
สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันอยากมาแชร์ประสบการณ์การไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศ New Zealand เป็นเวลา 1 เดือนให้กับเพื่อน ๆ นะคะ
เผื่อมีใครสนใจการไปเรียนที่นิวซีแลนด์ จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
การไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ New Zealand ครั้งนี้ เป็นการไปเรียนและอยู่ไกลบ้านเป็นเวลานานครั้งแรกของฉัน โดยการไปรอบนี้มีอาจารย์ที่โรงเรียนและ Staff คอยดูแลตั้งแต่ไปจนกลับค่ะ เนื่องจากมีทั้งเด็กประถมปลายและมัธยมไปพร้อมๆ กันหลายชีวิต
การเตรียมตัว
ก่อนไป อาจารย์จะคอยสื่อสารเรื่องการเตรียมตัวเรื่องต่าง ๆ ทั้งด้านเอกสาร อากาศ (เราไปปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศอยู่ที่ 10 องศา บวก ลบ ค่ะ บางวันหนาว บางวันอุ่น แต่ก็ไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวตัวหนามาก อากาศกำลังดี) การจัดกระเป๋า และการเตรียมสิ่งของไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน รวมถึงของขวัญต่าง ๆ เพื่อให้ Host family, Buddy, อาจารย์ (เรื่องของขวัญ แนะนำให้เตรียมเผื่อไปเยอะ ๆ เลยค่ะ ของฉันขนาดเตรียมเยอะแล้วยังไม่พอ)
ฉันรู้รายละเอียดของ Host family ในช่วงก่อนเดินทางไม่กี่สัปดาห์ ได้เห็นรูปบ้านและได้อ่านเกี่ยวกับรายละเอียดของ Host แล้ว น่าจะตรงกับจดหมายแนะนำตัวที่ฉันเขียนไปว่าฉันชอบทำกิจกรรม Outdoor พอได้เห็นรูปและจดหมายแนะนำตัว Host Family แล้ว ฉันคิดว่าฉันน่าจะเข้ากับ Host ได้เป็นอย่างดี
ตอนไปถึงและการใช้ชีวิต
ในช่วงแรกที่ไปถึง เนื่องจากอากาศเย็นเพราะฝนตกทำให้ฉันเป็นหวัด และบรรยากาศเงียบเหงา ทำฉันคิดถึงครอบครัวมากๆ ทำให้มีอาการ Home sick ในช่วงสัปดาห์แรก แต่ Host family ก็พยายามช่วยมากที่สุดในทุก ๆ เรื่อง ทำให้รู้ว่าเขาเอาใจใส่ฉันจริงๆ ทั้งเรื่องการนอน (เอาตุ๊กตามาให้กอดแก้เหงา) คอยมาถามเรื่องการปรับตัวกับโรงเรียน ชวนทำอาหารกับลูก Host และหากิจกรรมทำหลังเลิกเรียน ซึ่งช่วยให้ฉันปรับตัวได้เร็วและได้พัฒนาตัวเองหลายเรื่องมากๆ
ฉันพูดภาษาอังกฤษเก่งขึ้น (ก่อนไปพอพูดสื่อสารได้อยู่แล้ว) ได้ฝึกวินัยและพึ่งพาตนเองเป็นมากขึ้นมาก เช่น การทำโปรเจคการบ้าน , การฝึกบริหารเวลาจากตารางกิจกรรม ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน, การขึ้นรถ school bus ไป/กลับโรงเรียนเอง (ปกติอยู่ทีไทยมีคุณพ่อคุณแม่ช่วยดูแลและรับส่งไปโรงเรียน) ฉันต้องตื่นนอน จัดเตียง และล้างกระติกน้ำเอง ช่วงแรกก็กังวลจนนอนไม่หลับ เพราะกลัวตื่นสาย แต่ผ่านมาได้ด้วยดีหลังจากปรับตัวได้แล้ว
อีกสิ่งนึงที่ฉันคิดว่าทำได้ดีคือ การบริหารจัดการเงิน เพราะนอกจากต้องแบ่งเงินสำรองเก็บเป็นเงินสดที่ต้องดูแลเองแล้ว ยังต้องบริหารเงินในบัญชีที่คุณแม่ใส่ในบัตร Travel card เพื่อให้ใช้พอได้ตลอด 1 เดือนอีกด้วย ที่ New Zealand ร้านค้าส่วนใหญ่รับ Travel card นะคะ ฉันแทบไม่ได้ใช้เงินสดเลย แต่ก็เก็บเงินสดติดไว้ในกระเป๋าเงิน เผื่อใช้ได้ตอนฉุกเฉิน
นอกจากนี้ การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ยังต้องบริหารพื้นที่ประเป๋าเดินทางขากลับด้วย ดูว่าสิ่งไหนจำเป็นและไม่จำเป็นในการซื้อ เพื่อนฉันหลายคนต้องเพิ่มกระเป๋าเล็กหรือถือบางอย่างขึ้นเครื่อง ฉันเองก็มีของเพิ่มจากการซื้อของฝากและของที่ระลึก ใส่เกือบไม่พอเลย
Host family
