เหตุผลส่วนตัว ตั้งแต่ปี 2549 – 2550 เริ่มกินเจ กินมังฯ เลี่ยงเนื่อสัตว์ งดเนื้อสัตว์ บางครั้งกินเนื้อสัตว์บ้าง เช่น หมึกย่าง ปูอัด 4 – 5 ไม้
หรือกุ้ง ปลากรอบตัวเล็ก ๆ กินไม่เยอะ ช้อน สองช้อน (นาน ๆ ที นานมาก ๆๆ จะกิน คือตบะแตก/ ใจแตก/ นั่นแหละ)
เราเช่าห้องพัก เราไม่ชอบให้กลิ่นไออาหาร ไอน้ำมันผัดทอด ติดผนัง เพดาน ม่าน
เราเลยไม่ทำกับข้าวกินเอง ซื้อเอา
ก็สั่งเมนู หรือตักกินแต่ผักหากไม่มีอาหารมังฯ/ เจ หรือเมนูที่ไม่มีเนื้อสัตว์แบบชัดเจน เช่น แกงเห็ด แกงหน่อไม้ แกงอ่อม ไม่ใส่หมู/ไก่
แต่ในพริกแกง เค้าใส่ปลาร้า น้ำปลา เราโอเค
เมนูสารพัดตำ ตำแตง ตำถั่ว ตำข้าวโพด ฯลฯ ก็เอาแบบตำไทย ไม่ใส่ปูเค็ม เค้าก็ใส่น้ำปลาแหละ เราโอเค
บางเจ้าใส่กุ้งฝอยตัวเล็ก ๆ มาด้วย ไม่เป็นไร
แน่นอน ไม่มีหมู ไก่ ไม่มีปลา เนื้อวัวไม่ต้องพูดถึง
ไปร้านหมูทะกับเดอะแก๊งค์ ก็ต้มผัก วุ้นเส้น ฟองเต้าหู้ จิ้มน้ำจิ้ม แซ่บเด้อ กินจนพูงยื่น
อาหารตามสั่ง เช่น ข้าว + ผักบุ้งหรือมะเขือ หรือผักอะไรก็ได้ที่แม่ค้ามี ผัดใส่พริกแกง ไม่ใส่เนื้อสัตว์
หรือบอกเค้าว่าใส่ไข่แทนเนื้อสัตว์ ในพริกแกงมีกะปิ ตอนผัดเค้าใส่น้ำปลา อาจจะใส่น้ำมันหอย อาจจะใส่ผงปรุงรสที่มีผงหมู ผงไก่
ช่างมัน ปล่อยให้เค้าใส่ เงื่อนไขเยอะ เดี๋ยวแม่ค้าเอาตะหลิวตบ กลัวเค้ารำมีดบิน
ราดหน้า ผัดไท ข้าวผัด ข้าวไข่เจียว ฯลฯ ก็บอกเค้าว่า ไม่ใส่หมู ไม่เอาไก่ ไม่ใส่เนื้อสัตว์ ใส่ไข่มาแทน
ใส่เต้าหู้ ถ้ามีเต้าหูแข็ง เต้าหู้อ่อน เห็ด ใส่มาเลยจ๊ะ
ก๋วยเตี๋ยวยิ่งง่าย บอกเค้าเตี๋ยวแห้ง เอาแต่เส้นกับผัก ผักเยอะ ๆ เลย กระเทียมเจียวอาจเจียวน้ำมันกากหมู ช่างมัน
ถ้าเรื่องเยอะ แม่ค้า/พ่อค้า อาจเอาตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยวตบ เราขอโทษนะหมู
กินถั่วต้ม ถั่วคั่วบ้าง ถั่วสารพัดถั่ว ตามงบที่มี
หรือไปกินข้าวกับเดอะแก๊งค์ สั่งไรมาแล้วแต่ เลือกตักเฉพาะผักมากิน โชคดีที่เดอะแก๊งค์ไม่มีใครกินเนื้อวัว
สำหรับเรา เนื้อวัวเหม็นสาบ เวียนหัว เดินผ่านร้ายก๋วยเตี๋ยว ร้านไหนใช้กระดูกวัวต้มซุป รู้เลย กลิ่นมันชัดมาก สาบสาง บอกไม่ถูก อธิบายไม่ถูก
