เวรดึกห้องดับจิต

“หมอภพ” เพิ่งเริ่มทำงานเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลต่างจังหวัดได้ไม่นาน
คืนหนึ่ง เขาได้รับมอบหมายให้ลงไปตรวจเอกสารที่ห้องดับจิต เพราะมีศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเข้ามาหลายราย
เจ้าหน้าที่ห้องดับจิตชื่อพี่สมบอกเขาก่อนกลับว่า
“หมอครับ ถ้าได้ยินเสียงคนเคาะจากข้างในตู้แช่ อย่าเปิดเองนะครับ เรียกผมก่อน”
หมอภพหัวเราะ
“คนตายจะมาเคาะได้ยังไงครับพี่?”
พี่สมไม่ได้หัวเราะด้วย
“ผมทำงานที่นี่มาเกือบยี่สิบปี บางอย่างหมอก็ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกครับ”
หลังเที่ยงคืน หมอภพนั่งตรวจเอกสารอยู่คนเดียว
ห้องดับจิตเงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ
ทันใดนั้น...
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะดังมาจากตู้แช่หมายเลข 6
หมอภพเงยหน้าขึ้น
เขาคิดว่าอาจเป็นเสียงโลหะขยายตัว จึงกลับไปทำงานต่อ
แต่เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ตามด้วยเสียงผู้หญิงเบา ๆ
“คุณหมอคะ...ช่วยหนูด้วย”
หมอภพเดินเข้าไปใกล้ตู้แช่
“ใครครับ?”
เสียงนั้นตอบว่า
“หนูยังไม่ตายค่ะ”
หมอภพรู้สึกขนลุก แต่ด้วยความเป็นหมอ เขาจึงรีบเรียกพี่สมให้กลับมา
เมื่อพี่สมมาถึง เขากลับมีสีหน้าตกใจทันทีที่รู้ว่าหมอภพได้ยินเสียงจากตู้หมายเลข 6
“หมอได้เปิดตู้หรือยังครับ?”
“ยังครับ”
พี่สมรีบเปิดแฟ้มดูข้อมูล
ศพในตู้หมายเลข 6 เป็นหญิงสาวอายุยี่สิบสองปี ประสบอุบัติเหตุรถชน และถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยไม่รู้สึกตัว
แพทย์ที่รับเคสลงความเห็นว่าเสียชีวิตแล้ว
แต่หมอภพสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในรายงาน
ไม่มีผลยืนยันบางรายการที่ควรตรวจสอบก่อนส่งศพเข้าห้องดับจิต
เขาจึงตัดสินใจตรวจร่างกายซ้ำตามขั้นตอน
และพบสัญญาณชีพที่อ่อนมาก
หญิงสาวยังไม่เสียชีวิต
หมอภพกับพี่สมรีบนำเธอออกจากตู้ และเรียกทีมฉุกเฉินมาช่วยชีวิต
หลายชั่วโมงต่อมา เธอปลอดภัย
หมอภพรู้สึกโล่งใจ เพราะถ้าเขาไม่ลงมาตรวจเอกสารในคืนนั้น ผู้หญิงคนนี้อาจไม่มีโอกาสกลับบ้านอีกเลย
แต่ก่อนออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวกลับขอพบเขาเป็นการส่วนตัว
เธอถามว่า
“คุณหมอได้ยินเสียงหนูตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
หมอภพตอบว่า
“ประมาณเที่ยงคืนครับ ทำไมเหรอ?”
เธอหน้าซีดลง
“หนูยังไม่ได้สติเลยค่ะ จนกระทั่งเช้า”
หมอภพนิ่งไป
“แล้วเมื่อคืนใครเป็นคนเคาะตู้?”
หญิงสาวส่ายหน้า
“หนูไม่รู้ค่ะ”
จากนั้นเธอจึงเล่าเรื่องหนึ่งให้เขาฟัง
ตอนเกิดอุบัติเหตุ เธอเห็นผู้หญิงอีกคนยืนอยู่ข้างถนน ผู้หญิงคนนั้นมีเลือดเต็มหน้าและกำลังร้องขอความช่วยเหลือ
แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้งในโรงพยาบาล ผู้หญิงคนนั้นกลับหายไป
หมอภพพยายามไม่คิดมาก
จนกระทั่งคืนต่อมา เขาลงไปหาพี่สมอีกครั้ง
เขาพบพี่สมยืนอยู่หน้าตู้แช่หมายเลข 6
หมอภพถามว่า
“พี่มาทำอะไรครับ?”
พี่สมหันมามองเขา
“หมอได้ยินเสียงอีกแล้วใช่ไหมครับ?”
หมอภพพยักหน้า
พี่สมถอนหายใจ
“ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกหมอทั้งหมด”
เขาเปิดลิ้นชักและหยิบรูปถ่ายเก่าออกมา
ในรูปเป็นพยาบาลสาวคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน
หมอภพจำใบหน้านั้นได้ทันที
เพราะมันเหมือนผู้หญิงที่เขาเห็นยืนอยู่ข้างตู้แช่เมื่อคืนก่อนทุกอย่าง
พี่สมพูดว่า
“เธอเคยเป็นพยาบาลที่นี่ครับ เธอเสียชีวิตระหว่างทางไปช่วยคนเจ็บจากอุบัติเหตุ”
“ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่มีคนถูกนำเข้าห้องดับจิตทั้งที่ยังช่วยได้ เธอจะปรากฏตัว”
หมอภพถามเสียงเบา
“แล้วทำไมผมถึงเห็นเธอ?”
พี่สมมองเขาแล้วตอบว่า
“เพราะหมอเป็นคนเดียวที่ยังฟังเสียงของคนที่คนอื่นคิดว่าไม่มีชีวิตแล้ว”
คืนนั้น ก่อนหมอภพกลับบ้าน เขาเดินผ่านห้องดับจิตอีกครั้ง
ไฟในห้องปิดหมดแล้ว
แต่บนกระจกหน้าต่าง เขาเห็นเงาพยาบาลสาวยืนอยู่
เธอยิ้มให้เขา ก่อนขยับปากพูดว่า
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ”
เช้าวันรุ่งขึ้น หมอภพกลับไปดูภาพจากกล้องวงจรปิด
ภาพแสดงให้เห็นว่าเขาเดินเข้าไปในห้องดับจิตคนเดียว
ไม่มีใครยืนอยู่ข้างตู้แช่เลย
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขานั่งนิ่งอยู่นาน
ทุกครั้งที่หมอภพเดินผ่านตู้หมายเลข 6
เงาของเขาบนพื้น...
จะมีเงาของผู้หญิงอีกคนเดินตามอยู่เสมอ
.
.
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่