รู้ทัน "ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน" Sudden Death กับ 3 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ "นอนหลับ" ร่วมด้วย


รู้ทัน "ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน" กับ 3 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ "นอนหลับ" ร่วมด้วย


ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน (Sudden Death) คือการเสียชีวิตอย่างรวดเร็วโดยไม่คาดคิด ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มา
จากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน   ปัจจัยเสี่ยงสำคัญมาจากความผิดปกติของ 3 ระบบหลักในร่างกาย ได้แก่
ระบบหัวใจและหลอดเลือด, ระบบสมอง และการนอนหลับ  ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม ซึ่งทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจ
เต้นผิดจังหวะรุนแรง
ผู้คนนับล้านในแต่ละปี ต้องเสียชีวิตจาก "ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน (Sudden Death)" ซึ่งกลายเป็นภัยเงียบจาก
ความผิดปกติเล็กๆ ในชีวิตประจำวันที่กลายเป็นสัญญาณเตือน เช่น อาการเหนื่อยล้า ใจสั่น หรือการวูบหมดสติ
ช่วงสั้น ๆ นอกจากนี้ ในปัจจุบันเกิดในกลุ่มวัยทำงาน นักกีฬา และกลุ่มอายุ 20-40 ปีมากขึ้น
 

พญ.สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นในงาน 
“รู้ทันภาวะเสียชีวิตกะทันหัน เข้าใจความเสี่ยงจากหลายระบบของร่างกาย” จัดโดย โรงพยาบาลเมดพาร์ค ว่า 
 

“ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน (Sudden Death) คือ การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่คาดคิด มักเกิด
ภายในไม่กี่นาทีถึงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการผิดปกติ โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากภาวะหัวใจ
หยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งทำให้เลือดหยุดไหลไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญ”
 

โดยส่วนใหญ่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการเสียชีวิตอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสัญญาณเตือน แต่ในทางการแพทย์แล้ว
ร่างกายอาจเคยส่งสัญญาณบางอย่างมาก่อน เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก หรือวูบเป็นครั้งคราว แต่กลับ
ถูกมองข้ามไป และไม่ได้เข้ารับการตรวจเชิงลึกอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ความเสี่ยงจาก 3 ระบบสำคัญของร่างกาย หัวใจ สมอง และการนอนหลับ
 

แพทย์ผู้ชำนาญการจาก 3 สาขา โรงพยาบาลเมดพาร์ค ชี้ให้เห็นว่า ภาวะ Sudden Death ไม่ได้เกิดจาก
หัวใจเพียงอย่างเดียว แต่หาก สมอง และการนอนหลับ มีความผิดปกติ ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
กะทันหันได้เช่นกัน
 

พญ.ปิยะนาฏ ปรียานนท์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด กล่าวว่า “80–90%
ของผู้ป่วย Sudden Death เกิดจากระบบหัวใจและหลอดเลือด หลายกรณียังพบว่า โรคหัวใจหลายชนิด
อาจไม่แสดงอาการชัดเจน โดยเฉพาะในคนอายุน้อย นักกีฬาอาชีพ ปัจจุบันยังพบมากขึ้นในวัยทำงานที่มี
ความเครียดสะสมต่อเนื่อง เพราะความเครียดสามารถกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะในผู้ที่มี
โรคหัวใจอยู่แล้ว อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตกะทันหันได้สูงกว่าคนทั่วไป”
 

