‘ม่อฉี’ โมจิเมืองสงขลา ขนมโบราณจากยุคสงครามโลก
ในบรรดาขนมไทยโบราณมีขนมชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ม่อฉี’ เป็นขนมโบราณหากินยาก พบได้เฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งถึงแม้ในพื้นที่สงขลาเอง ก็หากินได้ยากมากขึ้นทุกวัน จุดกำเนิดของม่อฉีนั้นเล่ากันว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2484) เมื่อกองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่ฝั่งสิงหนคร ทหารญี่ปุ่นได้สอนคนไทยทำขนม ‘โมจิ’ เพื่อประทังชีพ ชาวบ้านไทยจึงนำมาประยุกต์เข้ากับวัตถุดิบในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นแป้งข้าวเหนียว น้ำตาลโตนด และถั่วลิสง จนชื่อเรียกเพี้ยนจากโมจิกลายมาเป็น ‘ม่อฉี’ ในที่สุด
.
จุดเด่นของม่อฉีอยู่ที่เนื้อสัมผัสและกลิ่นหอมๆ โดยจะมีกรรมวิธีการทำ โดยการนำแป้งข้าวเหนียวมานวดให้นิ่ม และนำไปนึ่งจนสุกใสเป็นฟอง ก่อนจะนำมาห่อไส้ที่อัดแน่นไปด้วยความหวานมันจากน้ำตาลโตนด ถั่วลิสงคั่วบด และงาขาวที่ตำพอแตกให้ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ตัดรสด้วยเกลือเล็กน้อย แล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ พอดีคำ
.
ตัววัตถุดิบอาจจะไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ความอร่อยของม่อฉีจึงวัดกันที่ ‘แป้ง’ เพราะตัวแป้งจะต้องนวดและนึ่งให้สุกพอดี เพื่อให้ได้ความเหนียวนุ่มไม่เหนอะหนะ เคล็ดลับสำคัญคือการใช้ ‘แป้งเชื้อ’ (แป้งข้าวเจ้าคั่วจนหอมแล้วร่อน) มาคลุกเคล้าเพื่อไม่ให้ขนมติดกัน และต้องใช้ขี้ผึ้งทามือเป็นระยะขณะปั้น ตามแบบฉบับโบราณ เพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่เนียนสวย
.
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเรายังพอหาม่อฉีแบบโบราณกินได้อยู่บ้างในจังหวัดสงขลาบางพื้นที่
.
แต่ม่อฉีกำลังจะกลายเป็นขนมที่ค่อยๆ สูญหายไป อาจเพราะมันเป็นขนมที่มีกรรมวิธีที่ต้องใช้ฝีมือ ต้องอาศัยการทำสดใหม่วันต่อวัน รวมไปถึงความที่คนทำรุ่นเก่าเริ่มล้มหายตายจาก จึงทำให้ขนมชนิดนี้หากินได้ยากขึ้นทุกวัน แต่ถ้าหากใครมีโอกาสได้ไปถึงเยือนถิ่นสงขลา ก็อยากให้ลองชิมกันดู เพราะนี่คือตัวแทนของมรดกความอร่อยที่ส่งต่อมายาวนานกว่า 80 ปี
.
ที่มา : Sauce เรื่องราวกินได้
ม่อฉี’ โมจิเมืองสงขลา ขนมโบราณจากยุคสงครามโลก