
เมื่อวัตถุดิบและอุปกรณ์พร้อม การทำสะเต๊ะกินเองก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เป็นเรื่องยาก หนทางที่ฉันได้กำจัดของที่มีมากอีกด้วย
บังเอิญเนื้อไก่ส่วนสันในที่เราต่างคนต่างซื้อกันมา ฉันก็ซื้อมา พี่สาวก็ไปจัดมา เมื่อของมันมีมากมายเราก็ต้องหาทางกำจัด
ในคลังมหาสมบัติบ้านฉันมีผงหมักสำเร็จรูปยี่ห้อดังยอดนิยม ทั้งผงเครื่องหมักเนื้อสัตว์ และผงทำน้ำจิ้มสะเต๊ะแบบพร้อมปรุง
ครั้งนี้ฉันเลือกส่วนหมักเนื้อของ Lobo (ซอง A) มาใช้งาน ส่วนน้ำจิ้มสะเต๊ะฉันปรุงขึ้นใหม่ด้วยพริกแกงสำเร็จรูปที่พร้อมเสมอ
การทะสะเต๊ะครั้งนี้ดิฉันใช้ผงหมักสะเต๊ะสำเร็จรูป อีกทางเลือกให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่มีเวลามากนัก สำหรับมือใหม่หัดทำอาหาร
คนทำอยากกินต้องได้กิน จัดไป ... สะเต๊ะไก่ ของว่างยามบ่าย
วัตถุดิบและเครื่องปรุงหมักสะเต๊ะ
1. เนื้อไก่ (ส่วนสันใน) 500 กรัม ถ้าชิ้นหนามากแล่ให้บางโดยแบ่งเป็นสองชิ้นได้
2. ผงหมักยี่ห้อโลโบ้ (Lobo ซอง A)
3. น้ำกะทิ หรือนมสด หรือโยเกิร์ต 1/2 ถ้วยตวง (ส่วนนี้ฉันเพิ่มเองเพื่อความชุ่มฉ่ำ)
การหมักเนื้อสัตว์
1. ละลายผงหมักสะเต๊ะโลโบ้ (ซอง A) กับกะทิ 1/4 ถ้วยตวง คนผสมให้เข้ากัน
2. นำเนื้อไก่หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ลงคลุกเคล้ากับส่วนผสมข้อ 1) ให้เข้ากันทั่ว นำแผ่นฟิล์มใส่คลุมไว้แล้วหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง (หรือหมักในตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องเทศซึมเข้าเนื้อ)
3. เมื่อครบเวลานำเนื้อไก่มาเสียบไม้ (แนะนำให้นำไม้เสียบแช่น้ำก่อนสักพักใหญ่ วิธีนี้จะช่วยไม่ให้ไม้เสียบไม่ไหม้ไฟตอนปิ้งย่าง)

+ น้ำจิ้มสะเต๊ะ +
ส่วนผสมและเครื่องปรุง
* กะทิชนิดกล่อง 150 กรัม (ฉันใช้กะทิอัมพวา)
* น้ำเปล่า 50-100 กรัม
* พริกแกงมัสมั่น 2 ช้อนโต๊ะ (หรือพริกแกงพะแนง)
* พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
* เนยถั่ว 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีใส่ถั่วลิสงคั่วบดอย่างเดียว)
* ถั่วลิสงคั่ว บดหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ
* เกลือไทย 1/2 ช้อนชา (เครื่องแกงเค็มก็ไม่ต้องใส่เกลือ)
หมายเหตุ
* ส่วนผสมข้างต้นได้ปริมาณน้ำจิ้มสะเต๊ะพอประมาณ 400 กรัม
* น้ำจิ้มสะเต๊ะ ใส่เนยถั่วอย่างเดียวก็ได้ / ใส่ถั่วลิสงคั่วบดอย่างเดียวก็ได้ / หรือใส่ผสมเนยถั่วและถั่วลิสงคั่วบดก็ได้ (ดิฉันแนะนำให้ใช้เนยถั่วที่มีวางในร้านสะดวกซื้อที่มีทั่วเมือง ราคาไม่แพง รสชาติใช้ได้)
* พริกแกงแต่ละยี่ห้อมีความเค็มเพราะมีเกลือผสม ดังนั้น ควรชิมน้ำจิ้มก่อนเติมเกลือ