ทั้งนี้ โรคหัวใจหลายชนิดไม่แสดงอาการชัดเจนโดยเฉพาะในคนอายุน้อย  และปัจจุบันยังพบมากขึ้นใน
วัยทำงานที่มีความเครียดสะสมต่อเนื่อง เพราะความเครียดสามารถกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ 
โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตกะทันหันได้สูงกว่าคนทั่วไป
ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนวัยทำงานในปัจจุบันจะพักผ่อนน้อย รับประทานอาหารที่ไม่ดีเท่าที่ควร
และออกกำลังกายน้อย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อฮอร์โมนที่มีผลต่อหัวใจและหลอดเลือดสูง รวมถึงทำให้
ระบบประสาทและอัตโนมัติทำงานไม่สมดุล และกระตุ้นให้โรคหัวใจที่ซ่อนอยู่ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่าง
รุนแรง และเสียชีวิตได้ หรือกลุ่มคนที่มีภาวะโรคอื่นๆ เช่น เบาหวาน ไขมัน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน จะมีความ
เสี่ยงหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เพิ่มโรคและเพิ่มโอกาสภาวะเสียชีวิตกะทันหัน
 

ในขณะเดียวกัน ระบบสมอง ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมการทำงานของร่างกาย ก็มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในกรณีของ
โรคหลอดเลือดสมองที่อาจส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นได้ภายในเวลาอันสั้น
ด้าน น.อ. นพ.อุดม สุทธิพนไพศาล ร.น. แพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา โรคหลอดเลือดสมอง
และรังสีร่วมรักษาระบบประสาท กล่าวว่า “เมื่อเกิดภาวะเลือดออกในสมองอย่างรุนแรง จะส่งผลต่อระบบประสาท
อัตโนมัติที่ควบคุมหัวใจ ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที”
ทั้งนี้ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม คือ ปวดศีรษะ ซึ่งการปวดศีรษะ ไม่ว่ามากหรือน้อย อาจมีภาวะเกี่ยวกับสมอง
รวมถึงผู้ป่วยที่มีอาการอัมพฤกษ อัมพาต คนไข้ที่มีอาการควรตรวจละเอียด เพื่อจะได้ทราบว่ามีภาวะอะไรบ้าง
เข้าถึงการวินิจฉัยจากแพทย์อันนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้อง


 อีกหนึ่งปัจจัยที่มักถูกมองข้าม คือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ซึ่งทำให้ระดับออกซิเจนใน
เลือดลดลง ร่างกายสูญเสียสมดุล และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ผศ. นพ.จิรยศ จินตนาดิลก แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การนอนหลับ และเวชศาสตร์โรคปอด
 อธิบายว่า “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิด
จังหวะที่รุนแรงได้ในขณะนอนหลับ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่แล้ว”
 

[img]https://image.posttoday.com/uploads/images/contents/w1024/2026/03/nOrxxkV6fn1jpHwQoiKo.webp?x-image-process=style/lg-webp[/img]
 

 

การป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
 

พญ.สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน กล่าวถึงการลดความเสี่ยงและแนวทางป้องกันการเสียชีวิตจากภาวะ Sudden Death ว่า
 

“แม้ภาวะเสียชีวิตกะทันหันจะดูเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดคะเนได้ แต่ในทางการแพทย์ความเสี่ยงเหล่านี้
สามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจเชิงลึก ซึ่งลดความเสี่ยงการเสียชีวิตกะทันหันในกลุ่มคนทั่วไปได้ประมาณ
40 - 60% และ 60 - 80% ในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง”
 

สำหรับแนวทางสำคัญของ การตรวจคัดกรองเชิงลึกแบบเฉพาะทาง (Targeted Prevention) เป็นการตรวจเชิงลึก
ที่ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงรอบด้าน ได้แก่ ระบบหัวใจและหลอดเลือด สมองและระบบประสาท การนอนหลับ
และโรคทางพันธุกรรม เพื่อค้นหาความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ในร่างกายได้ลึกถึงระดับยีน โดยเฉพาะหากคนในครอบครัว
มีประวัติเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีภาวะเสียชีวิตกะทันหัน ควรจะมีตรวจเชิงลึกเฉพาะทางตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป
เพราะถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง
https://www.posttoday.com/smart-life/740224

 

[img]https://image.posttoday.com/uploads/images/contents/w1024/2026/03/Ug5TZ2DsjVT7ZlYccOGy.webp?x-image-process=style/lg-webp[/img]


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่