🕶️ บอสพาชิม in Nonthaburi: AKKEE (อัคคี) - สำรับเมืองนักปราชญ์
บอสกลับมาเยือน "อัคคี" (AKKEE Thai Delicacies & Tasting Counter) อีกครั้ง และคราวนี้สัมผัสได้ทันทีว่าร้านมีความเป็นตัวเองมากขึ้น ทิศทางขยับเข้าใกล้ความเป็นไฟน์ไดนิ่งมากขึ้น แต่กลับเลือกนำอาหารพื้นถิ่นมา Refine และนำเสนอรสชาติอย่างตรงไปตรงมา เป็นการทำตามหัวใจ และตั้งใจเผยแพร่อาหารเมืองอุบลฯ อย่างแท้จริงครับ
อัคคีซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบในย่านชานเมืองและเป็นข้อพิสูจน์ว่าร้านที่ดีจริงสามารถดึงนักชิมให้ออกมาถึงชานเมืองได้
บนถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อัคคีร้านเริ่มต้นจากแพสชันของเชฟที่หลงใหลทั้งคราฟต์เบียร์และตำราอาหารโบราณ จากลานเบียร์ วันนี้อัคคีกลายเป็นร้าน Fine Dining เต็มรูปแบบระดับ 1 MICHELIN Star ที่รายล้อมด้วยสวนผัก เล้าไก่ และฟาร์มแมลงของเชฟเอง นี่เป็น Farm to Table ที่จับต้องได้จริง
หัวใจของร้านคือความซื่อตรงต่อรากเหง้าของ "สำรับ" และการใช้วัตถุดิบในประเทศ 100% (Domestically Sourced) อัคคีจึงเปรียบเสมือนหอจดหมายเหตุที่มีชีวิต ที่ตั้งใจรื้อฟื้นตำรับอาหารไทยที่เลือนหายไปตามกาลเวลา ในครัวยังมีระบบ Zero-Waste Loop ที่หมุนเวียนครบวง เศษอาหารถูกนำไปเลี้ยงแมลงในแล็บ ส่วนที่เหลือให้หนอนช่วยย่อยสลาย แล้วนำหนอนไปเป็นอาหารไก่อีกต่อหนึ่ง
ผู้อยู่เบื้องหลังคือ เชฟอู๋-สิทธิกร จันทป (Sittikorn "Au" Chantop) เชฟหนุ่มคนอุบลที่โตมากับโปรตีนท้องถิ่นอย่างดักแด้ มด และไข่มดแดงตั้งแต่เด็ก เชฟได้แรงบันดาลใจจากตำราอาหารยุคเก่า และกล้าหยิบวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างการกินแมลงขึ้นมายกระดับสู่ Fine Dining จนคว้ารางวัล MICHELIN Young Chef Award 2025 มาครอง
ซีซั่นนี้อัคคีเล่าเรื่องผ่าน "สำรับเมืองนักปราชญ์" (Samrub Mueang Nak Prach) ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของฤดูฝนในอุบลราชธานี ทั้งปลาแม่น้ำและไข่ปลาจากแม่น้ำมูล เห็ดป่าที่ขึ้นเฉพาะช่วงที่ฝน ความชื้น และดินสมดุลกัน และ "ต่ออ่อน" (Wasp Larvae) วัตถุดิบหายากที่ตัวอ่อนระยะแรกจะนุ่ม หวานมันคล้ายครีม ส่วนตัวที่โตกว่าจะเนื้อแน่นและรสเข้มข้นกว่า การเก็บรังต่อให้ถูกจังหวะจึงต้องอาศัยความเข้าใจฤดูกาลอย่างลึกซึ้ง