ช่วงเรียนมหาลัย เป็นช่วงที่เริ่มเห่อไปบริจาคเลือด ไม่รู้ทำไม มีช่วงนึง บ้ากินผัก ผักใบเขียว
ปกติความเข้มเลือดเราจะได้ที่ 12.7 ถึง 13 กว่า แต่ช่วงที่เสพติดการกินผักใบเขียวเยอะ ๆ ความเข้มเลือดเราไปถึง 14.7
Amazing สุด ๆ เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองยังทึ่งเพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงความเข้มเลือดไม่ค่อยถึง 14 กว่า ๆ
มีช่วงที่เราไม่ค่อยกินผัก แล้วครบรอบบริจาคเลือดแล้วเลือดลอย หรือความเข้มเลือดต่ำกว่า 12.5
เราลองซื้อเฮโมวิตเม็ดสีแดงมากิน ขวดเล็ก กินวันละเม็ด เลือดก็ยังลอย ไม่ผ่าน บริจาคไม่ได้
อยู่ ๆ ก็นึกถึงช่วงบ้ากินผัก แล้วเลือดได้ 14.7
เราก็กลับมากิน ๆๆ ผักใบเขียวเข้ม สัก 4 วัน 7 วัน กลับไปธนาคารเลือด ได้ละ ผ่าน บริจาคได้
สมัยนั้น โรงพยาบาลต่างจังหวัด มักจะเจาะเลือด หยดลงน้ำสีฟ้า ๆ ถ้าเลือดจม ใช้ได้ เลือดลอย ใช้ไม่ได้
นาน ๆ ทีจะเจอแบบบีบใส่แผ่นใสเข้าเครื่องตรวจ
พอมาทำงาน กทม. ไปที่ศูนย์ฯ กาชาด ที่เดียว มันได้ฟีล
หรือเมื่อความเข้มเลือดไม่ถึง 12.5 เราก็หาเรื่องกินผักใบเขียว เช่น ยำแหนมข้าวทอด เอาแต่ข้าวทอด ไม่ใส่แหนม ไม่ใส่หนังหมู
ยำขนมจีนแบบไม่ใส่หมูยอ ไม่ใส่ปลาทู ขอคนขายว่า รสจัดจ้าน สาดพริก ปรุงรสมาแบบไฟลุก
แล้วซื้อคะน้าอ่อน ผักบุ้งจีน สัก 20 บาท (2 มัด มัดใหญ่ก็ 1 มัด) ล้างสัก 3 น้ำ ให้ชัวร์ว่าไข่พยาธิไม่เหลือ
กินแกล้มยำข้าวทอด ยำขนมจีน แบบสด ๆ กินผักหมดในมื้อเดียวด้วย ชูชกมั้ยล่ะ
ขอรับรองด้วยผลลัพธ์ที่ได้กับร่างกายของเรา ผลเลือดดีมาก
ผักอื่นก็ได้ แต่เราไม่เคยเบื่อผักบุ้ง คะน้า เบื่อแล้วค่อยไปกินผักอื่น
ใครเลือดจาง บ่น ๆ ให้เราฟัง เราจะยุให้กินผักใบเขียวเข้ม
ตอนนี้ เราจัดฟันได้ 7 – 8 เดือนแล้ว แทบไม่กินผักสดเลย เพราะกลัวเหล็กหลุด เศษผักติดเต็มลวดจัดฟัน
ขี้เกียจปราณีตแปรงฟัน กินผักสดที ต้องเอามาซอยฝอย ๆ เพราะมันจะติดเหล็กจัดฟัน
สรุปคือขี้เกียจแคะ กลัวอุปกรณ์หลุด ทั้ง ๆ ที่อยากกินผักสดมาก ๆ
เจ็บระบมฟันด้วย อุปกรณ์กำลังขยับดึงฟัน
กังวลมาก จะบริจาคเลือดได้มั้ย เลือดจางมั้ย ไม่ได้กินผักเยอะ ๆ แบบเมื่อก่อนแล้ว
