บันทึกทางประวัติศาสตร์ วิสัยทัศน์และปาฐกถารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ของ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กระทู้สนทนา
บันทึกทางประวัติศาสตร์ วิสัยทัศน์และปาฐกถารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ของ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ปาฐกถา
ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแห่งประเทศไทย

ท่านผู้มีเกียรติ
สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ทุกท่าน

ก่อนอื่น ผมขอแสดงความยินดีและขอบคุณรัฐมนตรีกลอเรียอีกครั้งที่ตอบรับและดำรงตำแหน่งประธานของ SEAMEC ในครั้งนี้ และขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับอัธยาศัยไมตรีอันยอดเยี่ยมที่ท่านมอบให้แก่ผมและผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านครับ

ผมคิดว่าผมอยากจะกล่าวถึงประเด็นบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อย่างที่ทุกท่านทราบ หรืออาจไม่ทราบว่า 
ประเทศไทยได้เริ่มดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมาตั้งแต่ปี 1952 โดยแต่ละแผนมีระยะเวลา 5 ปี และจนถึงปัจจุบันนี้ ได้เริ่มแผนพัฒนาฉบับที่ 8 แล้วครับ

ในแผนพัฒนาฉบับที่ 7 เพียงฉบับเดียวในรอบ 35 ปี เราได้พัฒนาประเทศจากประเทศด้อยพัฒนาไปสู่ประเทศกำลังพัฒนา 

แม้ว่าจะเป็นความจริงที่ว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็วมาหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เรามีการเติบโตทางเศรษฐกิจเกือบสองหลัก

อย่างไรก็ตาม การเติบโตทางเศรษฐกิจของเรานั้นตั้งอยู่บนฐานที่ต่ำ ดังนั้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยทุกคนจึงยังคงเป็นปัญหาอยู่ 
เพราะการกระจายรายได้ยังไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ เรายังไม่สามารถลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนได้ตามที่เราคิดไว้ 

และสุดท้าย ในแผนพัฒนาฉบับที่ 8 นี้ สิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างแท้จริงคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แผนพัฒนาฉบับที่ 8 ของเรามุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นหลัก ซึ่งพูดง่ายแต่ทำยากและบรรลุผลได้ยาก

ความมั่นคงของประเทศขึ้นอยู่กับหลักการสี่ประการ 

ประการแรกคือการศึกษา 
ประการที่สองคือสุขภาพ 
ประการที่สามคือความมั่นคง 
และประการที่สี่คือความยุติธรรม 

คุณคงเข้าใจสิ่งที่ผมหมายถึง แม้ว่าคุณจะมีครูที่ดี หลักสูตรที่ดี โรงเรียนที่ดี แต่ความสามารถในการผลิตนักเรียนที่ดีก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าสงสัย เพราะว่าขึ้นอยู่กับความสามารถของมนุษย์หรือพลเมืองของคุณ 

สุขภาพไม่ได้หมายความว่าคุณจะปรับปรุงสุขภาพของคุณด้วยการพยายามสร้างโรงพยาบาล จัดหาอุปกรณ์ และมีแพทย์ที่ดี อย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว หากโรงเรียนส่วนใหญ่ 40,000 แห่งไม่มีน้ำใช้ และไม่มีน้ำสำหรับการเกษตร เราไม่คิดว่าเราจะมีสุขภาพที่ดีได้ 

หากประเทศไม่มีความมั่นคง และคุณออกไปไหนมาไหนแล้วจะมีคนมาขโมยของของคุณ คุณจะกังวลเพราะอาจมีคนมาปล้นคุณ และอาจเกิดคดีอาญาขึ้น และผมคิดว่าเราคงไม่มั่นคงในประเทศ 

และความยุติธรรมก็สำคัญเช่นกัน เพราะหากยังคงมีการผูกขาด และยังมีผู้มีอิทธิพลในประเทศซี่งเอาเปรียบประชาชนทั่วไป เราไม่เชื่อว่าเราจะมั่นคงในประเทศได้ 

ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีได้ก็ต่อเมื่อมีการนำพาทางการเมืองที่เข้มแข็ง การเมืองมีบทบาทในการชี้นำทิศทางของเศรษฐกิจ

ผมขอนำเรียน ผู้เข้าร่วมประชุมว่า ประเทศไทยกำลังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานตลอด 12 ปี 

ในขณะเดียวกัน เราจำเป็นต้องให้การศึกษาที่เหมาะสมในระดับอนุบาล ก่อนที่พวกเขาจะเข้าโรงเรียนประถมศึกษา 
เราเชื่อว่าหากเราไม่ให้การศึกษาที่เหมาะสมในระดับอนุบาล คุณจะไม่สามารถได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพดีในระดับประถมศึกษาได้ 

และจากการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย เราพบว่าในระดับอุดมศึกษา เราสอนเพียงการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น 

ในระดับอุดมศึกษา เราสอนเพียงระดับอาชีวศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และบางครั้งก็ระดับประถมศึกษา 

