ทุกคนครับผมอยากตายเพราะแม่ตัวเองผมควรทำไงยังไงกับชีวิตดีครับ เรื่องมันเริ่มมาตั้งแต่ผมยังเด็กผมจำวันนั้นฝั่งใจเลย วันที่ผมบอก "แม่ครับผมอยากไปช่วยแม่ขายของด้วยครับ" เพราะคำคำนี้แหละครับทำให้ผมมีปมกับคำว่าไร้ประโยชน์ รู้ไหมเพราะอะไรเพราะวันนั้นเป็นวันที่แม่ผมบอกกับผมตอนกำลังช่วยงานว่า "เกะกะขวางทางคนจะรีบทำงาน" นั้นแหละครับจุดเริ่มต้นมันมาจากวันนั้น
มันเลยทำให้ผมติดเกมหนักเพราะผมอยากหนีความคิดในหัวผมว่า "ไร้ประโยชน์ ตายตายไปเถอะ" แต่ถึงจะติดเกมยังไงผมก็ยังช่วยแม่อยู่ผมทำแค่เรื่องงานบ้านนิดหน่อย ผมทำแค่ "กวาดบ้าน เฝ้าบ้านตอนแม่ไปขายของ พับผ้า ตากผ้า รีดผ้านักเรียน เก็บของหลังบ้านที่แม่ผมล้างหลังจากไปขายของ" ทุกคนคงสงสัยใช่ไหมผมอยากตายเพราะอะไร เพราะถึงผมจะทำงานบ้านช่วยแบ่งเบาภาระลงตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมปลาย แต่คำพูดของแม่ผมตอนผมทำไรช้าหรือไม่ได้เรื่องแม่จะชอบกล่าวคำที่มันสื่อไปว่า "ไร้ประโยชน์ เลี้ยงเสียข้าวสุก ไม่ได้เรื่อง" มันเป็นมาตั้งแต่วันที่แม่ผมกับวันนั้น
ผมเลยเล่นเกมเพื่อหนีความจริงหนีความคิดหนีทุกสิ่งทุกอย่างเลย ผมไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าผมจะไม่ได้คำชมจากแม่ของผม แต่ผมไม่ได้หวังคำที่ม้นแทงใจดำผมอย่างงี้ ผมแค่อยากช่วยงานเฉยเฉย แต่กับได้คำพูดอย่างงี้กลับมา มันทำให้ผมร้องไห้หลายรอบหลายครั้งแต่ไม่ได้ถึงขั้นทำร้ายตัวเองจนถึงตอนนี้ ใจผมมันไม่ได้แข็งเหมือนหินซะหน่อยที่จะทนกับคำที่ออกมาจากแม่ได้ และก็มีครั้งนึงที่ผมร้องไห้หนักมากหลังจากที่ผมทำงานกับพี่อยู่ เพราะครั้งนั้นไม่ได้มีแค่แม่ของผมที่กล่าวคำที่แทงใจดำผม เพราะมันมีพี่สาวผมด้วยนี้สิ ใช่มันทำให้หลังจากที่ผมโดนไล่ออกมาเพราะผมทำตัวเหมือนประชดที่เรียกตัวมาทำงาน ผมไม่ได้ประชดด้วยซ้ำผมแค่คิดว่าอยากจบงานเร็วเร็วจังผมก็เลยรีบแบบผิดปกติ 3 รอบ รอบที่ 3 นั้นแหละที่ผมโดน หลังจากที่ผมโดนไล่ออกมาผมก็เริ่มร้องไห้แล้วซึ่งครั้งนี้มันไม่ได้ปกติผมทำร้ายตัวเองด้วยการเอาเล็บมือมาขูดที่หน้าผากผมจนเป็นแผลขนาดใหญ่ 2-4 วันกว่ากว่า แล้วตอนผมร้องไห้ผมก็ยังถูกซ้ำเติบด้วยแหละมันเลยทำให้ผมร้องไห้กว่าปกติ แม่ผมถึงกับมาบอกว่า "หยุดร้องไห้แล้วไปหาอะไรวาดรูป" ผมไม่ได้ขยับไปไหนจนแม่ผมหยิบสมุดมาให้ผมกับโต๊ะตอนนั้นผมอยากตายมาก