👨🍳
เขียงไม้ vs เขียงพลาสติก แบบไหนดีกว่า? หลายบ้านใช้ทุกวัน แต่เลือกผิดมาตลอด
ในครัวของแทบทุกบ้านต้องมี “เขียง” แต่หลายคนอาจไม่เคยคิดเลยว่า แค่เลือกเขียงผิด
ก็อาจส่งผลทั้งเรื่องความสะอาด กลิ่นอาหาร ไปจนถึงอายุการใช้งาน
โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตที่เถียงกันมานานระหว่าง เขียงไม้ กับ เขียงพลาสติก แบบไหนดีกว่ากัน?
คำตอบคือ…แต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน และเหมาะกับการใช้งานไม่เหมือนกัน
📌เขียงไม้ จุดเด่นคืออะไร?
เขียงไม้เป็นแบบดั้งเดิมที่หลายบ้านคุ้นเคย โดยเฉพาะร้านอาหารหรือครัวไทย
ข้อดี
• แข็งแรง ทนทาน
• รองรับแรงสับได้ดี
• มีรอยมีดยากกว่า
• หลายชนิดช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ตามธรรมชาติ
อีกข้อที่หลายคนชอบคือ “มีดไม่ทื่อเร็ว”
แต่เขียงไม้ก็มีข้อเสีย
หากดูแลไม่ดี เขียงไม้อาจ:
• อมน้ำ
• เกิดกลิ่นอับ
• มีเชื้อราสะสม
• แตกหรือบวมได้
โดยเฉพาะถ้าแช่น้ำ หรือเก็บในที่ชื้นนานเกินไป
แล้วเขียงพลาสติกล่ะ?
เขียงพลาสติกได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเบา ล้างง่าย และมีหลายสีให้แยกประเภทอาหาร
ข้อดี
• ทำความสะอาดง่าย
• แห้งไว
• ไม่อมน้ำเท่าเขียงไม้
• เหมาะกับการแยกอาหารดิบ/สุก
หลายบ้านนิยมใช้สีต่างกัน เช่น สีหนึ่งสำหรับเนื้อดิบ อีกสีสำหรับผักหรืออาหารสุก
ข้อเสียที่หลายคนมองข้าม
แม้จะดูสะอาด แต่เขียงพลาสติกมี “รอยมีด” เกิดง่าย และรอยเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจกลายเป็นจุดสะสมของเศษอาหารและแบคทีเรีย
หากใช้นานเกินไปโดยไม่เปลี่ยน บางครั้งเขียงดูสะอาดด้วยตา แต่จริง ๆ อาจมีคราบสะสมอยู่ในร่องลึกแล้ว
🔰แล้วแบบไหน “ปลอดภัยกว่า”?
จริง ๆ แล้ว ความสะอาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “วัสดุอย่างเดียว” แต่อยู่ที่ “การดูแล”
ไม่ว่าจะเขียงไม้หรือพลาสติก ถ้า:
• ล้างไม่สะอาด
• ใช้ปนอาหารดิบกับอาหารสุก
• ไม่ตากให้แห้ง
ก็เสี่ยงสะสมเชื้อโรคได้เหมือนกัน
🔰วิธีใช้เขียงให้ปลอดภัย
• แยกเขียงอาหารดิบและอาหารสุก
• ล้างทันทีหลังใช้
• ตากให้แห้งทุกครั้ง
• หากมีรอยลึกหรือกลิ่นติด ควรเปลี่ยนใหม่
• เขียงไม้ไม่ควรแช่น้ำนาน
จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่า เขียงไม้และเขียงพลาสติกไม่มีแบบไหน “ดีกว่าขาดลอย” แต่เหมาะกับการใช้งานต่างกัน
เขียงไม้ → ทน แข็งแรง เหมาะกับงานหนัก เขียงพลาสติก → ล้างง่าย เหมาะกับการใช้งานทั่วไป
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ราคา หรือวัสดุ แต่อยู่ที่ “ล้างสะอาดและเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา”
เพราะของใช้ในครัวที่ใช้ทุกวัน อาจเป็นจุดสะสมเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว
🍳👨🍳ที่มา :
👨🍳เขียงไม้ vs เขียงพลาสติก แบบไหนดีกว่า? หลายบ้านใช้ทุกวัน แต่เลือกผิดมาตลอด
ในครัวของแทบทุกบ้านต้องมี “เขียง” แต่หลายคนอาจไม่เคยคิดเลยว่า แค่เลือกเขียงผิด
ก็อาจส่งผลทั้งเรื่องความสะอาด กลิ่นอาหาร ไปจนถึงอายุการใช้งาน
โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตที่เถียงกันมานานระหว่าง เขียงไม้ กับ เขียงพลาสติก แบบไหนดีกว่ากัน?
