ชาติส่ายหน้าและยืนยันว่าไม่ได้โทรหาใคร
ตำรวจจึงกดรับสาย
เสียงผู้หญิงร้องไห้ดังออกมาจากโทรศัพท์
“พี่ชาติ... หนูอยู่ใต้รถ”
ทุกคนหันไปมองใต้ท้องรถพร้อมกัน
มีมือซีด ๆ มือหนึ่งค่อย ๆ ยื่นออกมาจากใต้กระบะ
แล้วเสียงผู้หญิงก็กระซิบว่า
“หนูเจอพี่แล้ว...”
เช้าวันต่อมา ตำรวจตรวจสอบทะเบียนรถของชาติ และพบข้อมูลที่ทำให้ทุกคนตกใจ
รถกระบะคันนี้เคยเกิดอุบัติเหตุเมื่อสามวันก่อน
คนขับเสียชีวิตคาที่
ส่วนผู้โดยสารหญิงที่นั่งมาด้วยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
และชื่อของคนขับที่เสียชีวิตก็คือ...
ชาติ
แล้วชายที่กำลังเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังเป็นใครกันแน่?
ศพที่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะ
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่งชื่อชาติ เขามีอาชีพรับจ้างขนของและมักขับรถกลับบ้านต่างจังหวัดในช่วงกลางคืน
คืนหนึ่ง ชาติได้รับโทรศัพท์จากคนรู้จักให้ช่วยขนศพไปส่งที่วัดแห่งหนึ่ง เพราะรถของมูลนิธิเกิดเสียระหว่างทาง
เขาตกลงช่วยโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะได้รับค่าจ้างค่อนข้างดี
เมื่อไปถึงจุดนัดหมาย เขาพบชายสองคนกำลังยืนรออยู่ข้างรถกระบะคันหนึ่ง ด้านหลังมีโลงศพไม้เก่าวางอยู่
ชายคนหนึ่งบอกว่า
“ช่วยขับไปส่งที่วัดให้หน่อยนะพี่ อย่าจอดระหว่างทางเด็ดขาด”
ชาติพยักหน้า ก่อนจะขับรถออกไป
ระหว่างทาง ถนนค่อนข้างเปลี่ยว สองข้างทางมีแต่ป่ากับไร่มันสำปะหลัง
ขับไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง เขาเริ่มได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากท้ายรถ
กึก... กึก... กึก...
เหมือนมีคนกำลังเคาะอยู่ด้านในโลงศพ
ชาติพยายามคิดว่าอาจเป็นเสียงไม้กระทบกัน แต่ไม่นานเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก
คราวนี้มีเสียงผู้หญิงพูดตามมา
“ช่วยเปิดให้หน่อย... หนูหายใจไม่ออก”
ชาติรีบเหยียบเบรกจนรถหยุดกะทันหัน
เขาหันไปมองกระจกหลัง แต่ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
เป็นเบอร์ของชายที่ว่าจ้าง
“พี่ถึงไหนแล้วครับ”
ชาติเล่าเรื่องเสียงที่ได้ยินให้ฟัง
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบา
“พี่อย่าจอดนะครับ ศพที่พี่ขนไปเป็นผู้หญิงที่เสียชีวิตมาสามวันแล้ว ไม่มีทางพูดได้หรอก”
ชาติรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
เขารีบขับต่อ แต่เสียงเคาะท้ายรถกลับดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
กึก! กึก! กึก!
“พี่... หนูไม่ได้ตาย”
เสียงผู้หญิงร้องไห้
“พี่ช่วยหนูด้วย เขาขังหนูไว้ในนี้”
ชาติเริ่มสับสน จึงตัดสินใจจอดรถหน้าป้อมตำรวจที่อยู่ริมถนน
เขาลงไปขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อตำรวจเดินมาตรวจท้ายรถ กลับพบว่าโลงศพถูกปิดตายด้วยตะปูเก่า ๆ
ตำรวจถามว่าใครเป็นคนขนมา
ชาติเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
ตำรวจคนหนึ่งหน้าซีดทันที เมื่อเห็นชื่อที่เขียนอยู่บนโลง
มันเป็นชื่อของหญิงสาวที่หายตัวไปเมื่อสามวันก่อน
ไม่ใช่ชื่อของคนตาย
ตำรวจรีบเรียกกำลังเสริม ก่อนจะงัดฝาโลงออก
แต่ภายในกลับไม่มีศพ
มีเพียงเสื้อผ้าเปื้อนเลือด โทรศัพท์มือถือ และเส้นผมยาวสีดำกองอยู่เต็มโลง
ทันใดนั้น โทรศัพท์ที่อยู่ในโลงก็ดังขึ้น
ตำรวจหยิบขึ้นมาดู
หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์ของชาติเอง
ทุกคนหันมามองเขาพร้อมกัน
ชาติส่ายหน้าและยืนยันว่าไม่ได้โทรหาใคร
ตำรวจจึงกดรับสาย
เสียงผู้หญิงร้องไห้ดังออกมาจากโทรศัพท์
“พี่ชาติ... หนูอยู่ใต้รถ”
ทุกคนหันไปมองใต้ท้องรถพร้อมกัน
มีมือซีด ๆ มือหนึ่งค่อย ๆ ยื่นออกมาจากใต้กระบะ
แล้วเสียงผู้หญิงก็กระซิบว่า
“หนูเจอพี่แล้ว...”
เช้าวันต่อมา ตำรวจตรวจสอบทะเบียนรถของชาติ และพบข้อมูลที่ทำให้ทุกคนตกใจ
รถกระบะคันนี้เคยเกิดอุบัติเหตุเมื่อสามวันก่อน
คนขับเสียชีวิตคาที่
ส่วนผู้โดยสารหญิงที่นั่งมาด้วยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
และชื่อของคนขับที่เสียชีวิตก็คือ...
ชาติ
แล้วชายที่กำลังเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังเป็นใครกันแน่?