มากกว่าปกติมากกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมก็เลยเปิดไปที่หน้ากลางแล้วเขียนคำว่า "ตาย" จนมันเต็มหน้ากระดาษที่มันเปื้อนเพราะน้ำตาผม พอเขียนไปเรื่อยเรื่อยผมก็รู้สึกโล่ง แต่จนกระทั่งแม่ผมเดินมาบอกว่า "เป็นของอะไรของ" คำนี้มันอาจปกติแหละถ้ามันไม่ใช่น้ำเสียงที่ดูเหมือนคนรำคาญและเป็นเสียงที่มาจากแม่ผม มันเลยทำให้ผมร้องไห้ต่อไปเรื่อยเรื่อยแล้วก็ค่อยค่อยเอาเบ็บมือมาขูดหน้าผาก ผมทำไปเรื่อยเรื่อยจนพี่กลับมาดูผอมแล้วก็ซื้อของมาให้ผมแล้วก็ขอโทษผมด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่จริงใจ แต่มันก็ทำให้ผมค่อยค่อยหยุดร้อง ตั้งแต่วันนั้นมาผมก็คิดแต่เรื่องตายบ่อยขึ้นจนถึงขั้นที่ทำให้ผมคิดเรื่องตายในตอนที่เล่นเกมเลย แต่ก็เริ่มกลับมาเป็นปกติหลังจาก 9 เดือนได้จนกระทั่งพี่ผมเป็นโรคซึมเศร้าอีกครั้งหลังจากตอนมัธยมต้น แม่ผมก็ดูเหมือนจะเครียดและดูโกรธกว่าปกติ จนกระทั่งวันนี้แม่ผมบอกว่า "ทำไมไม่รีบกลับบ้าน" แล้วก็บ่นด้วยคำที่มันแทงใจดำผม เพียงเพราะผมแค่อยากเติมเงินอะ แค่เติมเงินเอง ตอนนั้นมัน 16:00 กว่ากว่าแต่เวลากลับปกติของผมคือ 15:40 ผมแค่เดินมาเติมเงินไกลเอง แม่ผมก็เลยให้ผมเดินกลับบ้านเองผมก็เลยคิดอะไรที่มันทำให้ผมตายได้ตลอดทางจนถึงบ้าน พอถึงบ้านผมก็เข้าห้องร้องไห้ทันทีเลยแล้วก็มานั่งเขียนกระตู้หลังจากที่ผมค่อบค่อยหยุดร้อวไห้
ทำไมแม่ผมต้องบอกกับผมแบบนั้น
มันเลยทำให้ผมติดเกมหนักเพราะผมอยากหนีความคิดในหัวผมว่า "ไร้ประโยชน์ ตายตายไปเถอะ" แต่ถึงจะติดเกมยังไงผมก็ยังช่วยแม่อยู่ผมทำแค่เรื่องงานบ้านนิดหน่อย ผมทำแค่ "กวาดบ้าน เฝ้าบ้านตอนแม่ไปขายของ พับผ้า ตากผ้า รีดผ้านักเรียน เก็บของหลังบ้านที่แม่ผมล้างหลังจากไปขายของ" ทุกคนคงสงสัยใช่ไหมผมอยากตายเพราะอะไร เพราะถึงผมจะทำงานบ้านช่วยแบ่งเบาภาระลงตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมปลาย แต่คำพูดของแม่ผมตอนผมทำไรช้าหรือไม่ได้เรื่องแม่จะชอบกล่าวคำที่มันสื่อไปว่า "ไร้ประโยชน์ เลี้ยงเสียข้าวสุก ไม่ได้เรื่อง" มันเป็นมาตั้งแต่วันที่แม่ผมกับวันนั้น
