ห้องเรียน พระอภิธรรม จิต เจตสิก

ธรรมดาสัตว์ทั้งหลาย แม้ว่ามีอวัยวะครบสมบูรณ์แล้วก็ตาม ถ้าขาดนามธรรมคือ จิต เจตสิกเสียแล้ว สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นก็ไม่มีความรู้สึก และไม่สามารถทำอะไรต่างๆได้ ไม่ต่างอะไรกับรูปปั้น

และในบรรดาจิต เจตสิกทั้งสองนี้ ก็เป็นธรรมชาติที่จะต้องเกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกัน รับอารมณ์อันเดียวกัน และอาศัยวัตถุที่เกิดอันเดียวกัน จะแยกจากกันไม่ได้  

อุปมาเหมือนหนึ่งเครื่องจักรที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้า ถ้ามีแต่เครื่องจักรนั้น ไม่สามารถทำงานได้ และเครื่องจักรที่กำลังหมุนทำงานอยู่โดยอาศัยสายไฟฟ้านั้น ในสายไฟฟ้าก็จะต้องประกอบด้วยสาย ๒ สายร่วมอยู่ด้วยกัน ถ้าขาดสายใดสายหนึ่งไปแล้ว เครื่องจักรนั้นก็ไม่สามารถทำงานได้เช่นเดียวกัน

ฉะนั้น เพื่อที่จะให้บัณฑิตทั้งหลายได้รู้ถึงความเป็นไปตามสภาวะของจิต เจตสิกนั้น พระอนุรุทธาจารย์จึงได้แสดงว่า

ลักษณะ ๔ ประการของเจตสิก

เอกุปฺปาทนิโรธา จ เอกาลมฺพนวตฺถุกา  เจโตยุตฺตา ทฺวิปญฺญาส  ธมฺมา เจตสิกา มตา

แปลว่า  ธรรมชาติของเจตสิกซึ่งมีจำนวน ๕๒ ดวงที่ประกอบกับจิต มีลักษณะดังนี้ คือ

๑.เกิดพร้อมกับจิต
๒.ดับพร้อมกับจิต
๓.มีอารมณ์เดียวกันกับจิต
๔.มีที่อาศัยเกิดอย่างเดียวกันกับจิต  

ลักษณะอาการที่ประกอบกับจิต โดยเจตสิก ๕๒ ดวงนี้ เรียกว่า เจโตยุตฺตลกฺขณ  มีพร้อมด้วยลักษณะ ๔ ประการ คือ

๑.เอกุปปาทะ  เจตสิกนี้เกิดพร้อมกับจิตเสมอ หมายความว่า เมื่อจิตเกิด เจตสิกก็เกิดขึ้นด้วยกัน จะว่าจิตเกิดก่อน เจตสิกเกิดทีหลัง หรือเจตสิกเกิดก่อน จิตเกิดทีหลังนั้น ไม่ได้

๒.เอกนิโรธะ ในทำนองเดียวกันนั้น เมื่อจิตดับ เจตสิกก็ดับด้วยกัน  ไม่มีใครดับก่อนหรือดับทีหลัง

๓.เอกาลัมพนะ อารมณ์ที่เจตสิกเข้าไปรับอยู่นั้น ก็เป็นอารมณ์เดียวกันกับที่จิตเข้าไปรับนั่นเอง เช่นจิตรับอารมณ์สีขาว เจตสิกก็รับอารมณ์สีขาวด้วย จิตรับอารมณ์สีดำ เจตสิกก็รับอารมณ์สีดำด้วย  ดังนี้เป็นต้น

๔.เอกวัตถุกะ ที่อาศัยเกิดของเจตสิก ก็เป็นชนิดเดียวกันกับที่อาศัยเกิดของจิต เช่น จิตอาศัยตาเกิด เจตสิกก็อาศัยตาเกิดด้วย จิตอาศัยหูเกิด เจตสิกก็อาศัยหูเกิดด้วย จิตอาศัยหัวใจเกิด เจตสิกก็อาศัยหัวใจเกิดด้วย  ดังนี้

เมื่อมีลักษณะครบทั้ง ๔ ประการ ดังกล่าวนี้แล้ว ก็ได้ชื่อว่า เจตสิก

ในบรรดาเจโตยุตตลักขณะทั้ง ๔ ประการนั้น  เอกุปปาทะ เอกนิโรธะ เอกาลัมพนะ ทั้ง ๓ ประการนี้มีอยู่ในเจตสิกโดยแน่นอน ส่วนลักษณะที่ ๔ คือ เอกวัตถุกะ นั้น ไม่ใช่ลักษณะที่มีอยู่โดยแน่นอน เพราะว่า เจตสิกเหล่านี้เมื่อเกิดในปัญจโวการภูมิ(คือภูมิที่มีขันธ์ ๕) จึงจะต้องอาศัยวัตถุเกิด แต่ถ้าเกิดในจตุโวการภูมิ(คือภูมิที่มีขันธ์ ๔ คืออรูปพรหม)ก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยวัตถุเกิด

จากหนังสือหลักสูตรจูฬอาภิธรรมิกะตรี รจนาโดยพระสัทธัมมโชติกะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่