Host family ของฉันนั้นน่ารักมาก อบอุ่น เป็นกันเอง และใจดี ในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน ฉันได้ทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น พาหมาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ, ไปชายหาดใกล้ๆ, ไปเดินเล่นในป่าหลังบ้านกับลูกของ host (นับเป็นประสบการณ์ที่สนุกและแปลกใหม่มากๆ เจอนกแปลกๆ มากมาย มีเห็ดสวย ๆ ให้ดูตลอดทาง และได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย) บางวันก็ไปซื้อของที่ซูเปอร์มาเก็ต
ส่วนในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ Host ก็จะพาไปเที่ยวที่ต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ของประเทศนิวซีแลนด์, ลานโบว์ลิ่ง, หลุมหลบภัยของทหารในยุคสงครามโลก, ดูโชว์ Mama Mia ที่ Kristin School และทำกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย
ในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 13 ของฉัน (หลังจากฉันไปนิวซีแลนด์ได้ 11 วัน) Host ก็ให้ของขวัญวันเกิดพร้อมการ์ดและพาไปฉลองวันเกิดที่ Bounce อย่างสนุกสนาน รวมถึงได้เป่าเค้กด้วย นับเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากๆที่ฉันจะไม่มีวันลืมวันเกิดปีนี้เลย
โรงเรียน
โรงเรียนที่ฉันไปเรียน คือ โรงเรียน Albany Junior High School การเรียนจะเป็นการเดินเรียน และ เด็กทุกคนจะข้าวเที่ยงไปกินเองซึ่งค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับฉัน มีของให้ซื้อบ้าง แต่น้อยมาก ส่วนใหญ่ทุกคนจะเอามาเอง แล้วแต่ว่าเป็นครอบครัวชาติไหน ส่วนของฉัน Host จัดให้เต็มที่ ตั้งแต่ผลไม้ ขนม ไปจนถึงกระทั่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เผื่อวันที่เบื่ออาหารฝรั่งจริง ๆ
ที่โรงเรียน นักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนจะมี Buddy ประกบทุกคน เพื่อจะทำให้ปรับตัวกับโรงเรียนได้เร็วขึ้น Buddy ของฉันน่ารักมาก รวมไปถึงเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ใจดีและ friendly มากๆ คุณครูก็ใจดีและสอนดี ทำให้ฉันมีความสุขในทุกวันที่มาเรียน โดยเฉพาะ การเรียน class Whanau และ Cooking ทำให้ได้เจอเพื่อนจากห้องอื่นๆด้วย
สิ่งที่แตกต่างอีกอย่างหนึ่งของการเรียนที่นี่คือ เด็ก ๆ ทุกคนห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน ซึ่งเป็นกฏที่เคร่งครัดมาก ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ฉันเห็นว่าการไม่ได้ใช้มือถือในโรงเรียน ถึงแม้จะยุ่งยากในช่วงแรก แต่ก็ทำให้ไม่ต้องกังวลและมีเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่นได้อีกมาก เช่น เล่นกีฬา หรือ พูดคุยกับเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน
ความทรงจำ
การที่ฉันได้มีโอกาสใช้ชีวิตที่ New Zealand เป็นเวลา 1 เดือนนั้น นับเป็นการเปิดประสบการณ์ชีวิตให้กับตัวเองและมีความสุขมากๆ ทั้งการใช้ชีวิตที่บ้าน Host และที่โรงเรียน เพื่อนๆที่โรงเรียนก็น่ารักมาก ครูในแต่ละชั้นเรียนก็ใจดี ดูแลและสอนได้ดีมาก ฉันยังจำการแสดง Haka ของนักเรียนที่มาแสดงต้อนรับเด็กนักเรียนไทยได้เป็นอย่างดี เป็นการแสดงที่สวยงามและแปลกใหม่มาก การมาเรียนครั้งนี้ ทำให้ฉันได้ฝึกวินัยในตนเอง และมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ต้องบริหารเวลาและช่วยเหลือตนเองในเรื่องต่าง ๆ ได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตของนักเรียนที่ New Zealand