* สูตรนี้กลิ่นพริกแกงอาจแรงไปสำหรับคนไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศ ฉะนั้นรสส่วนพริกแกงมัสมั่นได้

วิธีทำซอสสะเต๊ะ
1. เทน้ำกะทิลงในภาชนะกระทะหรือหม้อ ใส่พริกแกงเผ็ดและพริกแกงมัสมั่น ยกกระทะขึ้นตั้งไฟ เปิดไฟเตาปานกลาง ผัดพริกแกงให้ละลายพร้อมกับกะทิจนกะทิแตกมันและมีฟองน้ำมันแดงๆ ปุดขึ้นส่วนหน้า แสดงว่าพริกแกงสุกดีแล้ว
2. เทน้ำเปล่าลงไปไม่ต้องหมด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบ น้ำมะขามเปียก เกลือ ผัดให้เข้ากันทั่ว
3. รอให้ซอสเดือดอีกครั้ง ใส่เนยถั่วลงไปผสมให้เข้ากัน ใส่ถั่วลิสงคั่วบด จากนี้ลดไฟลงอ่อน ๆ เคี่ยวต่ออีกประมาณ 5 - 10 นาที เคี่ยวกระทั่งน้ำจิ้มเริ่มข้น (หมั่นคนซอสอย่าให้ติดกระทะ)
การปิ้งย่างสะเต๊ะ
นำเนื้อสัตว์ที่หมักและเสียบไม้แล้ว ลงย่างบนเตาถ่าน ทางสะดวกสำหรับฉันคือย่างในกระทะลอนสำหรับทำสเต๊ก อีกทางสะดวกสำหรับคนรุ่นใหม่คือใส่ในเตาอบขนาดใหญ่, เตาอบปัญญาอ่อน (เตาติ๊ง) หรือย่างในหม้อทอดไร้น้ำมัน Air Fryer ระหว่างปิ้งย่างจะพรมน้ำกะทิหรือนมสดสักเล็กน้อยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและความหอมให้เนื้อสัตว์ก็ได้

ส่วนผสมน้ำอาจาด
* น้ำส้มสายชู 5 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
* เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
* น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำน้ำอาจาด
เคี่ยวน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเปล่า ในหม้อใบย่อม ยกหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ ระหว่างนี้คนให้น้ำตาลและเกลือละลายเข้ากันดี เคี่ยวให้น้ำตาลมีความข้นเป็นยางมะตูม ได้ความข้นถูกใจแล้ว ปิดไฟเตา ยกหม้อลงจากความร้อน พักไว้ให้เย็นสนิท
การเตรียมผัก ล้างแตงกวาทั้งเปลือกให้สะอาด หั่นชิ้นแตงกวา ซอยหอมแดง หั่นซอยพริกชี้ฟ้า เตรียมไว้
จัดเสิร์ฟอาจาด ตักน้ำอาจาดที่เย็นแล้วราดลงบนแตงกวาและหอมแดงซอยที่เตรียมไว้ ใส่พริกชี้ฟ้าแดงหรือพริกเหลืองซอย เสิร์ฟพร้อมสะเต๊ะที่ย่างแล้ว อาจาดแตงกวายังใช้เป็นน้ำจิ้มช่วยลดความเลี่ยนให้กับหลากหลายเมนู เช่น ทอดมันปลา ของทอดชนิดต่าง ๆ
การย่างที่ง่ายและสะดวกด้วยกระทะปิ้ง/ย่างสำหรับทำสเต๊ก
ไก่หมักกับกะทิ หรือนมสด หรือโยเกิร์ต
ระหว่างปิ้งย่างพรมน้ำกะทิอีกรอบ ได้ไก่สะเต๊ะที่ฉุ่มฉ่ำแบบนี้

จัดเสิร์ฟ ตักน้ำอาจาดที่เย็นแล้วราดลงบนแตงกวาและหอมแดงซอย ใส่พริกชี้ฟ้าแดงหรือพริกเหลืองหั่นซอยโรยหน้า
เสิร์ฟพร้อมสะเต๊ะที่ย่างไว้ อาจาดแตงกวายังใช้เป็นน้ำจิ้มช่วยลดความเลี่ยนให้กับหลากหลายเมนู ทอดมันปลา ของทอดต่าง ๆ