ผมเลยเล่นเกมเพื่อหนีความจริงหนีความคิดหนีทุกสิ่งทุกอย่างเลย ผมไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าผมจะไม่ได้คำชมจากแม่ของผม แต่ผมไม่ได้หวังคำที่ม้นแทงใจดำผมอย่างงี้ ผมแค่อยากช่วยงานเฉยเฉย แต่กับได้คำพูดอย่างงี้กลับมา มันทำให้ผมร้องไห้หลายรอบหลายครั้งแต่ไม่ได้ถึงขั้นทำร้ายตัวเองจนถึงตอนนี้ ใจผมมันไม่ได้แข็งเหมือนหินซะหน่อยที่จะทนกับคำที่ออกมาจากแม่ได้ และก็มีครั้งนึงที่ผมร้องไห้หนักมากหลังจากที่ผมทำงานกับพี่อยู่ เพราะครั้งนั้นไม่ได้มีแค่แม่ของผมที่กล่าวคำที่แทงใจดำผม เพราะมันมีพี่สาวผมด้วยนี้สิ ใช่มันทำให้หลังจากที่ผมโดนไล่ออกมาเพราะผมทำตัวเหมือนประชดที่เรียกตัวมาทำงาน ผมไม่ได้ประชดด้วยซ้ำผมแค่คิดว่าอยากจบงานเร็วเร็วจังผมก็เลยรีบแบบผิดปกติ 3 รอบ รอบที่ 3 นั้นแหละที่ผมโดน หลังจากที่ผมโดนไล่ออกมาผมก็เริ่มร้องไห้แล้วซึ่งครั้งนี้มันไม่ได้ปกติผมทำร้ายตัวเองด้วยการเอาเล็บมือมาขูดที่หน้าผากผมจนเป็นแผลขนาดใหญ่ 2-4 วันกว่ากว่า แล้วตอนผมร้องไห้ผมก็ยังถูกซ้ำเติบด้วยแหละมันเลยทำให้ผมร้องไห้กว่าปกติ แม่ผมถึงกับมาบอกว่า "หยุดร้องไห้แล้วไปหาอะไรวาดรูป" ผมไม่ได้ขยับไปไหนจนแม่ผมหยิบสมุดมาให้ผมกับโต๊ะตอนนั้นผมอยากตายมาก มากกว่าปกติมากกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมก็เลยเปิดไปที่หน้ากลางแล้วเขียนคำว่า "ตาย" จนมันเต็มหน้ากระดาษที่มันเปื้อนเพราะน้ำตาผม พอเขียนไปเรื่อยเรื่อยผมก็รู้สึกโล่ง แต่จนกระทั่งแม่ผมเดินมาบอกว่า "เป็นของอะไรของ" คำนี้มันอาจปกติแหละถ้ามันไม่ใช่น้ำเสียงที่ดูเหมือนคนรำคาญและเป็นเสียงที่มาจากแม่ผม มันเลยทำให้ผมร้องไห้ต่อไปเรื่อยเรื่อยแล้วก็ค่อยค่อยเอาเบ็บมือมาขูดหน้าผาก ผมทำไปเรื่อยเรื่อยจนพี่กลับมาดูผอมแล้วก็ซื้อของมาให้ผมแล้วก็ขอโทษผมด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่จริงใจ แต่มันก็ทำให้ผมค่อยค่อยหยุดร้อง ตั้งแต่วันนั้นมาผมก็คิดแต่เรื่องตายบ่อยขึ้นจนถึงขั้นที่ทำให้ผมคิดเรื่องตายในตอนที่เล่นเกมเลย แต่ก็เริ่มกลับมาเป็นปกติหลังจาก 9 เดือนได้จนกระทั่งพี่ผมเป็นโรคซึมเศร้าอีกครั้งหลังจากตอนมัธยมต้น แม่ผมก็ดูเหมือนจะเครียดและดูโกรธกว่าปกติ จนกระทั่งวันนี้แม่ผมบอกว่า "ทำไมไม่รีบกลับบ้าน" แล้วก็บ่นด้วยคำที่มันแทงใจดำผม เพียงเพราะผมแค่อยากเติมเงินอะ แค่เติมเงินเอง ตอนนั้นมัน 16:00 กว่ากว่าแต่เวลากลับปกติของผมคือ 15:40 ผมแค่เดินมาเติมเงินไกลเอง แม่ผมก็เลยให้ผมเดินกลับบ้านเองผมก็เลยคิดอะไรที่มันทำให้ผมตายได้ตลอดทางจนถึงบ้าน พอถึงบ้านผมก็เข้าห้องร้องไห้ทันทีเลยแล้วก็มานั่งเขียนกระตู้หลังจากที่ผมค่อบค่อยหยุดร้อวไห้