การปรับตัวกับผู้คนใหม่ๆ คนสำคัญที่ฉันอยากขอบคุณที่ทำให้การมาเรียนที่ New Zealand ในครั้งนี้อบอุ่นและราบรื่นมากคือ Host Mum ที่ดูแล พาไปเที่ยว สอนทำอาหาร และทำอาหารอร่อยๆให้ทาน ขอบคุณลูก Host ที่พาทำกิจกรรมสนุกๆ ทำให้ทุกๆวันไม่น่าเบื่อ ได้เล่นสนุก ตื่นเต้นจนไม่มีอาการ Home sick อีกเลย ขอบคุณ Host dad ที่ปิ้งอาหารอร่อยๆให้ทาน ทำให้บรรยากาศสดใส รวมถึงคุณปู่คุณย่าที่แวะมาทานอาหารช่วงเสาร์อาทิตย์ และเล่าเรื่องราวความทรงจำเกี่ยวกับประเทศไทยให้ฉันฟัง ขอขอบคุณเพื่อนของ Host family ที่ดูแลเทคแคร์และต้อนรับฉันเป็นอย่างดี และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณอาจารย์และ staff ผู้ดูแลทริปที่คอยเอาใจใส่ฉันและเพื่อน ๆ ทุกวัน ๆ ตลอดทริป ฉันจะเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ในความทรงจำ และนำประสบการณ์ที่ได้ไปพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น ถ้าหากเป็นไปได้ ฉันจะกลับไปเยี่ยม New Zealand ประเทศที่สวยงามใหม่อีกครั้ง
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ
ด้านล่างคือรูปที่ฉันถ่ายระหว่างการเดินทางครั้งนี้ค่ะ

ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์

ดูละคร Mama Mia ที่ Kristin School

หมาน้อยของ Host

รูปเห็ดที่ถ่ายจากการวิ่งเล่นในป่าหลังบ้าน

พักเหนื่อยจากการเดินไปดูหลุมหลบภัย

ตอนที่ไปถึง เป็นฤดูเก็บส้มพอดี เลยได้ไปเก็บส้มด้วย

รูปสุดท้าย ไปเที่ยวบ้านเพื่อน Host มี Pond ใหญ่ ๆ ให้พาย Paddle board เล่น พระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมาก เค้าเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานด้วยค่ะ
หนึ่งเดือนใน New Zealand
สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันอยากมาแชร์ประสบการณ์การไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศ New Zealand เป็นเวลา 1 เดือนให้กับเพื่อน ๆ นะคะ
เผื่อมีใครสนใจการไปเรียนที่นิวซีแลนด์ จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
การไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ New Zealand ครั้งนี้ เป็นการไปเรียนและอยู่ไกลบ้านเป็นเวลานานครั้งแรกของฉัน โดยการไปรอบนี้มีอาจารย์ที่โรงเรียนและ Staff คอยดูแลตั้งแต่ไปจนกลับค่ะ เนื่องจากมีทั้งเด็กประถมปลายและมัธยมไปพร้อมๆ กันหลายชีวิต
การเตรียมตัว
ก่อนไป อาจารย์จะคอยสื่อสารเรื่องการเตรียมตัวเรื่องต่าง ๆ ทั้งด้านเอกสาร อากาศ (เราไปปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศอยู่ที่ 10 องศา บวก ลบ ค่ะ บางวันหนาว บางวันอุ่น แต่ก็ไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวตัวหนามาก อากาศกำลังดี) การจัดกระเป๋า และการเตรียมสิ่งของไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน รวมถึงของขวัญต่าง ๆ เพื่อให้ Host family, Buddy, อาจารย์ (เรื่องของขวัญ แนะนำให้เตรียมเผื่อไปเยอะ ๆ เลยค่ะ ของฉันขนาดเตรียมเยอะแล้วยังไม่พอ)
ฉันรู้รายละเอียดของ Host family ในช่วงก่อนเดินทางไม่กี่สัปดาห์ ได้เห็นรูปบ้านและได้อ่านเกี่ยวกับรายละเอียดของ Host แล้ว น่าจะตรงกับจดหมายแนะนำตัวที่ฉันเขียนไปว่าฉันชอบทำกิจกรรม Outdoor พอได้เห็นรูปและจดหมายแนะนำตัว Host Family แล้ว ฉันคิดว่าฉันน่าจะเข้ากับ Host ได้เป็นอย่างดี
ตอนไปถึงและการใช้ชีวิต