ในตู้เย็นบ้านเรามีน้ำจิ้มสะเต๊ะที่ปรุงด้วยพริกแกงสำเร็จรูปเก็บแช่เย็นไว้ตลอด
เมื่ออยากกินเราก็ปิ้งขนมปังร้อน ๆ ให้กรอบ จิ้มกับซอสสะเต๊ะ มันอร่อยมาก
ใครชอบกินสะเต๊ะหมู เลือกหมูส่วนสะโพก หมูส่วนสันนอก / ส่วนสันคอ อื่นๆ ตามชอบ
คนชอบกินเนื้อวัว เลือกเนื้อส่วนติดมัน เนื้อสันใน เนื้อสันนอก หั่นมันเนื้อเสียบไม้ไปด้วย
❤ สะเต๊ะไก่ยามบ่ายแบบง่าย ๆ ด้วยการปรุงที่ไม่ยุ่งยากมากเรื่อง ❤
เมื่อวัตถุดิบและอุปกรณ์พร้อม การทำสะเต๊ะกินเองก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เป็นเรื่องยาก หนทางที่ฉันได้กำจัดของที่มีมากอีกด้วย
บังเอิญเนื้อไก่ส่วนสันในที่เราต่างคนต่างซื้อกันมา ฉันก็ซื้อมา พี่สาวก็ไปจัดมา เมื่อของมันมีมากมายเราก็ต้องหาทางกำจัด
ในคลังมหาสมบัติบ้านฉันมีผงหมักสำเร็จรูปยี่ห้อดังยอดนิยม ทั้งผงเครื่องหมักเนื้อสัตว์ และผงทำน้ำจิ้มสะเต๊ะแบบพร้อมปรุง
ครั้งนี้ฉันเลือกส่วนหมักเนื้อของ Lobo (ซอง A) มาใช้งาน ส่วนน้ำจิ้มสะเต๊ะฉันปรุงขึ้นใหม่ด้วยพริกแกงสำเร็จรูปที่พร้อมเสมอ
การทะสะเต๊ะครั้งนี้ดิฉันใช้ผงหมักสะเต๊ะสำเร็จรูป อีกทางเลือกให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่มีเวลามากนัก สำหรับมือใหม่หัดทำอาหาร
1. เนื้อไก่ (ส่วนสันใน) 500 กรัม ถ้าชิ้นหนามากแล่ให้บางโดยแบ่งเป็นสองชิ้นได้
2. ผงหมักยี่ห้อโลโบ้ (Lobo ซอง A)
3. น้ำกะทิ หรือนมสด หรือโยเกิร์ต 1/2 ถ้วยตวง (ส่วนนี้ฉันเพิ่มเองเพื่อความชุ่มฉ่ำ)
การหมักเนื้อสัตว์
1. ละลายผงหมักสะเต๊ะโลโบ้ (ซอง A) กับกะทิ 1/4 ถ้วยตวง คนผสมให้เข้ากัน
2. นำเนื้อไก่หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ลงคลุกเคล้ากับส่วนผสมข้อ 1) ให้เข้ากันทั่ว นำแผ่นฟิล์มใส่คลุมไว้แล้วหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง (หรือหมักในตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องเทศซึมเข้าเนื้อ)
3. เมื่อครบเวลานำเนื้อไก่มาเสียบไม้ (แนะนำให้นำไม้เสียบแช่น้ำก่อนสักพักใหญ่ วิธีนี้จะช่วยไม่ให้ไม้เสียบไม่ไหม้ไฟตอนปิ้งย่าง)
+ น้ำจิ้มสะเต๊ะ +
ส่วนผสมและเครื่องปรุง
* กะทิชนิดกล่อง 150 กรัม (ฉันใช้กะทิอัมพวา)
* น้ำเปล่า 50-100 กรัม
* พริกแกงมัสมั่น 2 ช้อนโต๊ะ (หรือพริกแกงพะแนง)
* พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
* เนยถั่ว 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีใส่ถั่วลิสงคั่วบดอย่างเดียว)
* ถั่วลิสงคั่ว บดหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ
* เกลือไทย 1/2 ช้อนชา (เครื่องแกงเค็มก็ไม่ต้องใส่เกลือ)
หมายเหตุ
* ส่วนผสมข้างต้นได้ปริมาณน้ำจิ้มสะเต๊ะพอประมาณ 400 กรัม
