ต่อจาก
https://pantip.com/topic/44060963
เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมคำนิยามของ "นิพพาน" ที่ว่า
ไม่มีการมา ไม่มีการไป และไม่มีความเปลี่ยนแปลง ถึงฟังดูขัดกับสัญชาตญาณมนุษย์ที่ต้องเห็นทุกอย่างเคลื่อนที่ผ่านกาลเวลา? จริงๆ แล้วเรื่องนี้อธิบายได้ด้วยภาษาฟิสิกส์ที่ไอน์สไตน์เคยทิ้งไว้ให้เราครับ
ในทฤษฎีสัมพัทธภาพ ไอน์สไตน์บอกว่า "เวลา" ไม่ใช่ค่าสัมบูรณ์ แต่มันขึ้นอยู่กับ
"ผู้สังเกต" (Observer) ถ้าไม่มีผู้สังเกตปักหมุดอ้างอิง มิติที่ 4 หรือ "กาลอวกาศ" (Space-Time) ก็จะเป็นเพียงผืนผ้าผืนใหญ่ที่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต วางอยู่พร้อมกันหมดแล้ว (Block Universe)
การที่เราเห็นว่ามี "การมา" หรือ "การไป" เป็นเพราะเราเอาตัวตนไปเป็น
"ผู้สังเกต" ที่กำลังเคลื่อนที่ไปตามเส้นเวลานั้นเอง
ในทางธรรม ด่านสุดท้ายของการหลุดพ้นคือการเห็นแจ้งว่า
"จิตไม่ใช่เรา" เพราะวินาทีที่เห็นว่าแม้แต่
จิตก็ไม่ใช่เรา มันคือการทำลาย
"ผู้สังเกต" (The Observer) ตัวสุดท้ายทิ้งไป
เมื่อไม่มี "เรา" เป็นผู้สังเกต พิกัดอ้างอิงในมิติที่ 4 ก็หายไป:
1.
ไม่มีการมา-ไม่มีการไป: เพราะไม่มี "จุดอ้างอิง" ว่าเราเริ่มจากไหนหรือจะไปไหน ทุกอย่างดำรงอยู่ของมันเอง
2.
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง: เมื่อพ้นจากมิติเวลา (อกาลโก) ความแปรปรวนแบบโลกสมมติก็ทำอะไรไม่ได้
3.
นิพพานคือสภาวะที่พ้นมิติ: เหมือนเราที่อยู่มิติที่ 4 ถอยออกมาดูหนังสือ แล้วเห็นหนังสือที่เปิดทุกหน้าพร้อมกันหมด เพราะเราอยู่มิติที่ 4 แต่นิพพาน คือ ข้ามพ้นมิติที่ 4 ขึ้นไป เหมือนอยู่มิติที่ 5 จึงเห็นเวลาเป็นเหมือนหนังสือ ที่เป็นก้อนเดียวกัน และเห็น อดีต อนาคต เป็นเนื้อเดียวกัน
สรุป คือ อวิชชาคือสิ่งที่สร้าง "ผู้สังเกต" ขึ้นมากักขังเราไว้ในมิติที่ 4 การบรรลุธรรมจึงไม่ใช่การเดินทางไปที่ไหนไกล แต่คือการหยุด "ความเป็นผู้สังเกต" เพื่อให้เห็นความจริงว่า "ตัวเรา" ไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก และเมื่อนั้นกรงขังแห่งกาลเวลาก็จะสลายไปเอง
ปล. "เราไม่ได้เดินทางเข้าสู่นิพพาน แต่เมื่อ 'เรา' หายไป นิพพานที่ดำรงอยู่เหนือกาลเวลาก็จะปรากฏขึ้นมาเอง"
เวลาคือภาพลวงตา! ทำไมคำสอนไอน์สไตน์เรื่อง 'ผู้สังเกต' ถึงไปบรรจบกับสภาวะ 'จิตไม่ใช่เรา' และนิพพานที่เหนือกาลเวลา
เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมคำนิยามของ "นิพพาน" ที่ว่า ไม่มีการมา ไม่มีการไป และไม่มีความเปลี่ยนแปลง ถึงฟังดูขัดกับสัญชาตญาณมนุษย์ที่ต้องเห็นทุกอย่างเคลื่อนที่ผ่านกาลเวลา? จริงๆ แล้วเรื่องนี้อธิบายได้ด้วยภาษาฟิสิกส์ที่ไอน์สไตน์เคยทิ้งไว้ให้เราครับ
ในทฤษฎีสัมพัทธภาพ ไอน์สไตน์บอกว่า "เวลา" ไม่ใช่ค่าสัมบูรณ์ แต่มันขึ้นอยู่กับ "ผู้สังเกต" (Observer) ถ้าไม่มีผู้สังเกตปักหมุดอ้างอิง มิติที่ 4 หรือ "กาลอวกาศ" (Space-Time) ก็จะเป็นเพียงผืนผ้าผืนใหญ่ที่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต วางอยู่พร้อมกันหมดแล้ว (Block Universe)
การที่เราเห็นว่ามี "การมา" หรือ "การไป" เป็นเพราะเราเอาตัวตนไปเป็น "ผู้สังเกต" ที่กำลังเคลื่อนที่ไปตามเส้นเวลานั้นเอง
ในทางธรรม ด่านสุดท้ายของการหลุดพ้นคือการเห็นแจ้งว่า "จิตไม่ใช่เรา" เพราะวินาทีที่เห็นว่าแม้แต่ จิตก็ไม่ใช่เรา มันคือการทำลาย "ผู้สังเกต" (The Observer) ตัวสุดท้ายทิ้งไป
เมื่อไม่มี "เรา" เป็นผู้สังเกต พิกัดอ้างอิงในมิติที่ 4 ก็หายไป:
1. ไม่มีการมา-ไม่มีการไป: เพราะไม่มี "จุดอ้างอิง" ว่าเราเริ่มจากไหนหรือจะไปไหน ทุกอย่างดำรงอยู่ของมันเอง
2. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง: เมื่อพ้นจากมิติเวลา (อกาลโก) ความแปรปรวนแบบโลกสมมติก็ทำอะไรไม่ได้
3. นิพพานคือสภาวะที่พ้นมิติ: เหมือนเราที่อยู่มิติที่ 4 ถอยออกมาดูหนังสือ แล้วเห็นหนังสือที่เปิดทุกหน้าพร้อมกันหมด เพราะเราอยู่มิติที่ 4 แต่นิพพาน คือ ข้ามพ้นมิติที่ 4 ขึ้นไป เหมือนอยู่มิติที่ 5 จึงเห็นเวลาเป็นเหมือนหนังสือ ที่เป็นก้อนเดียวกัน และเห็น อดีต อนาคต เป็นเนื้อเดียวกัน
สรุป คือ อวิชชาคือสิ่งที่สร้าง "ผู้สังเกต" ขึ้นมากักขังเราไว้ในมิติที่ 4 การบรรลุธรรมจึงไม่ใช่การเดินทางไปที่ไหนไกล แต่คือการหยุด "ความเป็นผู้สังเกต" เพื่อให้เห็นความจริงว่า "ตัวเรา" ไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก และเมื่อนั้นกรงขังแห่งกาลเวลาก็จะสลายไปเอง
ปล. "เราไม่ได้เดินทางเข้าสู่นิพพาน แต่เมื่อ 'เรา' หายไป นิพพานที่ดำรงอยู่เหนือกาลเวลาก็จะปรากฏขึ้นมาเอง"