1. แกน 3 มิติ (X, Y, Z)
ลองนึกภาพว่าคุณยืนอยู่ที่พิกัดใจกลางกรุงเทพฯ นั่นคือแกน
X (ละติจูด) และ
Y (ลองจิจูด) เดียวกัน
· ถ้าคุณอยู่ที่ชั้น 1 (แกน
Z = 1)
· และเพื่อนของคุณอยู่ที่ชั้น 5 (แกน
Z = 5)
·
ผลคือ: คุณสองคนจะมองไม่เห็นกัน ไม่ชนกัน ทั้งที่ยืนอยู่ตรงพิกัด X, Y เดียวกันเป๊ะ เพราะมี "ความสูง" (มิติที่ 3) มาคั่นกลาง
2. เมื่อเพิ่มแกนที่ 4 คือเวลา (T - Time)
ในทางฟิสิกส์ มิติที่ 4 คือ
เวลา (T) ซึ่งทางพุทธจะเน้นย้ำว่า เวลาแต่ละภพนั่นต่างกัน ซึ่งก็ คือ พิกัดบนแกน T ที่ต่างออกไป นั่นเอง
· เรา (มนุษย์) อาจจะสั่นสะเทือนหรือดำรงอยู่ ณ แกน
T = 1
· ภพภูมิอื่น (เช่น เทวดา หรือ เปรต) อาจจะดำรงอยู่ ณ แกน
T = 1,000
·
ผลคือ: แม้เราจะยืนอยู่ที่พิกัด X, Y, Z เดียวกัน (ที่เดียวกัน, ความสูงเท่ากัน) แต่เพราะเราอยู่คนละ "พิกัดเวลา" หรือคนละความถี่ของเวลา เราจึงมองไม่เห็นกันและกัน เหมือนคนละช่องสัญญาณวิทยุ
3. การ "ก้าวข้าม" มิติ (The Observer Effect)
จุดที่น่าสนใจคือ การที่เราจะเห็นกันได้ เราต้องมี
"ระดับการรับรู้" (Perception) ที่ครอบคลุมแกนนั้นๆ:
· มด 2 มิติ (บนกระดาษ) จะไม่มีวันเข้าใจว่า "ความสูง" คืออะไร จะรู้จักแค่ ชั้น (Z ปัจจุบันเท่านั้น) เพราะทุกอย่างเป็น 2 มิติไปหมด
· คน 3 มิติ (มนุษย์ทั่วไป) มักจะถูกขังให้มองเห็นแค่ภาพปัจจุบัน (T ปัจจุบัน) เท่านั้น เพราะทุกอย่างเป็น 3 มิติไปหมด
·
การฝึกจิต: คือการขยายขอบเขตของผู้สังเกต (Observer) ให้พ้นจากพิกัด T เดิมๆ เมื่อจิตละเอียดขึ้นจนสามารถรับรู้พิกัด T อื่นได้ เราจึงเริ่ม "เห็น" ภพภูมิที่ซ้อนทับอยู่ในที่เดียวกันได้นั่นเอง
สรุป คือ "ภพภูมิไม่ใช่สถานที่ที่อยู่ไกลออกไปบนท้องฟ้าหรือใต้ดิน แต่มันคือ
'การซ้อนทับกันของพิกัดในมิติที่ 4' เหมือนเรายืนอยู่ที่เดียวกัน แต่คนละชั้นความถี่ (T) ตราบใดที่ 'ผู้สังเกต' (จิต) ของเรายังจูนไปไม่ถึงพิกัดนั้น เราก็จะเห็นเพียงโลก 3 มิติที่คุ้นเคย"
"พิกัดมิติที่ 4 กับความละเอียดของจิต: ทำไมการฝึกสมาธิถึงทำให้เรา 'เห็น' พิกัดที่คนทั่วไปมองไม่เห็น"
ลองนึกภาพว่าคุณยืนอยู่ที่พิกัดใจกลางกรุงเทพฯ นั่นคือแกน X (ละติจูด) และ Y (ลองจิจูด) เดียวกัน
· ถ้าคุณอยู่ที่ชั้น 1 (แกน Z = 1)
· และเพื่อนของคุณอยู่ที่ชั้น 5 (แกน Z = 5)
· ผลคือ: คุณสองคนจะมองไม่เห็นกัน ไม่ชนกัน ทั้งที่ยืนอยู่ตรงพิกัด X, Y เดียวกันเป๊ะ เพราะมี "ความสูง" (มิติที่ 3) มาคั่นกลาง
2. เมื่อเพิ่มแกนที่ 4 คือเวลา (T - Time)
ในทางฟิสิกส์ มิติที่ 4 คือ เวลา (T) ซึ่งทางพุทธจะเน้นย้ำว่า เวลาแต่ละภพนั่นต่างกัน ซึ่งก็ คือ พิกัดบนแกน T ที่ต่างออกไป นั่นเอง
· เรา (มนุษย์) อาจจะสั่นสะเทือนหรือดำรงอยู่ ณ แกน T = 1
· ภพภูมิอื่น (เช่น เทวดา หรือ เปรต) อาจจะดำรงอยู่ ณ แกน T = 1,000
· ผลคือ: แม้เราจะยืนอยู่ที่พิกัด X, Y, Z เดียวกัน (ที่เดียวกัน, ความสูงเท่ากัน) แต่เพราะเราอยู่คนละ "พิกัดเวลา" หรือคนละความถี่ของเวลา เราจึงมองไม่เห็นกันและกัน เหมือนคนละช่องสัญญาณวิทยุ
3. การ "ก้าวข้าม" มิติ (The Observer Effect)
จุดที่น่าสนใจคือ การที่เราจะเห็นกันได้ เราต้องมี "ระดับการรับรู้" (Perception) ที่ครอบคลุมแกนนั้นๆ:
· มด 2 มิติ (บนกระดาษ) จะไม่มีวันเข้าใจว่า "ความสูง" คืออะไร จะรู้จักแค่ ชั้น (Z ปัจจุบันเท่านั้น) เพราะทุกอย่างเป็น 2 มิติไปหมด
· คน 3 มิติ (มนุษย์ทั่วไป) มักจะถูกขังให้มองเห็นแค่ภาพปัจจุบัน (T ปัจจุบัน) เท่านั้น เพราะทุกอย่างเป็น 3 มิติไปหมด
· การฝึกจิต: คือการขยายขอบเขตของผู้สังเกต (Observer) ให้พ้นจากพิกัด T เดิมๆ เมื่อจิตละเอียดขึ้นจนสามารถรับรู้พิกัด T อื่นได้ เราจึงเริ่ม "เห็น" ภพภูมิที่ซ้อนทับอยู่ในที่เดียวกันได้นั่นเอง
สรุป คือ "ภพภูมิไม่ใช่สถานที่ที่อยู่ไกลออกไปบนท้องฟ้าหรือใต้ดิน แต่มันคือ 'การซ้อนทับกันของพิกัดในมิติที่ 4' เหมือนเรายืนอยู่ที่เดียวกัน แต่คนละชั้นความถี่ (T) ตราบใดที่ 'ผู้สังเกต' (จิต) ของเรายังจูนไปไม่ถึงพิกัดนั้น เราก็จะเห็นเพียงโลก 3 มิติที่คุ้นเคย"