ก่อนเริ่มมื้อ แขกจะได้เดินชมสวนและ "แกลเลอรีแมลงกินได้" ซึ่งช่วยเปิดใจก่อนเจอวัตถุดิบท้องถิ่นได้ดี ระหว่างมื้อ บริกรนำวัตถุดิบแปลกตามาพรีเซนต์ในทุกจาน พร้อมเล่าที่มาของตำราโบราณและภูมิปัญญาการหมักดองได้อย่างชัดเจน ทำให้การมาเยือนครั้งนี้สนุกมากครับ
แพริ่งของที่นี่กล้าออกนอกกรอบ เพราะสำรับหนึ่งมีอาหารหลายจาน และ Appetizer ก็เสิร์ฟมาพร้อมกันทีละหลายจาน เครื่องดื่มจึงมาหลายแก้วได้ ทางร้านเน้นสาโทและเบียร์ ทั้งจากผู้ผลิตในนนทบุรีที่ตั้งของร้าน และจากอุบลราชธานี ตัวที่น่าสนใจคือสุราชุมชนที่ใช้ผักแขยงในการผลิต ทำให้มีกลิ่นเข้ากับอาหารได้ดี สาโทสูตรพิเศษของอัคคี และเหล้ากลั่นจากโป๊ยกั๊กที่ใช้เป็น Digestif
จานแมลงที่เป็นของขึ้นชื่อก็ดีขึ้นชัดเจน จากเดิมที่ Refine อยู่แล้ว ตอนนี้ทำได้เนี้ยบขึ้น มีการถอดเครื่องในออกทำให้รสสะอาดขึ้น แต่ที่น่าชื่นชมที่สุดคือการบาลานซ์รสทั้งสำรับ มีทั้งจานที่เปรี้ยวนำ หวานนำ และเค็มนำอย่างอาหารอีสาน ทำให้สำรับออกมาครบรสและสมดุลครับ
🍽️ ศิลปะแห่งรสชาติในมื้อนี้:
เริ่มสำรับ / Amuse-Bouche
Welcome Drink: คอมบูฉะกับไซรัปลูกตะคร้อ
เมี่ยงเค็มบักนัดเมืองอุบล (Savory Preserved Pineapple in Lotus Petal): เมี่ยงคำที่เสิร์ฟบนกลีบดอกบัว ใช้ "เค็มบักนัด" หรือสับปะรดหมักเกลือกับปลาของดีเมืองอุบลฯ ที่ร้านทำเองและบ่มนานราวหนึ่งเดือน ท็อปด้วยหอมแดงซอย คอหมูย่าง และกระเทียมเจียว รสเปรี้ยวโปร่งนำมาก่อน ตามด้วยหวาน แล้วปิดด้วยเค็ม หอมกลิ่นกระเทียมเจียว รากบัวทอดช่วยเพิ่มความกรุบ ตัดกับความเด้งของคอหมูย่างได้ดี
ส้มไข่ปลาปึ่ง (Grilled Black Ear Catfish with Fermented Roe): เสิร์ฟบนหนังปลากรายทอดกรอบ ด้านบนเป็นปลาปึ่งย่างเกลือ (ปลาปึ่งคือชื่อท้องถิ่นของปลาเทโพ สัตว์น้ำประจำจังหวัดอุบลราชธานี) ส้มไข่ปลาปึ่ง (ไข่ปลาหมักเกลือและกระเทียมแบบอีสาน) แตงกวา ต้นหอมซอย และพริกแดงซอย กลิ่นปลาแม่น้ำชัดเจน หนังปลากรายไม่เหนียว กรอบฟู คำนี้ไม่ค่อยออกเปรี้ยว (ส้ม) แต่ให้รสเค็มนำ
ลาบหมากจองเคียงเอ็นแก้วกรอบ (Malva Nut Larb with Crispy Tendon): ลาบหมากจอง หรือ ลูกสำรอง ปรุงด้วยเครื่องลาบ เสิร์ฟบนเอ็นแก้ววัวต้มสมุนไพรแล้วนำไปทอดกรอบในน้ำมันหมู ท็อปด้วยผักชีใบเลื่อย (ผักชีฝรั่ง) เอ็นทอดมาได้เบามาก ตัวลาบรสเบา เปรี้ยวนำแล้วตามด้วยเค็ม เท็กซ์เจอร์ลื่นหนึบของสำรองตัดกับความฟูกรอบของเอ็นได้อย่างสนุก
