แกงฮังเล มาจากเมนูแกงฮินเลของพม่าจริงหรือ?



แกงฮังเล : อาหารแห่งงานบุญของชาวล้านนา และข้อถกเถียงเรื่องต้นกำเนิด

แกงฮังเล เป็นอาหารยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของชาวล้านนา ในอดีตแกงฮังเลจัดเป็นอาหารสำหรับงานบุญและงานมงคล มากกว่าจะเป็นอาหารที่ปรุงรับประทานในชีวิตประจำวัน เนื่องจากวัตถุดิบสำคัญอย่างเครื่องเทศมีราคาค่อนข้างสูง ต้องใช้เนื้อหมูจำนวนมาก และใช้เวลาเคี่ยวนานหลายชั่วโมงกว่าจะได้รสชาติที่กลมกล่อม
.
ด้วยเหตุนี้แกงฮังเลจึงมักปรากฏอยู่ในงานสำคัญต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ งานปอยหลวง งานทำบุญวัด และงานต้อนรับแขกผู้ใหญ่ สำหรับชาวล้านนา การมีแกงฮังเลอยู่ในสำรับอาหารถือเป็นการแสดงถึงฐานะ ความเอื้อเฟื้อ และเกียรติยศของเจ้าภาพ
.
นอกจากนี้ แกงฮังเลที่เหลือจากการรับประทานยังสามารถนำมาดัดแปลงเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “แกงโฮะ” โดยนำมาปรุงร่วมกับวุ้นเส้นและผักพื้นบ้านต่าง ๆ เช่น มะเขือพวง ถั่วฝักยาว หรือหน่อไม้ จนเกิดเป็นอาหารรสชาติใหม่ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
.
ทำไมแกงฮังเลจึงใช้หมูเป็นวัตถุดิบหลัก

ในอดีตหมูถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญของชุมชนล้านนา ขณะที่วัวมักถูกสงวนไว้ใช้แรงงานทางการเกษตร ส่วนไก่มีขนาดเล็กและให้เนื้อน้อย การเลี้ยงหมูจึงตอบโจทย์การจัดงานบุญและงานเลี้ยงขนาดใหญ่ได้ดีกว่า แกงฮังเลจึงนิยมใช้หมูสามชั้น หมูเนื้อแดง และหนังหมู มาเคี่ยวเป็นเวลาหลายชั่วโมงจนเนื้อนุ่มและไขมันละลายเข้ากับน้ำแกง
.
ลักษณะเด่นของแกงฮังเลคือเป็นแกงที่ไม่ใส่กะทิ แต่ใช้น้ำจากการเคี่ยวเนื้อหมูเป็นหลัก มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ดเล็กน้อย ได้กลิ่นหอมจากเครื่องเทศและสมุนไพรต่าง ๆ เช่น ขิง กระเทียม หอมแดง และผงฮังเล ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้แกงชนิดนี้มีเอกลักษณ์แตกต่างจากแกงไทย
.
ต้นกำเนิดของแกงฮังเลมาจากชาวไทใหญ่และพม่าจริงหรือไม่

ประเด็นเรื่องต้นกำเนิดของแกงฮังเลยังคงเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันในวงวิชาการด้านประวัติศาสตร์อาหาร
.
นักวิชาการบางส่วนสันนิษฐานว่าแกงฮังเลของล้านนาอาจมีความสัมพันธ์กับ “แกงฮินเล” ของชาวไทใหญ่และพม่า เนื่องจากชื่อและลักษณะการปรุงอาหารมีความคล้ายคลึงกัน โดยมีคำอธิบายว่าในภาษาพม่า คำว่า “ฮิน” หมายถึง “แกง” ส่วนคำว่า “เล” หมายถึง “เนื้อสัตว์” จึงอาจเป็นที่มาของชื่อ “ฮังเล” ประกอบกับในอดีตผู้คนในดินแดนล้านนา พม่า และกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ มีความสัมพันธ์ทางการเมือง การค้า และการโยกย้ายถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน จนเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหาร
.
นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าแกงฮังเลมีลักษณะหลายประการที่ไม่ค่อยพบในแกงไทยดั้งเดิม เช่น การใช้เครื่องเทศแห้งจำนวนมาก การไม่ใช้กะทิ การเคี่ยวนาน และการใช้ยี่หร่าและลูกผักชีเป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งลักษณะเหล่านี้พบได้มากในอาหารของชาวไทใหญ่และพม่าตอนบน
.
ภายหลังได้มีการศึกษาข้อมูลด้านภาษาและวัฒนธรรมอาหารเพิ่มเติม จึงพบความขัดแย้งเกี่ยวกับข้อมูล ซึ่งพบว่า "แกงฮังเล" ของชาวล้านนา ในภาษาพม่าจะเรียกว่า "แวะตาฮีน" โดยคำว่า "แวะตา" หมายถึง "เนื้อหมู" ส่วนคำว่า "ฮีน" หมายถึง "แกง" ความหมายโดยรวมจึงหมายถึง "แกงหมู" และหากใช้เนื้อวัวเป็นวัตถุดิบก็เรียกว่า "อะแมตาน" ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับแกงฮังเลของชาวล้านนา
.
นอกจากนี้จากการรวบรวมข้อมูลที่มีผู้ได้ทำการศึกษายังพบว่า "ฮินเล" ในภาษาพม่าไม่ได้หมายถึง "แกงฮังเล" แต่หมายถึงการนำแกงหรืออาหารที่เหลือจากหลายเมนูมาปรุงรวมกันใหม่ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับ “แกงโฮะ” ของล้านนามากกว่า
.
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า "แวะตาฮีน" ในภาษาพม่ามีความหมายตรงกับ "แกงฮังเล" ในขณะที่ "ฮินเล" ในภาษาพม่ามีความหมายตรงกัน "แกงโฮ๊ะ" ในความหมายของคนล้านนา ด้วยเหตุนี้นักวิชาการบางท่านจึงมองว่า แม้แกงฮังเลของล้านนาอาจได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอาหารของพม่าและชาวไทใหญ่ แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง “แกงฮังเล” กับ “แกงฮินเล” ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม
.

ที่มา  Thai Cuisine History
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่