เสียงสับสะท้านเขียง ย้อนรอยตำนาน "มีดบางตอ" จากแดนมังกรสู่ก้นครัวไทย
หากใครเคยเดินผ่านตลาดสดในยามเช้า หรือยืนรอดูเฮียสับข้าวมันไก่หน้าปากซอย คงคุ้นเคยกับเสียงสับที่ดังก้องกังวานมาจากเขียงไม้มะขามหนาเตอะ พร้อมกับภาพของมีดเล่มใหญ่รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่หั่นและสับลงไปอย่างทะมัดทะแมง
คนไทยคุ้นเคยกับอาวุธคู่ครัวชนิดนี้ในชื่อ "มีดบางตอ" หรือที่เรียกติดปากกันคุ้นหูว่า "มีดปังตอ" แต่คุณรู้หรือไม่ครับว่า ชื่อมีดคำนี้แท้จริงแล้วไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากภาษาไทย แต่เป็นการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาพร้อมกับชาวจีนโพ้นทะเล
ทำไมต้อง "บางตอ" ?
คำว่า "บางตอ" หรือ "ปังตอ" นั้น เป็นคำยืมที่มาจาก ภาษาจีนแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นภาษาของกลุ่มชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในไทยเป็นจำนวนมากในอดีตครับ โดยเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า 方刀 (bang1 do1) หรือ 枋刀 ซึ่งสามารถแยกความหมายตรงตัวได้ดังนี้
• บาง / ปัง (方 / 枋) แปลว่า สี่เหลี่ยม หรือ แผ่นไม้กระดาน (สื่อถึงลักษณะที่แบนและกว้าง)
• ตอ (刀) แปลว่า มีด
เมื่อนำมารวมกันจึงแปลได้อย่างเห็นภาพว่า "มีดที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายแผ่นไม้กระดาน" ซึ่งอธิบายรูปลักษณ์เฉพาะตัวของมีดชนิดนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จากเสื่อผืนหมอนใบ สู่ไอเทมลับในครัวไทย
ย้อนกลับไปในอดีต คนไทยดั้งเดิมมักคุ้นเคยกับการใช้มีดที่มีความโค้งและปลายแหลมอย่าง "มีดอีโต้" หรือ "มีดพร้า" ในการสับหั่นหรือใช้งานอเนกประสงค์ แต่เมื่อชาวจีนอพยพเข้ามาในสยามเพื่อเปิดร้านรวงค้าขาย พวกเขาได้นำวัฒนธรรมอาหารอย่าง หมูสับ เป็ดย่าง และข้าวมันไก่ เข้ามาพร้อมกับ มีดบางตอ คนไทยในยุคนั้นได้เห็นถึง "ความอเนกประสงค์" ของมีดสี่เหลี่ยมเล่มนี้ผ่านฝีมือของพ่อค้าชาวจีน
• น้ำหนักทิ้งตัว สับกระดูกหมูชิ้นใหญ่ให้ขาดกระจุยได้ในดาบเดียว
• ใบมีดกว้าง ใช้ตบกระเทียมให้แหลก หรือใช้ตักวัตถุดิบที่หั่นเสร็จแล้วลงกระทะได้เหมือนไม้พาย
• สันมีดหนา ใช้ทุบเนื้อสัตว์ให้นุ่มก่อนนำไปหมัก
ด้วยความสะดวกสบายและเหมาะกับการทำอาหารในปริมาณมากๆ สำหรับค้าขาย คนไทยจึงเริ่มประยุกต์นำ "มีดบางตอ" เข้ามาใช้ในครัวเรือนของตนเอง จนท้ายที่สุดมันก็กลายมาเป็นเครื่องครัวที่แทบทุกบ้านต้องมี ซึมซับและกลมกลืนไปกับวิถีชีวิตของคนไทยอย่างแนบเนียน คู่กับครกหินและเขียงไม้มะขามไปโดยปริยาย
ประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ การที่เราเรียกมีดชนิดนี้ว่า "บางตอ" จึงไม่ใช่แค่การเรียกชื่อสิ่งของธรรมดา แต่คือการบันทึกประวัติศาสตร์การหลอมรวมทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีนเอาไว้ในภาษาพูดของเรา ทุกครั้งที่คุณได้ยินเสียงสับเนื้อบนเขียง มันคือเสียงสะท้อนของวิถีชีวิตที่สืบทอดจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน
https://www.facebook.com/share/p/181pUaeCSd/
🔪 เสียงสับสะท้านเขียง ย้อนรอยตำนาน "มีดบางตอ" จากแดนมังกรสู่ก้นครัวไทย
หากใครเคยเดินผ่านตลาดสดในยามเช้า หรือยืนรอดูเฮียสับข้าวมันไก่หน้าปากซอย คงคุ้นเคยกับเสียงสับที่ดังก้องกังวานมาจากเขียงไม้มะขามหนาเตอะ พร้อมกับภาพของมีดเล่มใหญ่รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่หั่นและสับลงไปอย่างทะมัดทะแมง
คนไทยคุ้นเคยกับอาวุธคู่ครัวชนิดนี้ในชื่อ "มีดบางตอ" หรือที่เรียกติดปากกันคุ้นหูว่า "มีดปังตอ" แต่คุณรู้หรือไม่ครับว่า ชื่อมีดคำนี้แท้จริงแล้วไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากภาษาไทย แต่เป็นการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาพร้อมกับชาวจีนโพ้นทะเล
ทำไมต้อง "บางตอ" ?