อาหารว่าง / Appetizer
ซุบหน่อไม้กระบกป่า (Isan Bamboo Shoot Salad with Wild Almonds): ซุบหน่อไม้ใช้เบสน้ำต้มใบย่านาง ใส่หน่อไม้ป่า หอยแม่น้ำอย่างหอยทราย และกระบกป่าคั่ว (Wild Almond) โรยด้วยผักแขยง (Rice Paddy Herb) กลิ่นผักแขยงหอมนำแต่ไม่ฉุนมาก รสเค็มนำ ตามด้วยรสใบย่านางและเผ็ดอ่อนๆ หอยหนึบ ลูกกระบกกรุบ และความมันของกระบกช่วยเชื่อมทุกรสให้เข้ากัน
อั่วกบ (Grilled Frog Leg Stuffed with Herbs and Pork): ขากบยัดไส้ (อั่ว) ด้วยเนื้อกบปรุงรสผสมมันหมู ย่างบนเตาถ่าน เนื้อกบเด้ง กลิ่นเครื่องแกงชัด และเผ็ดร้อนมากๆ เป็นของทานเล่นที่อร่อยมากแต่รสร้อนแรง แนะนำให้จิบสาโทตามครับ
ข้าวจี่ (Grilled Sticky Rice Stuffed with Quail Egg): ข้าวจี่สอดไส้ไข่นกกระทา โรยผงปรุงรสจากกุ้งป่น งาขาวคั่วบด และสาหร่ายเทา (สาหร่ายน้ำจืดพื้นบ้านอีสาน) หอมกลิ่นข้าวเหนียวย่าง มีความมันจากไข่แดงเข้ามาเติม
กับข้าว / Main Course
อู๋ต่ออ่อน (Thick Isan Curry with Wasp Larvae, Herbs, and Seasonal Vegetables): 🕶️ "จานนี้อร่อยจนบอสต้องขอถอดแว่นชิม" อู๋ (หรืออุ) คือแกงพื้นบ้านอีสานน้ำขลุกขลิก จานนี้ใช้ต่ออ่อนเป็นโปรตีนหลัก ต่ออ่อนแต่ละช่วงวัยให้รสต่างกัน ตั้งแต่นุ่มครีมมี่ไปจนถึงเข้มข้น สีเขียวมาจากไข่ผำ (พืชน้ำเม็ดจิ๋ว) กลิ่นผักชีลาวขึ้นชัด รสชาติไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลย ออกแนวสดชื่น เขียวนำ คล้ายแกงอ่อม เค็มอ่อนๆ นำ หวานนิดๆ ตัวต่อหนึบ มัน และกรุบเด้งโดยไม่แข็ง
หมกเห็ดป่าไข่เป็ดนา (Wild-Foraged Mushrooms with Herbs and Field Duck Eggs in a Gurjan Leaf): หมกเห็ดโคนและเห็ดไข่ ตามฤดูกาลกับไข่เป็ดนา ห่อใบยางนา (Gurjan Leaf) ท็อปด้วยหนังเป็ดทอดกรอบ เห็ดโคนและเห็ดไข่ให้ความกรุบ รสอูมามินัว มีไข่ช่วยเชื่อมรส ความหวานอูมามิของจานนี้ทำหน้าที่เบรกรสเผ็ดในสำรับได้ดีครับ
ปลาแม่น้ำชีต้มผักแขยง (Chi River Fish Soup with Rice Paddy Herb): ซุปใสจากปลาแม่น้ำชี โดยใช้ปลาปึ่ง ต้มกับผักแขยงเพื่อชูความหอม เติมรสเปรี้ยวจากผักดองและใบมะขามอ่อน เนื้อปลานุ่ม มีกลิ่นปลาแม่น้ำ หอมผักแขยง เปรี้ยวอ่อนๆ จากใบมะขาม ได้สามรสเบาๆ ทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน
