**ต่อจากกระทู้เดิม เกี่ยวกับประวัติศาสตร์คาบูกิ** ถ้าหากเราวิเคราะห์ด้านจิตใจ ของผู้ที่ต้องก้าวขึ้นมาเป็น Kokuho ในวงการคาบูกิ ผ่านมุมมองลึกๆ
เราจะพบกับสภาวะที่เรียกว่า “การสูญเสียตัวตนเพื่อแลกกับความเป็นนิรันด์”ค่ะ
ศิลปินที่ก้าวขึ้นสู่ระดับ Ningen kokuho (Living National Treasure) ต้องเผชิญกับสภาวะทางจิตที่คนทั่วไปยากจะจินตนาการ
ภาวะ "ตัวตนที่ถูกกลืนกิน" (The Erasure of the Individual Self)
ในทางจิตวิทยา มนุษย์สร้างตัวตน (Identity) จากความปรารถนาและการเลือกของตัวเอง แต่สำหรับนักแสดงคาบูกิระดับสูง พวกเขาถูกวางพิมพ์เขียวชีวิตไว้ตั้งแต่เกิด (Pre-determined identity) จิตใจต้องรับสภาพว่า "ฉันไม่ได้เป็นในสิ่งที่ฉันอยากเป็น แต่ฉันเป็นในสิ่งที่ตระกูลต้องการให้เป็น
สำหรับผู้ที่ฝึกเป็น Onnagata (บทหญิง) จิตใจต้องทำการ "เลียนแบบอารมณ์" ของสตรีในอุดมคติยุคเอโดะตลอดเวลา จนเกิดภาวะที่เรียกว่า "Cognitive Dissonance" หรือความย้อนแย้งทางความคิด เมื่อภาพลักษณ์ภายนอกที่โลกยกย่อง (ความเป็นหญิงที่สมบูรณ์แบบ) ขัดแย้งกับสรีระและตัวตนภายในที่เป็นชาย
ความโดดเดี่ยวของ "โบราณวัตถุที่ยังมีลมหายใจ" (The Loneliness of a Living Artifact)
เมื่อได้รับเลือกเป็นสมบัติชาติ สภาวะจิตใจจะเปลี่ยนจาก "ศิลปิน" กลายเป็น "สถาบัน"ทันทีค่ะ
ทุกการเคลื่อนไหวบนเวทีและนอกเวทีถูกจับจ้อง จิตใจจะตกอยู่ในสภาวะ "Hyper-vigilance" หรือการระแวดระวังตัวตลอดเวลา เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยหมายถึงการทำให้ "มาตรฐานของชาติ" มัวหมอง พวกเขาจะค่อยๆ ตัดขาดจากความรู้สึกร่วมกับคนรุ่นเดียวกันในสังคมสมัยใหม่ เพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบของจารีตโบราณ ทำให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว (Alienation) ราวกับใช้ชีวิตอยู่ในยุคสมัยที่ตายไปแล้ว
ความกตัญญูที่กลายเป็นพันธนาการ (Loyalty as a Psychological Prison)
ระบบการสืบทอดแบบ Isshi Soden (การส่งต่อความลับสูตรสำเร็จเพียงผู้เดียว) สร้างกลไกทางจิตที่ซับซ้อน ความกลัวที่จะ "ทำลายสายน้ำ" นักแสดงระดับ Kokuho มักมีความกังวลระดับลึก (Deep-seated anxiety) เกี่ยวกับการรักษาคุณภาพให้คงที่ การเปลี่ยนแปลงหรือการริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ (Innovation) มักถูกขัดขวางด้วยความรู้สึกผิดต่อบรรพบุรุษ
เมื่อพ่อคือครูที่เข้มงวดที่สุด จิตใจของเด็กจะขาด "Safe Zone" ในครอบครัว ความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นที่พึ่งทางใจกลับกลายเป็นสนามสอบที่ไม่มีวันจบสิ้น
การแปรเปลี่ยนความทุกข์เป็นสุนทรียภาพ (Sublimation of Trauma)
กลไกการเอาตัวรอดที่น่าทึ่งที่สุดคือการใช้ "ศิลปะบำบัด" ในรูปแบบที่เข้มข้นเลยค่ะ นักแสดงระดับสมบัติชาติมักจะระบายความกดดัน ความอัดอั้น และความสูญเสียส่วนตัวลงไปใน "บทบาท" การที่เขาสามารถแสดงบทโศกได้จนคนดูขนลุก บ่อยครั้งเป็นเพราะเขากำลังร้องไห้ให้กับ "ตัวตนที่หายไป" ของตัวเองภายใต้หน้ากากนั้น เพื่อรับมือกับความเจ็บปวดหรือความเหนื่อยล้าทางจิตใจ นักแสดงมักใช้กลไกการ "แยกจิต" (Dissociation) คือการถอดความรู้สึกส่วนตัวออก แล้วปล่อยให้ "ทักษะที่ถูกฝึกมา" ทำงานไปเองเหมือนหุ่นยนต์ที่สมบูรณ์แบบ
สรุปในพาร์ทจิตใจนะคะ /// จิตใจของ Kokuho คือการต่อสู้ระหว่าง "ความเป็นมนุษย์ที่ต้องการอิสระ" กับ "ความศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องการความนิ่งสงบ" คนกลุ่มนี้ไม่ได้แค่รำสวยหรือร้องดี แต่พวกเขามีสภาวะจิตที่ผ่านการ "เจียระไน" จนยอมให้ความปัจเจกของตัวเองดับสูญไป เพื่อให้ศิลปะคาบูกิยังคงมีลมหายใจต่อไปในศตวรรษที่ 21 ค่ะ
