Kokuho (สมบัติชาติ)
.
เราเคยคิดไหม…
ระหว่างคนที่
"เกิดมาไม่มีอะไร" แต่ต้องพิสูจน์ตัวเองทุกวัน
กับคนที่
"เกิดมาพร้อมทุกอย่าง" แต่ต้องแบกความคาดหวังทั้งชีวิต
ใครกันแน่ที่ “เจ็บกว่า”
และใครกันแน่ที่มีอิสระน้อยกว่า
.
ใน KOKUHO ไม่ได้ตัดสินแทนเรา
หนังแค่พาเราไปบนเวทีพร้อมกับตัวละคร
ให้เห็นชัด ๆ ว่า
"คนที่ไม่มีอะไร ต้องพยายาม ต้องวิ่งไม่หยุด
หยุดเมื่อไหร่…ก็หายไปจากสายตาคนดู"
ส่วนคนที่มีทุกอย่าง
"กลับไม่มีสิทธิ์ได้หยุดเลย
เพราะทั้งประเทศกำลังคาดหวังจากเขาอยู่"
.
หนังไม่ได้บอกว่าใครน่าสงสารกว่า
แต่มันทำให้เราเห็นว่า
การได้ “ที่ยืน” มา
กับ "การรักษาที่ยืน” ไว้
มันคนละความเหนื่อย
แต่เจ็บพอ ๆ กัน
.
สิ่งที่ฉันรู้สึกอินเรื่องนี้เป็นพิเศษ
ไม่ใช่แค่คาบูกิ
ไม่ใช่แค่พิธีรีตอง
แต่คือความจริงง่าย ๆ ที่เจอได้ในชีวิตเรา
.
"บางคนสู้จนไม่มีแรงฝัน"
คนที่เริ่มต้นจากศูนย์
ไม่มีชื่อ ไม่มีต้นทุน ไม่มีใครรอรับ
ทุกวันต้องคิดแค่ว่า จะยืนให้รอดยังไงก่อน
จะเก่งแค่ไหน ถ้าพลาดนิดเดียวก็อาจหลุดจากเวที
ชีวิตเลยเหลือแค่การ “ประคองตัวให้ผ่านวันนี้”
จนวันหนึ่ง…ลืมไปแล้วว่าเคยอยากเป็นอะไร
.
"บางคนฝันจนไม่มีแรงเป็นตัวเอง"
คนที่เกิดมาพร้อมทุกอย่าง
ชื่อเสียง โอกาส ความคาดหวัง
ฝันของเขาถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันเลือก
ต้องเก่ง ต้องสำเร็จ ต้องไม่พลาด
จนไม่มีพื้นที่ให้ลองผิด
ไม่มีสิทธิ์จะเหนื่อย หรือบอกว่าไม่ไหว
สุดท้ายฝันที่ควรเป็นแรงผลัก
กลับกลายเป็นกรอบที่ขังตัวตนเอาไว้"
.
และไม่ว่าเราจะเป็นคนที่
“ไล่ตามความฝัน”
หรือเป็นคนที่เหนื่อยกับการ
“แบกความฝันของคนอื่น”
.
KOKUHO ไม่ได้บอกว่าใครน่าสงสารกว่า
แต่มันทำให้เราเห็นว่า
ไม่ว่าทางไหน…
ก็มีราคาที่ต้องจ่ายเหมือนกัน
Kokuho (สมบัติชาติ) คนที่ "เกิดมาไม่มีอะไร" กับคนที่ "เกิดมาพร้อมทุกอย่าง" ใครกันแน่ที่ “เจ็บกว่า”
.
เราเคยคิดไหม…
ระหว่างคนที่
"เกิดมาไม่มีอะไร" แต่ต้องพิสูจน์ตัวเองทุกวัน
กับคนที่
"เกิดมาพร้อมทุกอย่าง" แต่ต้องแบกความคาดหวังทั้งชีวิต
ใครกันแน่ที่ “เจ็บกว่า”
และใครกันแน่ที่มีอิสระน้อยกว่า
.
ใน KOKUHO ไม่ได้ตัดสินแทนเรา
หนังแค่พาเราไปบนเวทีพร้อมกับตัวละคร
ให้เห็นชัด ๆ ว่า
"คนที่ไม่มีอะไร ต้องพยายาม ต้องวิ่งไม่หยุด
หยุดเมื่อไหร่…ก็หายไปจากสายตาคนดู"
ส่วนคนที่มีทุกอย่าง
"กลับไม่มีสิทธิ์ได้หยุดเลย
เพราะทั้งประเทศกำลังคาดหวังจากเขาอยู่"
.
หนังไม่ได้บอกว่าใครน่าสงสารกว่า
แต่มันทำให้เราเห็นว่า
การได้ “ที่ยืน” มา
กับ "การรักษาที่ยืน” ไว้
มันคนละความเหนื่อย
แต่เจ็บพอ ๆ กัน
.
สิ่งที่ฉันรู้สึกอินเรื่องนี้เป็นพิเศษ
ไม่ใช่แค่คาบูกิ
ไม่ใช่แค่พิธีรีตอง
แต่คือความจริงง่าย ๆ ที่เจอได้ในชีวิตเรา
.
"บางคนสู้จนไม่มีแรงฝัน"
คนที่เริ่มต้นจากศูนย์
ไม่มีชื่อ ไม่มีต้นทุน ไม่มีใครรอรับ
ทุกวันต้องคิดแค่ว่า จะยืนให้รอดยังไงก่อน
จะเก่งแค่ไหน ถ้าพลาดนิดเดียวก็อาจหลุดจากเวที
ชีวิตเลยเหลือแค่การ “ประคองตัวให้ผ่านวันนี้”
จนวันหนึ่ง…ลืมไปแล้วว่าเคยอยากเป็นอะไร
.
"บางคนฝันจนไม่มีแรงเป็นตัวเอง"
คนที่เกิดมาพร้อมทุกอย่าง
ชื่อเสียง โอกาส ความคาดหวัง
ฝันของเขาถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันเลือก
ต้องเก่ง ต้องสำเร็จ ต้องไม่พลาด
จนไม่มีพื้นที่ให้ลองผิด
ไม่มีสิทธิ์จะเหนื่อย หรือบอกว่าไม่ไหว
สุดท้ายฝันที่ควรเป็นแรงผลัก
กลับกลายเป็นกรอบที่ขังตัวตนเอาไว้"
.
และไม่ว่าเราจะเป็นคนที่
“ไล่ตามความฝัน”
หรือเป็นคนที่เหนื่อยกับการ
“แบกความฝันของคนอื่น”
.
KOKUHO ไม่ได้บอกว่าใครน่าสงสารกว่า
แต่มันทำให้เราเห็นว่า
ไม่ว่าทางไหน…
ก็มีราคาที่ต้องจ่ายเหมือนกัน