เนื้อขั้วตับย่างกับแจ่วตะคร้อและหมากเม่า (Grilled Hanger Steak with Sour Takho Fruit Relish): เนื้อย่างเสิร์ฟบนลิ้นฟ้า (ฝักเพกา) ดองน้ำปลา รองด้วยแจ่วตะคร้อ ท็อปด้วยเนื้อตะคร้อสดและต้นหอมซอย เคียงผักดองโฮมเมด (ต้นหอม ดอกกระเจียว ไหลบัว ขมิ้นขาว) รสหวานมาจากผักดองและหอมแดง ส่วนแจ่วให้ทั้งเค็ม เผ็ด และขม เสริมด้วยรสจากฝักเพกาดองน้ำปลา เนื้อหนึบหนับตามสไตล์ของส่วนนี้ มีเท็กซ์เจอร์ให้เคี้ยวแต่ไม่เหนียว กลิ่นและความเข้มข้นของเนื้อชัดเจน
หม่ำคั่วสมุนไพรและขมิ้นขาวดอง (Stir-Fried Fermented Pork with Pickled White Turmeric and Herbs): หม่ำ (เนื้อหมักแบบอีสาน) เนื้อสัมผัสเข้มข้น ที่นี่นำไปคั่วกับเลือดหมู ทำให้มีกลิ่นอายคล้ายลาบเหนือนิดๆ ท็อปด้วยขมิ้นขาวดองช่วยตัดรส หม่ำรสเค็มนำ เปรี้ยว ไม่ค่อยเผ็ด หอมกลิ่นพริกคั่วและขมิ้น รสไม่ร้อนมาก
ขนมหวาน / Dessert
จานล้างปาก: ลูกหม่อนคอมเพรสกับชะลูด (เปลือกไม้หอมที่ใช้อบขนมไทย) เสิร์ฟกับพริกเกลือส้มซ่า
ข้าวเม่าคลุก (Young Pounded Rice with Coconut): ข้าวเม่ามูลน้ำกะทิ สอดไส้เนื้อมะพร้าวอ่อนหรือกระฉีก คลุกด้านนอกด้วยข้าวพองกรอบ และท็อปด้วยมะพร้าวทึนทึกนึ่งตัดเกลือ
.
ถั่วตัดกระบก (Wild Almond Brittle): เมล็ดกระบกคั่วผสมน้ำผึ้งป่าที่เคี่ยวกับน้ำตาล ท็อปด้วยเกลือจากบ่อเกลือโบราณจังหวัดน่าน
.
ไหมฟ้าน้ำผึ้งป่า (Wild Honey Cotton Candy Stuffed with Cashews): ขนมไหมฟ้าหรือหนวดมังกร ที่ดึงน้ำผึ้งป่าในแป้งมันจนเป็นเส้นฝอยคล้ายสายไหม สอดไส้เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วผสมน้ำตาลมะพร้าว
วุ้นตาลกับไอติมกะทิ (Toddy Palm Jelly with Coconut Milk Ice Cream): วุ้นจากเนื้อลูกตาลยีผสมน้ำปูนใส ราดน้ำกะทิข้น เสิร์ฟคู่กับจาวมะพร้าวเชื่อมและไอศกรีมกะทิ
📍 Visit: Oct-2026
💰 The Boss's Bill: AD
🌐 Booking:
https://www.akkeerestaurant.com/reservation
🗺 แผนที่:
https://maps.google.com/?cid=6859920775883238055
⌨️ เว็บไซต์ร้าน:
https://www.akkeerestaurant.com
#บอสพาชิม #eatliketheboss #Gastronomy #FineDining #AKKEE #Nonthaburi #michelinguide #michelinstar #tatlerdining #bestchefaward