ในช่วงแรกที่ไปถึง เนื่องจากอากาศเย็นเพราะฝนตกทำให้ฉันเป็นหวัด และบรรยากาศเงียบเหงา ทำฉันคิดถึงครอบครัวมากๆ ทำให้มีอาการ Home sick ในช่วงสัปดาห์แรก แต่ Host family ก็พยายามช่วยมากที่สุดในทุก ๆ เรื่อง ทำให้รู้ว่าเขาเอาใจใส่ฉันจริงๆ ทั้งเรื่องการนอน (เอาตุ๊กตามาให้กอดแก้เหงา) คอยมาถามเรื่องการปรับตัวกับโรงเรียน ชวนทำอาหารกับลูก Host และหากิจกรรมทำหลังเลิกเรียน ซึ่งช่วยให้ฉันปรับตัวได้เร็วและได้พัฒนาตัวเองหลายเรื่องมากๆ
ฉันพูดภาษาอังกฤษเก่งขึ้น (ก่อนไปพอพูดสื่อสารได้อยู่แล้ว) ได้ฝึกวินัยและพึ่งพาตนเองเป็นมากขึ้นมาก เช่น การทำโปรเจคการบ้าน , การฝึกบริหารเวลาจากตารางกิจกรรม ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน, การขึ้นรถ school bus ไป/กลับโรงเรียนเอง (ปกติอยู่ทีไทยมีคุณพ่อคุณแม่ช่วยดูแลและรับส่งไปโรงเรียน) ฉันต้องตื่นนอน จัดเตียง และล้างกระติกน้ำเอง ช่วงแรกก็กังวลจนนอนไม่หลับ เพราะกลัวตื่นสาย แต่ผ่านมาได้ด้วยดีหลังจากปรับตัวได้แล้ว
อีกสิ่งนึงที่ฉันคิดว่าทำได้ดีคือ การบริหารจัดการเงิน เพราะนอกจากต้องแบ่งเงินสำรองเก็บเป็นเงินสดที่ต้องดูแลเองแล้ว ยังต้องบริหารเงินในบัญชีที่คุณแม่ใส่ในบัตร Travel card เพื่อให้ใช้พอได้ตลอด 1 เดือนอีกด้วย ที่ New Zealand ร้านค้าส่วนใหญ่รับ Travel card นะคะ ฉันแทบไม่ได้ใช้เงินสดเลย แต่ก็เก็บเงินสดติดไว้ในกระเป๋าเงิน เผื่อใช้ได้ตอนฉุกเฉิน
นอกจากนี้ การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ยังต้องบริหารพื้นที่ประเป๋าเดินทางขากลับด้วย ดูว่าสิ่งไหนจำเป็นและไม่จำเป็นในการซื้อ เพื่อนฉันหลายคนต้องเพิ่มกระเป๋าเล็กหรือถือบางอย่างขึ้นเครื่อง ฉันเองก็มีของเพิ่มจากการซื้อของฝากและของที่ระลึก ใส่เกือบไม่พอเลย
Host family
Host family ของฉันนั้นน่ารักมาก อบอุ่น เป็นกันเอง และใจดี ในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน ฉันได้ทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น พาหมาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ, ไปชายหาดใกล้ๆ, ไปเดินเล่นในป่าหลังบ้านกับลูกของ host (นับเป็นประสบการณ์ที่สนุกและแปลกใหม่มากๆ เจอนกแปลกๆ มากมาย มีเห็ดสวย ๆ ให้ดูตลอดทาง และได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย) บางวันก็ไปซื้อของที่ซูเปอร์มาเก็ต
ส่วนในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ Host ก็จะพาไปเที่ยวที่ต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ของประเทศนิวซีแลนด์, ลานโบว์ลิ่ง, หลุมหลบภัยของทหารในยุคสงครามโลก, ดูโชว์ Mama Mia ที่ Kristin School และทำกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย
ในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 13 ของฉัน (หลังจากฉันไปนิวซีแลนด์ได้ 11 วัน) Host ก็ให้ของขวัญวันเกิดพร้อมการ์ดและพาไปฉลองวันเกิดที่ Bounce อย่างสนุกสนาน รวมถึงได้เป่าเค้กด้วย นับเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากๆที่ฉันจะไม่มีวันลืมวันเกิดปีนี้เลย
โรงเรียน
โรงเรียนที่ฉันไปเรียน คือ โรงเรียน Albany Junior High School การเรียนจะเป็นการเดินเรียน และ เด็กทุกคนจะข้าวเที่ยงไปกินเองซึ่งค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับฉัน มีของให้ซื้อบ้าง แต่น้อยมาก ส่วนใหญ่ทุกคนจะเอามาเอง แล้วแต่ว่าเป็นครอบครัวชาติไหน ส่วนของฉัน Host จัดให้เต็มที่ ตั้งแต่ผลไม้ ขนม ไปจนถึงกระทั่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เผื่อวันที่เบื่ออาหารฝรั่งจริง ๆ
