อริยมรรคมีองค์ ๘ คือทางปฏิบัติอันประเสริฐ ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เพื่อความดับทุกข์ มี ๘ ประการ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ
สัมมาทิฏฐิ คือความเห็นถูก หมายถึงการรู้ชัดในอริยสัจ ๔ คือ รู้ทุกข์ รู้เหตุให้เกิดทุกข์ รู้ความดับทุกข์ และรู้ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
สัมมาสังกัปปะ คือความดำริถูก หมายถึงความคิดที่ออกจากกาม ไม่พยาบาท และไม่เบียดเบียน เป็นความคิดที่โน้มไปสู่การละ วาง เมตตา และกรุณา
สัมมาวาจา คือวาจาถูก หมายถึงการงดเว้นจากคำพูดที่เป็นโทษ ได้แก่ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อ
สัมมากัมมันตะ คือการกระทำถูก หมายถึงการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ และการประพฤติผิดในกาม เป็นการรักษากายให้บริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
สัมมาอาชีวะ คือการเลี้ยงชีพถูก หมายถึงการละมิจฉาอาชีวะ เลี้ยงชีวิตด้วยอาชีพสุจริต ไม่ประกอบอาชีพที่เบียดเบียนหรือผิดธรรม
สัมมาวายามะ คือความเพียรถูก หมายถึงความเพียร ๔ ประการ คือ เพียรป้องกันอกุศลที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น เพียรละอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว เพียรทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และเพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญงอกงามยิ่งขึ้น
สัมมาสติ คือสติถูก หมายถึงการเจริญสติปัฏฐาน ๔ คือ พิจารณาเห็นกายในกาย พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา พิจารณาเห็นจิตในจิต และพิจารณาเห็นธรรมในธรรม มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดความยินดีและความยินร้ายในโลกเสียได้
สัมมาสมาธิ คือสมาธิถูก หมายถึงรูปฌาน ๔ ได้แก่ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน เริ่มจากจิตสงัดจากกามและอกุศลธรรม จนตั้งมั่นเป็นสมาธิ ละวิตกวิจาร ละปีติ ละสุขและทุกข์ จนถึงจิตที่มีอุเบกขาและสติบริสุทธิ์
เมื่อรวมกันแล้ว อริยมรรคมีองค์ ๘ คือทางปฏิบัติที่ทำให้ชีวิตทั้งหมดถูกต้อง ตั้งแต่ความเห็น ความคิด คำพูด การกระทำ การเลี้ยงชีพ ความเพียร สติ และสมาธิ
กล่าวโดยย่อ คือ
สัมมาทิฏฐิและสัมมาสังกัปปะ เป็นฝ่ายปัญญา
สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ เป็นฝ่ายศีล
สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ เป็นฝ่ายสมาธิ
ศีลทำให้กายวาจาเรียบร้อย
สมาธิทำให้จิตตั้งมั่น
ปัญญาทำให้เห็นความจริงและดับทุกข์ได้
อริยมรรคมีองค์ ๘ จึงเป็นทางสายเดียวที่นำไปสู่ความบริสุทธิ์ ความสิ้นกิเลส และพระนิพพาน
อริยมรรคมีองค์ ๘
สัมมาทิฏฐิ คือความเห็นถูก หมายถึงการรู้ชัดในอริยสัจ ๔ คือ รู้ทุกข์ รู้เหตุให้เกิดทุกข์ รู้ความดับทุกข์ และรู้ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
สัมมาสังกัปปะ คือความดำริถูก หมายถึงความคิดที่ออกจากกาม ไม่พยาบาท และไม่เบียดเบียน เป็นความคิดที่โน้มไปสู่การละ วาง เมตตา และกรุณา
สัมมาวาจา คือวาจาถูก หมายถึงการงดเว้นจากคำพูดที่เป็นโทษ ได้แก่ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อ
สัมมากัมมันตะ คือการกระทำถูก หมายถึงการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ และการประพฤติผิดในกาม เป็นการรักษากายให้บริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
สัมมาอาชีวะ คือการเลี้ยงชีพถูก หมายถึงการละมิจฉาอาชีวะ เลี้ยงชีวิตด้วยอาชีพสุจริต ไม่ประกอบอาชีพที่เบียดเบียนหรือผิดธรรม
สัมมาวายามะ คือความเพียรถูก หมายถึงความเพียร ๔ ประการ คือ เพียรป้องกันอกุศลที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น เพียรละอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว เพียรทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และเพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญงอกงามยิ่งขึ้น
สัมมาสติ คือสติถูก หมายถึงการเจริญสติปัฏฐาน ๔ คือ พิจารณาเห็นกายในกาย พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา พิจารณาเห็นจิตในจิต และพิจารณาเห็นธรรมในธรรม มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดความยินดีและความยินร้ายในโลกเสียได้
สัมมาสมาธิ คือสมาธิถูก หมายถึงรูปฌาน ๔ ได้แก่ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน เริ่มจากจิตสงัดจากกามและอกุศลธรรม จนตั้งมั่นเป็นสมาธิ ละวิตกวิจาร ละปีติ ละสุขและทุกข์ จนถึงจิตที่มีอุเบกขาและสติบริสุทธิ์
เมื่อรวมกันแล้ว อริยมรรคมีองค์ ๘ คือทางปฏิบัติที่ทำให้ชีวิตทั้งหมดถูกต้อง ตั้งแต่ความเห็น ความคิด คำพูด การกระทำ การเลี้ยงชีพ ความเพียร สติ และสมาธิ
กล่าวโดยย่อ คือ
สัมมาทิฏฐิและสัมมาสังกัปปะ เป็นฝ่ายปัญญา
สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ เป็นฝ่ายศีล
สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ เป็นฝ่ายสมาธิ
ศีลทำให้กายวาจาเรียบร้อย
สมาธิทำให้จิตตั้งมั่น
ปัญญาทำให้เห็นความจริงและดับทุกข์ได้
อริยมรรคมีองค์ ๘ จึงเป็นทางสายเดียวที่นำไปสู่ความบริสุทธิ์ ความสิ้นกิเลส และพระนิพพาน