[SR] 🕶️ บอสพาชิม in Nonthaburi: AKKEE (อัคคี) - สำรับเมืองนักปราชญ์
บอสกลับมาเยือน "อัคคี" (AKKEE Thai Delicacies & Tasting Counter) อีกครั้ง และคราวนี้สัมผัสได้ทันทีว่าร้านมีความเป็นตัวเองมากขึ้น ทิศทางขยับเข้าใกล้ความเป็นไฟน์ไดนิ่งมากขึ้น แต่กลับเลือกนำอาหารพื้นถิ่นมา Refine และนำเสนอรสชาติอย่างตรงไปตรงมา เป็นการทำตามหัวใจ และตั้งใจเผยแพร่อาหารเมืองอุบลฯ อย่างแท้จริงครับ
อัคคีซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบในย่านชานเมืองและเป็นข้อพิสูจน์ว่าร้านที่ดีจริงสามารถดึงนักชิมให้ออกมาถึงชานเมืองได้
บนถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อัคคีร้านเริ่มต้นจากแพสชันของเชฟที่หลงใหลทั้งคราฟต์เบียร์และตำราอาหารโบราณ จากลานเบียร์ วันนี้อัคคีกลายเป็นร้าน Fine Dining เต็มรูปแบบระดับ 1 MICHELIN Star ที่รายล้อมด้วยสวนผัก เล้าไก่ และฟาร์มแมลงของเชฟเอง นี่เป็น Farm to Table ที่จับต้องได้จริง
หัวใจของร้านคือความซื่อตรงต่อรากเหง้าของ "สำรับ" และการใช้วัตถุดิบในประเทศ 100% (Domestically Sourced) อัคคีจึงเปรียบเสมือนหอจดหมายเหตุที่มีชีวิต ที่ตั้งใจรื้อฟื้นตำรับอาหารไทยที่เลือนหายไปตามกาลเวลา ในครัวยังมีระบบ Zero-Waste Loop ที่หมุนเวียนครบวง เศษอาหารถูกนำไปเลี้ยงแมลงในแล็บ ส่วนที่เหลือให้หนอนช่วยย่อยสลาย แล้วนำหนอนไปเป็นอาหารไก่อีกต่อหนึ่ง
ผู้อยู่เบื้องหลังคือ เชฟอู๋-สิทธิกร จันทป (Sittikorn "Au" Chantop) เชฟหนุ่มคนอุบลที่โตมากับโปรตีนท้องถิ่นอย่างดักแด้ มด และไข่มดแดงตั้งแต่เด็ก เชฟได้แรงบันดาลใจจากตำราอาหารยุคเก่า และกล้าหยิบวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างการกินแมลงขึ้นมายกระดับสู่ Fine Dining จนคว้ารางวัล MICHELIN Young Chef Award 2025 มาครอง
ซีซั่นนี้อัคคีเล่าเรื่องผ่าน "สำรับเมืองนักปราชญ์" (Samrub Mueang Nak Prach) ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของฤดูฝนในอุบลราชธานี ทั้งปลาแม่น้ำและไข่ปลาจากแม่น้ำมูล เห็ดป่าที่ขึ้นเฉพาะช่วงที่ฝน ความชื้น และดินสมดุลกัน และ "ต่ออ่อน" (Wasp Larvae) วัตถุดิบหายากที่ตัวอ่อนระยะแรกจะนุ่ม หวานมันคล้ายครีม ส่วนตัวที่โตกว่าจะเนื้อแน่นและรสเข้มข้นกว่า การเก็บรังต่อให้ถูกจังหวะจึงต้องอาศัยความเข้าใจฤดูกาลอย่างลึกซึ้ง