ที่โรงเรียน นักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนจะมี Buddy ประกบทุกคน เพื่อจะทำให้ปรับตัวกับโรงเรียนได้เร็วขึ้น Buddy ของฉันน่ารักมาก รวมไปถึงเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ใจดีและ friendly มากๆ คุณครูก็ใจดีและสอนดี ทำให้ฉันมีความสุขในทุกวันที่มาเรียน โดยเฉพาะ การเรียน class Whanau และ Cooking ทำให้ได้เจอเพื่อนจากห้องอื่นๆด้วย
สิ่งที่แตกต่างอีกอย่างหนึ่งของการเรียนที่นี่คือ เด็ก ๆ ทุกคนห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน ซึ่งเป็นกฏที่เคร่งครัดมาก ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ฉันเห็นว่าการไม่ได้ใช้มือถือในโรงเรียน ถึงแม้จะยุ่งยากในช่วงแรก แต่ก็ทำให้ไม่ต้องกังวลและมีเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่นได้อีกมาก เช่น เล่นกีฬา หรือ พูดคุยกับเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน
ความทรงจำ
การที่ฉันได้มีโอกาสใช้ชีวิตที่ New Zealand เป็นเวลา 1 เดือนนั้น นับเป็นการเปิดประสบการณ์ชีวิตให้กับตัวเองและมีความสุขมากๆ ทั้งการใช้ชีวิตที่บ้าน Host และที่โรงเรียน เพื่อนๆที่โรงเรียนก็น่ารักมาก ครูในแต่ละชั้นเรียนก็ใจดี ดูแลและสอนได้ดีมาก ฉันยังจำการแสดง Haka ของนักเรียนที่มาแสดงต้อนรับเด็กนักเรียนไทยได้เป็นอย่างดี เป็นการแสดงที่สวยงามและแปลกใหม่มาก การมาเรียนครั้งนี้ ทำให้ฉันได้ฝึกวินัยในตนเอง และมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ต้องบริหารเวลาและช่วยเหลือตนเองในเรื่องต่าง ๆ ได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตของนักเรียนที่ New Zealand การปรับตัวกับผู้คนใหม่ๆ คนสำคัญที่ฉันอยากขอบคุณที่ทำให้การมาเรียนที่ New Zealand ในครั้งนี้อบอุ่นและราบรื่นมากคือ Host Mum ที่ดูแล พาไปเที่ยว สอนทำอาหาร และทำอาหารอร่อยๆให้ทาน ขอบคุณลูก Host ที่พาทำกิจกรรมสนุกๆ ทำให้ทุกๆวันไม่น่าเบื่อ ได้เล่นสนุก ตื่นเต้นจนไม่มีอาการ Home sick อีกเลย ขอบคุณ Host dad ที่ปิ้งอาหารอร่อยๆให้ทาน ทำให้บรรยากาศสดใส รวมถึงคุณปู่คุณย่าที่แวะมาทานอาหารช่วงเสาร์อาทิตย์ และเล่าเรื่องราวความทรงจำเกี่ยวกับประเทศไทยให้ฉันฟัง ขอขอบคุณเพื่อนของ Host family ที่ดูแลเทคแคร์และต้อนรับฉันเป็นอย่างดี และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณอาจารย์และ staff ผู้ดูแลทริปที่คอยเอาใจใส่ฉันและเพื่อน ๆ ทุกวัน ๆ ตลอดทริป ฉันจะเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ในความทรงจำ และนำประสบการณ์ที่ได้ไปพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น ถ้าหากเป็นไปได้ ฉันจะกลับไปเยี่ยม New Zealand ประเทศที่สวยงามใหม่อีกครั้ง
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ
ด้านล่างคือรูปที่ฉันถ่ายระหว่างการเดินทางครั้งนี้ค่ะ
ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์
ดูละคร Mama Mia ที่ Kristin School
หมาน้อยของ Host
รูปเห็ดที่ถ่ายจากการวิ่งเล่นในป่าหลังบ้าน
พักเหนื่อยจากการเดินไปดูหลุมหลบภัย
ตอนที่ไปถึง เป็นฤดูเก็บส้มพอดี เลยได้ไปเก็บส้มด้วย
รูปสุดท้าย ไปเที่ยวบ้านเพื่อน Host มี Pond ใหญ่ ๆ ให้พาย Paddle board เล่น พระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมาก เค้าเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานด้วยค่ะ