การหดตัวของบริการการศึกษา 15 ปี ของคนไทย เพราะ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ยึดเพดานต่ำสุด คือ 12 ปี

กระทู้สนทนา
การหดตัวของบริการการศึกษา 15 ปี ของคนไทย เพราะ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ยึดเพดานต่ำสุด คือ 12 ปี

Policy-Led Entitlement Formation: Sukavichinomics, Educational Expansion, and Institutional Mismatch in Thailand

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กระบวนการก่อรูปสิทธิทางการศึกษาโดยขับเคลื่อนผ่านนโยบาย (Policy-Led Entitlement Formation) ในประเทศไทย โดยใช้กรณีศึกษาการอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. [url=tel:2538-2540]2538–2540[/url] ภายใต้ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งพัฒนาและผลักดันโดย ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ การศึกษานี้เสนอว่า สิทธิทางการศึกษาอาจเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ (de facto educational entitlement) ก่อนการรับรองทางกฎหมาย (de jure entitlement) ผ่านการดำเนินนโยบาย การจัดสรรงบประมาณ การขยายโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา และการกระจายทรัพยากรไปยังกลุ่มประชากรที่ถูกกีดกันจากระบบการศึกษา

ผลการศึกษาจากเอกสารนโยบาย สุนทรพจน์ เอกสารราชการ และหลักฐานร่วมสมัย พบว่า ภายในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 การขยายบริการทางการศึกษาของรัฐสามารถครอบคลุมประชากรไทยอายุ 3–17 ปี จำนวน 16.68 ล้านคน และดึงเด็กและเยาวชนที่เคยตกหล่นจากระบบการศึกษาประมาณ 4.35 ล้านคนกลับเข้าสู่ระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมการสนับสนุนด้านอาหาร เครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียน ที่พัก และค่าเดินทางสำหรับกลุ่มเปราะบาง ส่งผลให้เกิดสิทธิทางการศึกษาโดยพฤตินัยในลักษณะการศึกษาปฐมวัย 3 ปี และการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี รวมเป็นการเข้าถึงการศึกษาต่อเนื่อง 15 ปี

อย่างไรก็ตาม การรับรองทางกฎหมายในเวลาต่อมา โดยเฉพาะกรอบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายการศึกษา ได้ก่อให้เกิดความแตกต่างระหว่างสิทธิที่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติกับสิทธิที่ได้รับการรับรองในทางกฎหมาย การศึกษานี้เรียกปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า “ช่องว่างเชิงสถาบัน” (institutional mismatch) ซึ่งอาจมีผลต่อการสะสมทุนมนุษย์ ความเสมอภาคทางการศึกษา และความเหลื่อมล้ำทางสังคมในระยะยาว

ในเชิงทฤษฎี งานวิจัยนี้เสนอกรอบแนวคิดใหม่ที่กลับลำดับความสัมพันธ์แบบดั้งเดิมจาก “กฎหมาย → สิทธิ → การปฏิบัติ” ไปสู่ “นโยบาย → สิทธิ → กฎหมาย” โดยชี้ให้เห็นว่า ความสามารถเชิงนโยบายและการบริหารของรัฐสามารถสร้างสิทธิทางสังคมที่มีผลจริงต่อประชาชนก่อนการรับรองทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ กรณีศึกษาของประเทศไทยจึงมีส่วนสำคัญต่อวรรณกรรมด้านเศรษฐศาสตร์สถาบัน การพัฒนาทุนมนุษย์ รัฐสวัสดิการ และสิทธิทางการศึกษาในประเทศกำลังพัฒนา

คำสำคัญ: ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์, ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล, สิทธิทางการศึกษาโดยพฤตินัย, การก่อรูปสิทธิด้วยนโยบาย, ทุนมนุษย์, ช่องว่างเชิงสถาบัน, การอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2538
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่