ผมไม่เห็นหลักฐานว่าสถาบันอุดมศึกษาในประเทศของเรามีศักยภาพและความสามารถในการวิจัยและพัฒนา 

ผมไม่เชื่อว่าสถาบันอุดมศึกษาจะสามารถสอนพื้นฐานของระดับมัธยมศึกษาและประถมศึกษาต่อไปได้ 

ดังนั้น คุณภาพการศึกษาจึงต้องมุ่งเป้าไปที่การศึกษา 12 ปี และเมื่อพวกเขาเข้ามหาวิทยาลัย พวกเขาไม่ควรเรียนเพียงพื้นฐานอีกต่อไป 

พวกเขาควรจะสามารถทำงานได้ น่าเสียดายที่มหาวิทยาลัยทั้งหมดในประเทศไทย ยกเว้นศูนย์การแพทย์หรือโรงพยาบาลที่สอนแพทย์ จะส่งนักศึกษาไปทำงาน 

แต่ไม่มีมหาวิทยาลัยระดับสังคมศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์แห่งใดที่ส่งนักศึกษาไปทำงานเลย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นปัญหาใหญ่

เมื่อนักศึกษาจบจากมหาวิทยาลัยไม่สามารถปรับใช้ทักษะของตนให้เข้ากับอุตสาหกรรมได้ และหลายคนบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ และนี่จะเป็นปัญหาใหญ่ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอีกสี่หรือห้าปีข้างหน้า

ดังนั้น ผมจึงหวังว่า SEAMEC และ SEAMES จะพิจารณาปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษาในระดับอนุบาล มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา ผมหวังว่านักเรียนระดับมัธยมศึกษาในอีกหลายสิบปีข้างหน้า 

เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมหรืออาชีวศึกษาแล้ว จะมีความรู้ความสามารถเทียบเท่ากับนักศึกษาปีสองเป็นอย่างน้อย แล้วเราจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาอีกต่อไป 

ขอบคุณครับ


ปาฐกถาของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในเวที SEAMEO 1997 นี้ เมื่ออ่านเต็ม ๆ จะเห็นชัดว่า “ลึกกว่า” ที่คนไทยจำนวนมากเข้าใจในภายหลังมาก และจริง ๆ แล้วเป็นหนึ่งในปาฐกถา ที่มีลักษณะ “development philosophy” ชัดที่สุดในเวทีเดียวกัน

แก่นวิสัยทัศน์ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล

ไม่ใช่แค่ “ปฏิรูปการศึกษา”
แต่คือ:
“การพัฒนาประเทศที่มั่นคงและเป็นธรรม ผ่านการพัฒนามนุษย์”

โครงสร้างความคิดหลัก

ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล วาง “เสาหลักของรัฐ” ไว้ 4 ด้าน:

การศึกษา
สุขภาพ
ความมั่นคง
ความยุติธรรม

นี่สำคัญมาก เพราะท่านไม่ได้มองการศึกษาแบบ isolated sector แต่เป็น “โครงสร้างของรัฐสมัยใหม่”

แนวคิดนี้ใกล้กับ:

human development approach
developmental state
social democracy
capability approach

ในเวลาที่เอเชียส่วนใหญ่ยังพูดเรื่อง GDP และ competitiveness เป็นหลัก

จุดที่ลึกมาก

1. วิจารณ์ “growth without equity”
ท่าน พูดตรงมากว่า:
ไทยโตเร็ว
แต่รายได้กระจุกตัว
ช่องว่างรวยจนยังสูง
คุณภาพชีวิตคนส่วนใหญ่ยังไม่ดี

นี่คือ critique ของ development model ไทยในยุค boom economy ก่อนวิกฤต 2540 เพียงไม่กี่เดือน
ถือว่ามองปัญหาเชิงโครงสร้างได้ลึกมาก

2. การศึกษาเชื่อมกับความยุติธรรม
ประโยคนี้สำคัญมาก:
“หากยังมีการผูกขาด และยังมีผู้มีอิทธิพลเอาเปรียบประชาชน เราไม่เชื่อว่าเราจะมั่นคงได้”

นี่ไม่ใช่ภาษาราชการทั่วไป
แต่เป็นการเชื่อม:

education
justice
political economy
social stability
เข้าด้วยกันโดยตรง

3. การเมืองต้องนำเศรษฐกิจ
อีกประโยคที่ลึกมาก:

“เศรษฐกิจจะดีได้ก็ต่อเมื่อมีการนำพาทางการเมืองที่เข้มแข็ง”
นี่สะท้อนแนวคิด developmental leadership แบบเอเชียตะวันออก