* น้ำจิ้มสะเต๊ะ ใส่เนยถั่วอย่างเดียวก็ได้ / ใส่ถั่วลิสงคั่วบดอย่างเดียวก็ได้ / หรือใส่ผสมเนยถั่วและถั่วลิสงคั่วบดก็ได้ (ดิฉันแนะนำให้ใช้เนยถั่วที่มีวางในร้านสะดวกซื้อที่มีทั่วเมือง ราคาไม่แพง รสชาติใช้ได้)
* พริกแกงแต่ละยี่ห้อมีความเค็มเพราะมีเกลือผสม ดังนั้น ควรชิมน้ำจิ้มก่อนเติมเกลือ
* สูตรนี้กลิ่นพริกแกงอาจแรงไปสำหรับคนไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศ ฉะนั้นรสส่วนพริกแกงมัสมั่นได้
1. เทน้ำกะทิลงในภาชนะกระทะหรือหม้อ ใส่พริกแกงเผ็ดและพริกแกงมัสมั่น ยกกระทะขึ้นตั้งไฟ เปิดไฟเตาปานกลาง ผัดพริกแกงให้ละลายพร้อมกับกะทิจนกะทิแตกมันและมีฟองน้ำมันแดงๆ ปุดขึ้นส่วนหน้า แสดงว่าพริกแกงสุกดีแล้ว
2. เทน้ำเปล่าลงไปไม่ต้องหมด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบ น้ำมะขามเปียก เกลือ ผัดให้เข้ากันทั่ว
3. รอให้ซอสเดือดอีกครั้ง ใส่เนยถั่วลงไปผสมให้เข้ากัน ใส่ถั่วลิสงคั่วบด จากนี้ลดไฟลงอ่อน ๆ เคี่ยวต่ออีกประมาณ 5 - 10 นาที เคี่ยวกระทั่งน้ำจิ้มเริ่มข้น (หมั่นคนซอสอย่าให้ติดกระทะ)
นำเนื้อสัตว์ที่หมักและเสียบไม้แล้ว ลงย่างบนเตาถ่าน ทางสะดวกสำหรับฉันคือย่างในกระทะลอนสำหรับทำสเต๊ก อีกทางสะดวกสำหรับคนรุ่นใหม่คือใส่ในเตาอบขนาดใหญ่, เตาอบปัญญาอ่อน (เตาติ๊ง) หรือย่างในหม้อทอดไร้น้ำมัน Air Fryer ระหว่างปิ้งย่างจะพรมน้ำกะทิหรือนมสดสักเล็กน้อยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและความหอมให้เนื้อสัตว์ก็ได้
ส่วนผสมน้ำอาจาด
* น้ำส้มสายชู 5 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
* เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
* น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำน้ำอาจาด
เคี่ยวน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเปล่า ในหม้อใบย่อม ยกหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ ระหว่างนี้คนให้น้ำตาลและเกลือละลายเข้ากันดี เคี่ยวให้น้ำตาลมีความข้นเป็นยางมะตูม ได้ความข้นถูกใจแล้ว ปิดไฟเตา ยกหม้อลงจากความร้อน พักไว้ให้เย็นสนิท
การเตรียมผัก ล้างแตงกวาทั้งเปลือกให้สะอาด หั่นชิ้นแตงกวา ซอยหอมแดง หั่นซอยพริกชี้ฟ้า เตรียมไว้
จัดเสิร์ฟอาจาด ตักน้ำอาจาดที่เย็นแล้วราดลงบนแตงกวาและหอมแดงซอยที่เตรียมไว้ ใส่พริกชี้ฟ้าแดงหรือพริกเหลืองซอย เสิร์ฟพร้อมสะเต๊ะที่ย่างแล้ว อาจาดแตงกวายังใช้เป็นน้ำจิ้มช่วยลดความเลี่ยนให้กับหลากหลายเมนู เช่น ทอดมันปลา ของทอดชนิดต่าง ๆ
ไก่หมักกับกะทิ หรือนมสด หรือโยเกิร์ต
เสิร์ฟพร้อมสะเต๊ะที่ย่างไว้ อาจาดแตงกวายังใช้เป็นน้ำจิ้มช่วยลดความเลี่ยนให้กับหลากหลายเมนู ทอดมันปลา ของทอดต่าง ๆ