คำว่า "บางตอ" หรือ "ปังตอ" นั้น เป็นคำยืมที่มาจาก ภาษาจีนแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นภาษาของกลุ่มชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในไทยเป็นจำนวนมากในอดีตครับ โดยเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า 方刀 (bang1 do1) หรือ 枋刀 ซึ่งสามารถแยกความหมายตรงตัวได้ดังนี้
• บาง / ปัง (方 / 枋) แปลว่า สี่เหลี่ยม หรือ แผ่นไม้กระดาน (สื่อถึงลักษณะที่แบนและกว้าง)
• ตอ (刀) แปลว่า มีด
เมื่อนำมารวมกันจึงแปลได้อย่างเห็นภาพว่า "มีดที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายแผ่นไม้กระดาน" ซึ่งอธิบายรูปลักษณ์เฉพาะตัวของมีดชนิดนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จากเสื่อผืนหมอนใบ สู่ไอเทมลับในครัวไทย
ย้อนกลับไปในอดีต คนไทยดั้งเดิมมักคุ้นเคยกับการใช้มีดที่มีความโค้งและปลายแหลมอย่าง "มีดอีโต้" หรือ "มีดพร้า" ในการสับหั่นหรือใช้งานอเนกประสงค์ แต่เมื่อชาวจีนอพยพเข้ามาในสยามเพื่อเปิดร้านรวงค้าขาย พวกเขาได้นำวัฒนธรรมอาหารอย่าง หมูสับ เป็ดย่าง และข้าวมันไก่ เข้ามาพร้อมกับ มีดบางตอ คนไทยในยุคนั้นได้เห็นถึง "ความอเนกประสงค์" ของมีดสี่เหลี่ยมเล่มนี้ผ่านฝีมือของพ่อค้าชาวจีน
• น้ำหนักทิ้งตัว สับกระดูกหมูชิ้นใหญ่ให้ขาดกระจุยได้ในดาบเดียว
• ใบมีดกว้าง ใช้ตบกระเทียมให้แหลก หรือใช้ตักวัตถุดิบที่หั่นเสร็จแล้วลงกระทะได้เหมือนไม้พาย
• สันมีดหนา ใช้ทุบเนื้อสัตว์ให้นุ่มก่อนนำไปหมัก
ด้วยความสะดวกสบายและเหมาะกับการทำอาหารในปริมาณมากๆ สำหรับค้าขาย คนไทยจึงเริ่มประยุกต์นำ "มีดบางตอ" เข้ามาใช้ในครัวเรือนของตนเอง จนท้ายที่สุดมันก็กลายมาเป็นเครื่องครัวที่แทบทุกบ้านต้องมี ซึมซับและกลมกลืนไปกับวิถีชีวิตของคนไทยอย่างแนบเนียน คู่กับครกหินและเขียงไม้มะขามไปโดยปริยาย
ประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ การที่เราเรียกมีดชนิดนี้ว่า "บางตอ" จึงไม่ใช่แค่การเรียกชื่อสิ่งของธรรมดา แต่คือการบันทึกประวัติศาสตร์การหลอมรวมทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีนเอาไว้ในภาษาพูดของเรา ทุกครั้งที่คุณได้ยินเสียงสับเนื้อบนเขียง มันคือเสียงสะท้อนของวิถีชีวิตที่สืบทอดจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน
https://www.facebook.com/share/p/181pUaeCSd/