ตอนเด็กๆ เวลาญาติผู้ใหญ่ไปเที่ยวเหนือ หรือผ่านจังหวัดนครสวรรค์ ของฝากยอดฮิตที่เด็ก ๆ อย่างฉันต้องตั้งตารอเลยก็คือ ขนมโมจิกล่องแบนๆ ข้างในมีลูกกลม แป้งนวล ไส้ถั่วกวน หรือ ไส้มะพร้าว... รสหวานหอม กินกับชา คือเหมาะมาก แต่ตอนเป็นเด็กไม่จำเป็นต้องมีชา ก็หมดกล่องได้
แต่พอโตขึ้นมา ได้รู้จักกับ โมจิญี่ปุ่นของแท้ ที่เป็นแป้งยืดๆ หนึบๆ นุ่มๆ เวลากินนำไปปิ้งอุ่น ๆ กินกับถั่วแดงกวนอร่อยดี
อ้าว... แล้วโมจินครสวรรค์บ้านเรา มันไปเกี่ยวอะไรกับโมจิญี่ปุ่น หน้าตา รสสัมผัส คนละเรื่องกันเลย
ไม่รอช้า สงสัยก็ต้องค้นหา ได้ความว่า…
จริงๆ แล้ว ขนมโมจิของดีเมืองปากน้ำโพเนี่ย ไม่ได้ก๊อปปี้ขนมญี่ปุ่นมาดื้อๆ นะคะ
แต่ แต่ แต่ ดัดแปลงมาจากขนมเปี๊ยะแบบจีน ให้มีขนาดลูกเล็กลงพอดีคำ ปรับแป้งให้นุ่มขึ้น ไม่ลอกเป็นชั้นๆ เหมือนขนมเปี๊ยะโบราณ และจงใจทำให้กลมมน
พอทำออกมาแล้ว หน้าตามันดันไปคล้ายกับขนมโมจิของญี่ปุ่น (ในมุมมองของคนทำ) ประกอบกับช่วงนั้นเทรนด์ญี่ปุ่นกำลังเริ่มเข้ามาในไทย เพื่อความแปลกใหม่และทันสมัย สะดุดตาคนซื้อ คนทำก็เลยตั้งชื่อขนมนี้ว่า ขนมโมจิ
กลายเป็นว่าฮิตมาก จนกลายเป็นของฝากประจำจังหวัดนครสวรรค์ที่ใครผ่านก็ต้องซื้อ
(เท็จจริงอย่างไร ไม่ทราบได้นะคะ ข้อมูลจาก Google …)
โมจินครสวรรค์ ทำจากแป้งสาลี แป้งนุ่มเนียน ออกแห้งและร่วนซุยเล็กน้อย คล้ายขนมเปี๊ยะนุ่มๆ กัดแล้วขาดทันที นุ่มหนึบกำลังดี ไส้มีหลากหลายมากถั่วกวน, ไข่เค็ม, มะพร้าว, ใบเตย, ทุเรียน
โมจิญี่ปุ่น ทำจากข้าวเหนียว (Mochigome) เอามาตำจนเหนียวหนึบ มีความยืดหยุ่นสูง เคี้ยวหนึบหนับ (Mochi-Mochi) ไส้ดั้งเดิมคือถั่วแดงกวน (Anko) หรือปัจจุบันใส่สตรอว์เบอร์รีสดเพิ่มเข้าไป(ไดฟูกุ)
เดี๋ยวนี้โมจิไทย แต่ละร้านพัฒนาไปอีก มีทั้งโมจิไส้รวมรส โมจิหิมะ (ที่แป้งจะนุ่มนิ่มขึ้นมาอีกระดับ) หรือขนมไดฟูกุแท้ๆ ก็ทำขายควบคู่กันไปด้วย
สำหรับฉัน ไม่ว่าจะโมจิสัญชาติไหนก็อร่อยคนละแบบ วันไหนอยากเคี้ยวหนึบๆ ก็ไปสายญี่ปุ่น วันไหนอยากได้ความหอมมัน กินง่ายสไตล์ขนมไทย-จีน ก็ต้องยกให้โมจินครสวรรค์
เล่าเรื่องอาหาร โมจิ ที่ไม่ใช่ โมจิ