ประเด็นทางจิตวิทยาที่เข้มข้นหลังม่านแป้งสีขาว
เราจะพบกับสภาวะที่เรียกว่า “การสูญเสียตัวตนเพื่อแลกกับความเป็นนิรันด์”ค่ะ
ศิลปินที่ก้าวขึ้นสู่ระดับ Ningen kokuho (Living National Treasure) ต้องเผชิญกับสภาวะทางจิตที่คนทั่วไปยากจะจินตนาการ
ภาวะ "ตัวตนที่ถูกกลืนกิน" (The Erasure of the Individual Self)
ในทางจิตวิทยา มนุษย์สร้างตัวตน (Identity) จากความปรารถนาและการเลือกของตัวเอง แต่สำหรับนักแสดงคาบูกิระดับสูง พวกเขาถูกวางพิมพ์เขียวชีวิตไว้ตั้งแต่เกิด (Pre-determined identity) จิตใจต้องรับสภาพว่า "ฉันไม่ได้เป็นในสิ่งที่ฉันอยากเป็น แต่ฉันเป็นในสิ่งที่ตระกูลต้องการให้เป็น
สำหรับผู้ที่ฝึกเป็น Onnagata (บทหญิง) จิตใจต้องทำการ "เลียนแบบอารมณ์" ของสตรีในอุดมคติยุคเอโดะตลอดเวลา จนเกิดภาวะที่เรียกว่า "Cognitive Dissonance" หรือความย้อนแย้งทางความคิด เมื่อภาพลักษณ์ภายนอกที่โลกยกย่อง (ความเป็นหญิงที่สมบูรณ์แบบ) ขัดแย้งกับสรีระและตัวตนภายในที่เป็นชาย
ความโดดเดี่ยวของ "โบราณวัตถุที่ยังมีลมหายใจ" (The Loneliness of a Living Artifact)
เมื่อได้รับเลือกเป็นสมบัติชาติ สภาวะจิตใจจะเปลี่ยนจาก "ศิลปิน" กลายเป็น "สถาบัน"ทันทีค่ะ
ทุกการเคลื่อนไหวบนเวทีและนอกเวทีถูกจับจ้อง จิตใจจะตกอยู่ในสภาวะ "Hyper-vigilance" หรือการระแวดระวังตัวตลอดเวลา เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยหมายถึงการทำให้ "มาตรฐานของชาติ" มัวหมอง พวกเขาจะค่อยๆ ตัดขาดจากความรู้สึกร่วมกับคนรุ่นเดียวกันในสังคมสมัยใหม่ เพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบของจารีตโบราณ ทำให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว (Alienation) ราวกับใช้ชีวิตอยู่ในยุคสมัยที่ตายไปแล้ว
ความกตัญญูที่กลายเป็นพันธนาการ (Loyalty as a Psychological Prison)
ระบบการสืบทอดแบบ Isshi Soden (การส่งต่อความลับสูตรสำเร็จเพียงผู้เดียว) สร้างกลไกทางจิตที่ซับซ้อน ความกลัวที่จะ "ทำลายสายน้ำ" นักแสดงระดับ Kokuho มักมีความกังวลระดับลึก (Deep-seated anxiety) เกี่ยวกับการรักษาคุณภาพให้คงที่ การเปลี่ยนแปลงหรือการริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ (Innovation) มักถูกขัดขวางด้วยความรู้สึกผิดต่อบรรพบุรุษ
เมื่อพ่อคือครูที่เข้มงวดที่สุด จิตใจของเด็กจะขาด "Safe Zone" ในครอบครัว ความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นที่พึ่งทางใจกลับกลายเป็นสนามสอบที่ไม่มีวันจบสิ้น
การแปรเปลี่ยนความทุกข์เป็นสุนทรียภาพ (Sublimation of Trauma)
กลไกการเอาตัวรอดที่น่าทึ่งที่สุดคือการใช้ "ศิลปะบำบัด" ในรูปแบบที่เข้มข้นเลยค่ะ นักแสดงระดับสมบัติชาติมักจะระบายความกดดัน ความอัดอั้น และความสูญเสียส่วนตัวลงไปใน "บทบาท" การที่เขาสามารถแสดงบทโศกได้จนคนดูขนลุก บ่อยครั้งเป็นเพราะเขากำลังร้องไห้ให้กับ "ตัวตนที่หายไป" ของตัวเองภายใต้หน้ากากนั้น เพื่อรับมือกับความเจ็บปวดหรือความเหนื่อยล้าทางจิตใจ นักแสดงมักใช้กลไกการ "แยกจิต" (Dissociation) คือการถอดความรู้สึกส่วนตัวออก แล้วปล่อยให้ "ทักษะที่ถูกฝึกมา" ทำงานไปเองเหมือนหุ่นยนต์ที่สมบูรณ์แบบ
สรุปในพาร์ทจิตใจนะคะ /// จิตใจของ Kokuho คือการต่อสู้ระหว่าง "ความเป็นมนุษย์ที่ต้องการอิสระ" กับ "ความศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องการความนิ่งสงบ" คนกลุ่มนี้ไม่ได้แค่รำสวยหรือร้องดี แต่พวกเขามีสภาวะจิตที่ผ่านการ "เจียระไน" จนยอมให้ความปัจเจกของตัวเองดับสูญไป เพื่อให้ศิลปะคาบูกิยังคงมีลมหายใจต่อไปในศตวรรษที่ 21 ค่ะ