ก่อนเริ่มมื้อ แขกจะได้เดินชมสวนและ "แกลเลอรีแมลงกินได้" ซึ่งช่วยเปิดใจก่อนเจอวัตถุดิบท้องถิ่นได้ดี ระหว่างมื้อ บริกรนำวัตถุดิบแปลกตามาพรีเซนต์ในทุกจาน พร้อมเล่าที่มาของตำราโบราณและภูมิปัญญาการหมักดองได้อย่างชัดเจน ทำให้การมาเยือนครั้งนี้สนุกมากครับ
แพริ่งของที่นี่กล้าออกนอกกรอบ เพราะสำรับหนึ่งมีอาหารหลายจาน และ Appetizer ก็เสิร์ฟมาพร้อมกันทีละหลายจาน เครื่องดื่มจึงมาหลายแก้วได้ ทางร้านเน้นสาโทและเบียร์ ทั้งจากผู้ผลิตในนนทบุรีที่ตั้งของร้าน และจากอุบลราชธานี ตัวที่น่าสนใจคือสุราชุมชนที่ใช้ผักแขยงในการผลิต ทำให้มีกลิ่นเข้ากับอาหารได้ดี สาโทสูตรพิเศษของอัคคี และเหล้ากลั่นจากโป๊ยกั๊กที่ใช้เป็น Digestif
จานแมลงที่เป็นของขึ้นชื่อก็ดีขึ้นชัดเจน จากเดิมที่ Refine อยู่แล้ว ตอนนี้ทำได้เนี้ยบขึ้น มีการถอดเครื่องในออกทำให้รสสะอาดขึ้น แต่ที่น่าชื่นชมที่สุดคือการบาลานซ์รสทั้งสำรับ มีทั้งจานที่เปรี้ยวนำ หวานนำ และเค็มนำอย่างอาหารอีสาน ทำให้สำรับออกมาครบรสและสมดุลครับ
🍽️ ศิลปะแห่งรสชาติในมื้อนี้:
เริ่มสำรับ / Amuse-Bouche
Welcome Drink: คอมบูฉะกับไซรัปลูกตะคร้อ
เมี่ยงเค็มบักนัดเมืองอุบล (Savory Preserved Pineapple in Lotus Petal): เมี่ยงคำที่เสิร์ฟบนกลีบดอกบัว ใช้ "เค็มบักนัด" หรือสับปะรดหมักเกลือกับปลาของดีเมืองอุบลฯ ที่ร้านทำเองและบ่มนานราวหนึ่งเดือน ท็อปด้วยหอมแดงซอย คอหมูย่าง และกระเทียมเจียว รสเปรี้ยวโปร่งนำมาก่อน ตามด้วยหวาน แล้วปิดด้วยเค็ม หอมกลิ่นกระเทียมเจียว รากบัวทอดช่วยเพิ่มความกรุบ ตัดกับความเด้งของคอหมูย่างได้ดี
ส้มไข่ปลาปึ่ง (Grilled Black Ear Catfish with Fermented Roe): เสิร์ฟบนหนังปลากรายทอดกรอบ ด้านบนเป็นปลาปึ่งย่างเกลือ (ปลาปึ่งคือชื่อท้องถิ่นของปลาเทโพ สัตว์น้ำประจำจังหวัดอุบลราชธานี) ส้มไข่ปลาปึ่ง (ไข่ปลาหมักเกลือและกระเทียมแบบอีสาน) แตงกวา ต้นหอมซอย และพริกแดงซอย กลิ่นปลาแม่น้ำชัดเจน หนังปลากรายไม่เหนียว กรอบฟู คำนี้ไม่ค่อยออกเปรี้ยว (ส้ม) แต่ให้รสเค็มนำ
ลาบหมากจองเคียงเอ็นแก้วกรอบ (Malva Nut Larb with Crispy Tendon): ลาบหมากจอง หรือ ลูกสำรอง ปรุงด้วยเครื่องลาบ เสิร์ฟบนเอ็นแก้ววัวต้มสมุนไพรแล้วนำไปทอดกรอบในน้ำมันหมู ท็อปด้วยผักชีใบเลื่อย (ผักชีฝรั่ง) เอ็นทอดมาได้เบามาก ตัวลาบรสเบา เปรี้ยวนำแล้วตามด้วยเค็ม เท็กซ์เจอร์ลื่นหนึบของสำรองตัดกับความฟูกรอบของเอ็นได้อย่างสนุก