คำตอบคือ…แต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน และเหมาะกับการใช้งานไม่เหมือนกัน
📌เขียงไม้ จุดเด่นคืออะไร?
เขียงไม้เป็นแบบดั้งเดิมที่หลายบ้านคุ้นเคย โดยเฉพาะร้านอาหารหรือครัวไทย
ข้อดี
• แข็งแรง ทนทาน
• รองรับแรงสับได้ดี
• มีรอยมีดยากกว่า
• หลายชนิดช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ตามธรรมชาติ
อีกข้อที่หลายคนชอบคือ “มีดไม่ทื่อเร็ว”
แต่เขียงไม้ก็มีข้อเสีย
หากดูแลไม่ดี เขียงไม้อาจ:
• อมน้ำ
• เกิดกลิ่นอับ
• มีเชื้อราสะสม
• แตกหรือบวมได้
โดยเฉพาะถ้าแช่น้ำ หรือเก็บในที่ชื้นนานเกินไป
แล้วเขียงพลาสติกล่ะ?
เขียงพลาสติกได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเบา ล้างง่าย และมีหลายสีให้แยกประเภทอาหาร
ข้อดี
• ทำความสะอาดง่าย
• แห้งไว
• ไม่อมน้ำเท่าเขียงไม้
• เหมาะกับการแยกอาหารดิบ/สุก
หลายบ้านนิยมใช้สีต่างกัน เช่น สีหนึ่งสำหรับเนื้อดิบ อีกสีสำหรับผักหรืออาหารสุก
ข้อเสียที่หลายคนมองข้าม
แม้จะดูสะอาด แต่เขียงพลาสติกมี “รอยมีด” เกิดง่าย และรอยเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจกลายเป็นจุดสะสมของเศษอาหารและแบคทีเรีย
หากใช้นานเกินไปโดยไม่เปลี่ยน บางครั้งเขียงดูสะอาดด้วยตา แต่จริง ๆ อาจมีคราบสะสมอยู่ในร่องลึกแล้ว
🔰แล้วแบบไหน “ปลอดภัยกว่า”?
จริง ๆ แล้ว ความสะอาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “วัสดุอย่างเดียว” แต่อยู่ที่ “การดูแล”
ไม่ว่าจะเขียงไม้หรือพลาสติก ถ้า:
• ล้างไม่สะอาด
• ใช้ปนอาหารดิบกับอาหารสุก
• ไม่ตากให้แห้ง
ก็เสี่ยงสะสมเชื้อโรคได้เหมือนกัน
🔰วิธีใช้เขียงให้ปลอดภัย
• แยกเขียงอาหารดิบและอาหารสุก
• ล้างทันทีหลังใช้
• ตากให้แห้งทุกครั้ง
• หากมีรอยลึกหรือกลิ่นติด ควรเปลี่ยนใหม่
• เขียงไม้ไม่ควรแช่น้ำนาน
จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่า เขียงไม้และเขียงพลาสติกไม่มีแบบไหน “ดีกว่าขาดลอย” แต่เหมาะกับการใช้งานต่างกัน
เขียงไม้ → ทน แข็งแรง เหมาะกับงานหนัก เขียงพลาสติก → ล้างง่าย เหมาะกับการใช้งานทั่วไป
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ราคา หรือวัสดุ แต่อยู่ที่ “ล้างสะอาดและเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา”
เพราะของใช้ในครัวที่ใช้ทุกวัน อาจเป็นจุดสะสมเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว
🍳👨🍳ที่มา :