ปรากฏว่า ผ่านเฉย ความเข้มเลือดอยู่ที่ 12.7 ถึง 13 กว่า ๆ
มาคิด ๆ ดู อ๋อ น้ำเต้าหู้ เรากินน้ำเต้าหู้เกือบทุกวัน วันละ 3 – 5 ถุง แบบไม่ใส่น้ำตาล กินร้อน ๆ
เลยลอง ไม่กินน้ำเต้าหู้ทั้งอาทิตย์ สรุป เลือดความเข้มต่ำกว่า 12.5 กลับมากินน้ำเต้าหู้
วันไหนเค้าขายดี ขายหมด ก็กิน vita milk หรือ Lactosoy กล่องขาว/สูตรเจ เพราะไม่มีน้ำตาล/ น้ำตาลน้อย
กินนมถั่วเลือง/น้ำเต้าหู้ ทุกวัน วันละ 2 ถุง/ กล่องอย่างต่ำ แหล่งโปรตีนของเรา
กินน้ำเต้าหู้ เกือบทุกวัน เป็นเวลา สองปีกว่า สามปีแล้ว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นี่คือผลที่เกิดกับตัวเรา ตลอด 19 ปี ที่งดเนื้อสัตว์ กินอาหารจากพืช (plant based food)
ไม่เลือดจาง ไม่ขาดสารอาหาร ไม่ป่วย
บริจาคเลือดได้ทุก 3 – 4 เดือน
เรียนต่อยมวยไทยอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมงขึ้นไป
โดดเชือกสัปดาห์ละ 1 วัน วันละ 1000 ครั้งทุกอาทิตย์ (ถ้าขยันโดด ขี้เกียจก็ไม่ทำ)
เต้นตาม youtube เช่น abs workout สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมงครึ่งขึ้นไป (ถ้าไม่ขี้เกียจอ่ะนะ)
หากผีเข้า เกิดอยากไปวิ่ง วิ่งได้ครั้งละ 9 กิโลเมตรแบบไม่หยุด ก็ทำมาแล้ว
(วิ่ง 1 รอบ ทางวิ่งยาว 4.5 โล วิ่ง 2 รอบ)
ถ้าขี้เกียจ จะเอาแต่นั่งไถ tiktok FB YT วนไป (ส่วนใหญ่จะขี้เกียจ)
หลายคนบอกว่า น้ำเต้าหู้ ระวังเป็นสาเหตุมะเร็งเต้านม มะเร็งนู่น นี่ นั่น
กินเยอะเกิน วันละ 3 – 5 ถุง อะไรมากไปไม่ดี
อืม เรื่องของเขา เราไม่เถียง เราไม่มีหลักฐาน
เราคิด ๆ เอง ว่า คนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี กินอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง มานาน นับ 1000 ปี เช่นน้ำเต้าหู้ เต้าหู้แข็ง เต้าหู้อ่อน ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว นัตโต๊ะ ไส้ขนมเปี๊ยะ ถั่วหมัก ไส้ขนมนี่ นั่น
ตั้งแต่โบราณ จนถึงตอนนี้ ทั้งประเทศ กินอาหารจากถั่วเหลือง แทบทุกวัน เค้าก็โอเคดีนี่
นี่เป็นผลที่ได้กับตัวเรา ไม่สามารถใช้ฟันธงได้ว่า จะเป็นแบบนี้กับทุกคน มั้ย
เราแวะมาเล่าให้ฟัง
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามารับชม
19 ปีแล้ว ที่เรางดเนื้อสัตว์ เลี่ยงเนื้อสัตว์ กินเจ กินมังฯ กินแต่อาหารจากพืช สลับกันไป นี่คือผลที่เกิดกับเรา
หรือกุ้ง ปลากรอบตัวเล็ก ๆ กินไม่เยอะ ช้อน สองช้อน (นาน ๆ ที นานมาก ๆๆ จะกิน คือตบะแตก/ ใจแตก/ นั่นแหละ)
เราเช่าห้องพัก เราไม่ชอบให้กลิ่นไออาหาร ไอน้ำมันผัดทอด ติดผนัง เพดาน ม่าน
เราเลยไม่ทำกับข้าวกินเอง ซื้อเอา
ก็สั่งเมนู หรือตักกินแต่ผักหากไม่มีอาหารมังฯ/ เจ หรือเมนูที่ไม่มีเนื้อสัตว์แบบชัดเจน เช่น แกงเห็ด แกงหน่อไม้ แกงอ่อม ไม่ใส่หมู/ไก่
แต่ในพริกแกง เค้าใส่ปลาร้า น้ำปลา เราโอเค
เมนูสารพัดตำ ตำแตง ตำถั่ว ตำข้าวโพด ฯลฯ ก็เอาแบบตำไทย ไม่ใส่ปูเค็ม เค้าก็ใส่น้ำปลาแหละ เราโอเค
บางเจ้าใส่กุ้งฝอยตัวเล็ก ๆ มาด้วย ไม่เป็นไร
แน่นอน ไม่มีหมู ไก่ ไม่มีปลา เนื้อวัวไม่ต้องพูดถึง
ไปร้านหมูทะกับเดอะแก๊งค์ ก็ต้มผัก วุ้นเส้น ฟองเต้าหู้ จิ้มน้ำจิ้ม แซ่บเด้อ กินจนพูงยื่น
อาหารตามสั่ง เช่น ข้าว + ผักบุ้งหรือมะเขือ หรือผักอะไรก็ได้ที่แม่ค้ามี ผัดใส่พริกแกง ไม่ใส่เนื้อสัตว์
หรือบอกเค้าว่าใส่ไข่แทนเนื้อสัตว์ ในพริกแกงมีกะปิ ตอนผัดเค้าใส่น้ำปลา อาจจะใส่น้ำมันหอย อาจจะใส่ผงปรุงรสที่มีผงหมู ผงไก่
ช่างมัน ปล่อยให้เค้าใส่ เงื่อนไขเยอะ เดี๋ยวแม่ค้าเอาตะหลิวตบ กลัวเค้ารำมีดบิน
ราดหน้า ผัดไท ข้าวผัด ข้าวไข่เจียว ฯลฯ ก็บอกเค้าว่า ไม่ใส่หมู ไม่เอาไก่ ไม่ใส่เนื้อสัตว์ ใส่ไข่มาแทน
ใส่เต้าหู้ ถ้ามีเต้าหูแข็ง เต้าหู้อ่อน เห็ด ใส่มาเลยจ๊ะ
ก๋วยเตี๋ยวยิ่งง่าย บอกเค้าเตี๋ยวแห้ง เอาแต่เส้นกับผัก ผักเยอะ ๆ เลย กระเทียมเจียวอาจเจียวน้ำมันกากหมู ช่างมัน
ถ้าเรื่องเยอะ แม่ค้า/พ่อค้า อาจเอาตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยวตบ เราขอโทษนะหมู
กินถั่วต้ม ถั่วคั่วบ้าง ถั่วสารพัดถั่ว ตามงบที่มี
หรือไปกินข้าวกับเดอะแก๊งค์ สั่งไรมาแล้วแต่ เลือกตักเฉพาะผักมากิน โชคดีที่เดอะแก๊งค์ไม่มีใครกินเนื้อวัว
สำหรับเรา เนื้อวัวเหม็นสาบ เวียนหัว เดินผ่านร้ายก๋วยเตี๋ยว ร้านไหนใช้กระดูกวัวต้มซุป รู้เลย กลิ่นมันชัดมาก สาบสาง บอกไม่ถูก อธิบายไม่ถูก