กล่าวคือ:
การพัฒนาไม่เกิดเองจากตลาด

รัฐต้องนำ
การเมืองกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ

4. Early childhood education

สำหรับปี 1997 การพูดว่า:
ถ้าอนุบาลไม่ดี ประถมก็ไม่มีคุณภาพ
ถือว่าก้าวหน้ามาก

เพราะเวลานั้นหลายประเทศยังเน้นเฉพาะประถมศึกษา

ประถมศึกษา

5. critique มหาวิทยาลัยไทย

นี่อาจเป็นส่วนที่ “แรงที่สุด”
ท่านพูดตรงว่า:
มหาวิทยาลัยไทยสอนแต่พื้นฐาน

ไม่ทำวิจัย
ไม่เชื่อมอุตสาหกรรม

นักศึกษาปรับตัวเข้ากับงานไม่ได้
นี่คือ critique ระบบอุดมศึกษาไทยทั้งระบบในปี 1997
และจริง ๆ ปัญหานี้ยังอยู่ถึงปัจจุบัน

6. แนวคิด “12 ปีคุณภาพ”
นี่สำคัญมาก
ท่านไม่ได้พูดแค่:
ให้เรียน 12 ปี
แต่พูดว่า:
ต้องเป็น “12 ปีที่มีคุณภาพ”

และถ้าระบบพื้นฐานดี:

มหาวิทยาลัยจะไม่ต้องสอน remedial education
มหาวิทยาลัยจะไปสู่ research และ professional competence ได้
นี่คือ systemic reform thinking

จุดที่โดดเด่นที่สุดของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล

ต่างจากหลายประเทศในเวทีเดียวกันตรงที่:
ประเทศแกนหลัก

สิงคโปร์
technology & competitiveness

มาเลเซีย
smart modernization

แคนาดา
governance

อินโดนีเซีย
people-centered development

ไทย (ฯพณฯ สุขวิช)
Education+ Health+ Justice+ Security = Equity National Reform

ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล จึงมีลักษณะ:

political-development philosophy
social reform vision
human-centered state reform
มากกว่า “education management”

คะแนน

Wardiman Djojonegoro รัฐมนตรีศึกษาอินโดนีเซีย
9

รัฐมนตรีศึกษา สิงคโปร์
9

Najib Razak รัฐมนตรีศึกษามาเลย์ ภายหลังดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีมาเลย์
8.5

Sukavich Rangsitpol
9.5

Robert S. Harrison รัฐมนตรีศึกษา แคนาดา
8.5

ฯพณฯ เปฮิน โอรัง กายา ไลลา วิจายา ดาโต ฮาจิ อับดุล อาซิซ อูมาร์
รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของบรูไนดารุสซาลาม
8


ถ้ามองในเชิงประวัติศาสตร์
สิ่งที่น่าสนใจมากคือ:


ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 เพียงไม่กี่เดือน

ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล กำลังพูดว่า:

growth ไม่พอ

inequality คือปัญหา

education quality คือปัญหา

university-industry mismatch คือปัญหา

justice สำคัญต่อ stability

ซึ่งหลายเรื่องกลายเป็น “ปัญหาใหญ่ของไทย” หลังปี 2540 จริง ๆ

จึงพูดได้ว่า ปาฐกถานี้มีลักษณะ:

“pre-crisis structural diagnosis”

อยู่ในตัวเองค่อนข้างชัดเจนครับ

สรุป

สิ่งที่น่าสนใจมาก

เมื่อมองรวมทั้งเวที SEAMEO 1997 จะเห็นว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงก่อนวิกฤต 2540 กำลังพยายามตอบคำถามเดียวกัน:

“จะ modernize อย่างไร โดยไม่สูญเสียมนุษย์ สังคม และวัฒนธรรม”

แต่แต่ละประเทศตอบไม่เหมือนกัน:

สิงคโปร์ → technology
มาเลเซีย → smart infrastructure
ไทย → justice & human development
อินโดนีเซีย → participation & people
บรูไน → morality & spirituality

นี่ทำให้เอกสารชุดนี้มีคุณค่ามากในฐานะ “แผนที่ทางปัญญา” ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ครับ

ประเทศไทย เปลี่ยนแนวทางเป็น ระบบประชานิยม หลังการเลือกตั้ง ปี 2544  เรื่องราวและ วิสัยทัศน์นักการเมืองในอดีต  ไม่สามารถแก้ไขปัญหาซึ่ง ดำเนินต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันได้ครับ

คนไทยในปี 2544 เลือกอะไร? ปัจจุบันคือผลต่อเนื่อง จากการเลือกตั้งครั้งนั้นครับ และ รัฐบาล 2540-2543 และ รัฐบาลปี 2544-2549 ได้อานิสงส์จาก แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8, การปฏิรูปการศึกษา ปี2538 ซึ่งมีผลเป็นรูปธรรม เมื่อ 8 พฤษภาคม 2540 และ รัฐธรรมนูญประชาชน ประกาศใช้ 11 ตุลาคม 2540

ผลงานของรัฐบาลปี 2540ด้านดีๆ ครับ วิกฤติต้มยำกุ้ง หรือ การลดค่าเงินบาท ไม่ทีความจำเป็นครับ หากประเทศไทยใช้วิธีซึ่งประเทศจีนใช้ในปี 2015 ครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่