อาหารว่าง / Appetizer
ซุบหน่อไม้กระบกป่า (Isan Bamboo Shoot Salad with Wild Almonds): ซุบหน่อไม้ใช้เบสน้ำต้มใบย่านาง ใส่หน่อไม้ป่า หอยแม่น้ำอย่างหอยทราย และกระบกป่าคั่ว (Wild Almond) โรยด้วยผักแขยง (Rice Paddy Herb) กลิ่นผักแขยงหอมนำแต่ไม่ฉุนมาก รสเค็มนำ ตามด้วยรสใบย่านางและเผ็ดอ่อนๆ หอยหนึบ ลูกกระบกกรุบ และความมันของกระบกช่วยเชื่อมทุกรสให้เข้ากัน
อั่วกบ (Grilled Frog Leg Stuffed with Herbs and Pork): ขากบยัดไส้ (อั่ว) ด้วยเนื้อกบปรุงรสผสมมันหมู ย่างบนเตาถ่าน เนื้อกบเด้ง กลิ่นเครื่องแกงชัด และเผ็ดร้อนมากๆ เป็นของทานเล่นที่อร่อยมากแต่รสร้อนแรง แนะนำให้จิบสาโทตามครับ
ข้าวจี่ (Grilled Sticky Rice Stuffed with Quail Egg): ข้าวจี่สอดไส้ไข่นกกระทา โรยผงปรุงรสจากกุ้งป่น งาขาวคั่วบด และสาหร่ายเทา (สาหร่ายน้ำจืดพื้นบ้านอีสาน) หอมกลิ่นข้าวเหนียวย่าง มีความมันจากไข่แดงเข้ามาเติม
กับข้าว / Main Course
อู๋ต่ออ่อน (Thick Isan Curry with Wasp Larvae, Herbs, and Seasonal Vegetables): 🕶️ "จานนี้อร่อยจนบอสต้องขอถอดแว่นชิม" อู๋ (หรืออุ) คือแกงพื้นบ้านอีสานน้ำขลุกขลิก จานนี้ใช้ต่ออ่อนเป็นโปรตีนหลัก ต่ออ่อนแต่ละช่วงวัยให้รสต่างกัน ตั้งแต่นุ่มครีมมี่ไปจนถึงเข้มข้น สีเขียวมาจากไข่ผำ (พืชน้ำเม็ดจิ๋ว) กลิ่นผักชีลาวขึ้นชัด รสชาติไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลย ออกแนวสดชื่น เขียวนำ คล้ายแกงอ่อม เค็มอ่อนๆ นำ หวานนิดๆ ตัวต่อหนึบ มัน และกรุบเด้งโดยไม่แข็ง
หมกเห็ดป่าไข่เป็ดนา (Wild-Foraged Mushrooms with Herbs and Field Duck Eggs in a Gurjan Leaf): หมกเห็ดโคนและเห็ดไข่ ตามฤดูกาลกับไข่เป็ดนา ห่อใบยางนา (Gurjan Leaf) ท็อปด้วยหนังเป็ดทอดกรอบ เห็ดโคนและเห็ดไข่ให้ความกรุบ รสอูมามินัว มีไข่ช่วยเชื่อมรส ความหวานอูมามิของจานนี้ทำหน้าที่เบรกรสเผ็ดในสำรับได้ดีครับ
ปลาแม่น้ำชีต้มผักแขยง (Chi River Fish Soup with Rice Paddy Herb): ซุปใสจากปลาแม่น้ำชี โดยใช้ปลาปึ่ง ต้มกับผักแขยงเพื่อชูความหอม เติมรสเปรี้ยวจากผักดองและใบมะขามอ่อน เนื้อปลานุ่ม มีกลิ่นปลาแม่น้ำ หอมผักแขยง เปรี้ยวอ่อนๆ จากใบมะขาม ได้สามรสเบาๆ ทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน
เนื้อขั้วตับย่างกับแจ่วตะคร้อและหมากเม่า (Grilled Hanger Steak with Sour Takho Fruit Relish): เนื้อย่างเสิร์ฟบนลิ้นฟ้า (ฝักเพกา) ดองน้ำปลา รองด้วยแจ่วตะคร้อ ท็อปด้วยเนื้อตะคร้อสดและต้นหอมซอย เคียงผักดองโฮมเมด (ต้นหอม ดอกกระเจียว ไหลบัว ขมิ้นขาว) รสหวานมาจากผักดองและหอมแดง ส่วนแจ่วให้ทั้งเค็ม เผ็ด และขม เสริมด้วยรสจากฝักเพกาดองน้ำปลา เนื้อหนึบหนับตามสไตล์ของส่วนนี้ มีเท็กซ์เจอร์ให้เคี้ยวแต่ไม่เหนียว กลิ่นและความเข้มข้นของเนื้อชัดเจน
หม่ำคั่วสมุนไพรและขมิ้นขาวดอง (Stir-Fried Fermented Pork with Pickled White Turmeric and Herbs): หม่ำ (เนื้อหมักแบบอีสาน) เนื้อสัมผัสเข้มข้น ที่นี่นำไปคั่วกับเลือดหมู ทำให้มีกลิ่นอายคล้ายลาบเหนือนิดๆ ท็อปด้วยขมิ้นขาวดองช่วยตัดรส หม่ำรสเค็มนำ เปรี้ยว ไม่ค่อยเผ็ด หอมกลิ่นพริกคั่วและขมิ้น รสไม่ร้อนมาก
ขนมหวาน / Dessert
จานล้างปาก: ลูกหม่อนคอมเพรสกับชะลูด (เปลือกไม้หอมที่ใช้อบขนมไทย) เสิร์ฟกับพริกเกลือส้มซ่า
ข้าวเม่าคลุก (Young Pounded Rice with Coconut): ข้าวเม่ามูลน้ำกะทิ สอดไส้เนื้อมะพร้าวอ่อนหรือกระฉีก คลุกด้านนอกด้วยข้าวพองกรอบ และท็อปด้วยมะพร้าวทึนทึกนึ่งตัดเกลือ
.
ถั่วตัดกระบก (Wild Almond Brittle): เมล็ดกระบกคั่วผสมน้ำผึ้งป่าที่เคี่ยวกับน้ำตาล ท็อปด้วยเกลือจากบ่อเกลือโบราณจังหวัดน่าน
.
ไหมฟ้าน้ำผึ้งป่า (Wild Honey Cotton Candy Stuffed with Cashews): ขนมไหมฟ้าหรือหนวดมังกร ที่ดึงน้ำผึ้งป่าในแป้งมันจนเป็นเส้นฝอยคล้ายสายไหม สอดไส้เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วผสมน้ำตาลมะพร้าว
วุ้นตาลกับไอติมกะทิ (Toddy Palm Jelly with Coconut Milk Ice Cream): วุ้นจากเนื้อลูกตาลยีผสมน้ำปูนใส ราดน้ำกะทิข้น เสิร์ฟคู่กับจาวมะพร้าวเชื่อมและไอศกรีมกะทิ
📍 Visit: Oct-2026
💰 The Boss's Bill: AD
🌐 Booking: https://www.akkeerestaurant.com/reservation
🗺 แผนที่: https://maps.google.com/?cid=6859920775883238055
⌨️ เว็บไซต์ร้าน: https://www.akkeerestaurant.com
#บอสพาชิม #eatliketheboss #Gastronomy #FineDining #AKKEE #Nonthaburi #michelinguide #michelinstar #tatlerdining #bestchefaward
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้