ช่วงเรียนมหาลัย เป็นช่วงที่เริ่มเห่อไปบริจาคเลือด ไม่รู้ทำไม มีช่วงนึง บ้ากินผัก ผักใบเขียว
ปกติความเข้มเลือดเราจะได้ที่ 12.7 ถึง 13 กว่า แต่ช่วงที่เสพติดการกินผักใบเขียวเยอะ ๆ ความเข้มเลือดเราไปถึง 14.7
Amazing สุด ๆ เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองยังทึ่งเพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงความเข้มเลือดไม่ค่อยถึง 14 กว่า ๆ
มีช่วงที่เราไม่ค่อยกินผัก แล้วครบรอบบริจาคเลือดแล้วเลือดลอย หรือความเข้มเลือดต่ำกว่า 12.5
เราลองซื้อเฮโมวิตเม็ดสีแดงมากิน ขวดเล็ก กินวันละเม็ด เลือดก็ยังลอย ไม่ผ่าน บริจาคไม่ได้
อยู่ ๆ ก็นึกถึงช่วงบ้ากินผัก แล้วเลือดได้ 14.7
เราก็กลับมากิน ๆๆ ผักใบเขียวเข้ม สัก 4 วัน 7 วัน กลับไปธนาคารเลือด ได้ละ ผ่าน บริจาคได้
สมัยนั้น โรงพยาบาลต่างจังหวัด มักจะเจาะเลือด หยดลงน้ำสีฟ้า ๆ ถ้าเลือดจม ใช้ได้ เลือดลอย ใช้ไม่ได้
นาน ๆ ทีจะเจอแบบบีบใส่แผ่นใสเข้าเครื่องตรวจ
พอมาทำงาน กทม. ไปที่ศูนย์ฯ กาชาด ที่เดียว มันได้ฟีล
หรือเมื่อความเข้มเลือดไม่ถึง 12.5 เราก็หาเรื่องกินผักใบเขียว เช่น ยำแหนมข้าวทอด เอาแต่ข้าวทอด ไม่ใส่แหนม ไม่ใส่หนังหมู
ยำขนมจีนแบบไม่ใส่หมูยอ ไม่ใส่ปลาทู ขอคนขายว่า รสจัดจ้าน สาดพริก ปรุงรสมาแบบไฟลุก
แล้วซื้อคะน้าอ่อน ผักบุ้งจีน สัก 20 บาท (2 มัด มัดใหญ่ก็ 1 มัด) ล้างสัก 3 น้ำ ให้ชัวร์ว่าไข่พยาธิไม่เหลือ
กินแกล้มยำข้าวทอด ยำขนมจีน แบบสด ๆ กินผักหมดในมื้อเดียวด้วย ชูชกมั้ยล่ะ
ขอรับรองด้วยผลลัพธ์ที่ได้กับร่างกายของเรา ผลเลือดดีมาก
ผักอื่นก็ได้ แต่เราไม่เคยเบื่อผักบุ้ง คะน้า เบื่อแล้วค่อยไปกินผักอื่น
ใครเลือดจาง บ่น ๆ ให้เราฟัง เราจะยุให้กินผักใบเขียวเข้ม
ตอนนี้ เราจัดฟันได้ 7 – 8 เดือนแล้ว แทบไม่กินผักสดเลย เพราะกลัวเหล็กหลุด เศษผักติดเต็มลวดจัดฟัน
ขี้เกียจปราณีตแปรงฟัน กินผักสดที ต้องเอามาซอยฝอย ๆ เพราะมันจะติดเหล็กจัดฟัน
สรุปคือขี้เกียจแคะ กลัวอุปกรณ์หลุด ทั้ง ๆ ที่อยากกินผักสดมาก ๆ
เจ็บระบมฟันด้วย อุปกรณ์กำลังขยับดึงฟัน
กังวลมาก จะบริจาคเลือดได้มั้ย เลือดจางมั้ย ไม่ได้กินผักเยอะ ๆ แบบเมื่อก่อนแล้ว
ปรากฏว่า ผ่านเฉย ความเข้มเลือดอยู่ที่ 12.7 ถึง 13 กว่า ๆ
มาคิด ๆ ดู อ๋อ น้ำเต้าหู้ เรากินน้ำเต้าหู้เกือบทุกวัน วันละ 3 – 5 ถุง แบบไม่ใส่น้ำตาล กินร้อน ๆ
เลยลอง ไม่กินน้ำเต้าหู้ทั้งอาทิตย์ สรุป เลือดความเข้มต่ำกว่า 12.5 กลับมากินน้ำเต้าหู้
วันไหนเค้าขายดี ขายหมด ก็กิน vita milk หรือ Lactosoy กล่องขาว/สูตรเจ เพราะไม่มีน้ำตาล/ น้ำตาลน้อย
กินนมถั่วเลือง/น้ำเต้าหู้ ทุกวัน วันละ 2 ถุง/ กล่องอย่างต่ำ แหล่งโปรตีนของเรา
กินน้ำเต้าหู้ เกือบทุกวัน เป็นเวลา สองปีกว่า สามปีแล้ว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นี่คือผลที่เกิดกับตัวเรา ตลอด 19 ปี ที่งดเนื้อสัตว์ กินอาหารจากพืช (plant based food)
ไม่เลือดจาง ไม่ขาดสารอาหาร ไม่ป่วย
บริจาคเลือดได้ทุก 3 – 4 เดือน
เรียนต่อยมวยไทยอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมงขึ้นไป
โดดเชือกสัปดาห์ละ 1 วัน วันละ 1000 ครั้งทุกอาทิตย์ (ถ้าขยันโดด ขี้เกียจก็ไม่ทำ)
เต้นตาม youtube เช่น abs workout สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมงครึ่งขึ้นไป (ถ้าไม่ขี้เกียจอ่ะนะ)
หากผีเข้า เกิดอยากไปวิ่ง วิ่งได้ครั้งละ 9 กิโลเมตรแบบไม่หยุด ก็ทำมาแล้ว
(วิ่ง 1 รอบ ทางวิ่งยาว 4.5 โล วิ่ง 2 รอบ)
ถ้าขี้เกียจ จะเอาแต่นั่งไถ tiktok FB YT วนไป (ส่วนใหญ่จะขี้เกียจ)
หลายคนบอกว่า น้ำเต้าหู้ ระวังเป็นสาเหตุมะเร็งเต้านม มะเร็งนู่น นี่ นั่น
กินเยอะเกิน วันละ 3 – 5 ถุง อะไรมากไปไม่ดี
อืม เรื่องของเขา เราไม่เถียง เราไม่มีหลักฐาน
เราคิด ๆ เอง ว่า คนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี กินอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง มานาน นับ 1000 ปี เช่นน้ำเต้าหู้ เต้าหู้แข็ง เต้าหู้อ่อน ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว นัตโต๊ะ ไส้ขนมเปี๊ยะ ถั่วหมัก ไส้ขนมนี่ นั่น
ตั้งแต่โบราณ จนถึงตอนนี้ ทั้งประเทศ กินอาหารจากถั่วเหลือง แทบทุกวัน เค้าก็โอเคดีนี่
นี่เป็นผลที่ได้กับตัวเรา ไม่สามารถใช้ฟันธงได้ว่า จะเป็นแบบนี้กับทุกคน มั้ย
เราแวะมาเล่าให้ฟัง
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามารับชม