Kokuho (สมบัติชาติ) ผลงานกำกับของ Lee Sang-il ที่ดัดแปลงจากนิยายของ Kazuaki Takano เป็นหนังญี่ปุ่นที่พาเราเข้าไปอยู่ในโลกของ “คาบูกิ” แบบลึกและจริงจังมากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่เรื่องศิลปะการแสดง แต่คือการพูดถึงโครงสร้างสังคม ความฝัน และราคาที่ต้องจ่ายของคำว่า “ความสำเร็จ”
.
สิ่งที่หนังเล่าได้แรงและชัด มีประมาณนี้เลยค่ะ
▶️ สายเลือด vs พรสวรรค์ :
หัวใจหลักของเรื่องคือความขัดแย้งระหว่าง “คนที่เกิดมาเพื่อสืบทอด” กับ “คนที่มีแค่ความสามารถแต่ไม่มีชาติกำเนิดรองรับ” ตัวเอกอย่าง คิคุโอะ
(ลูกชายหัวหน้าแก๊งยากูซ่า) ต้องชนกำแพงของโลกคาบูกิที่ให้ค่าสายเลือดเหนือทุกอย่าง ต่อให้พยายามแค่ไหน บางประตูก็ไม่ได้เปิดง่ายๆ แค่เพราะเก่ง
.
▶️บทบาททางเพศและการกันผู้หญิงออกจากเวที
หนังโฟกัสไปที่ศิลปะ Onnagata (ผู้ชายรับบทผู้หญิง) ซึ่งมีรากจากการห้ามผู้หญิงแสดงคาบูกิตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 พอดูไปเรื่อย ๆ จะรู้สึกได้เลยว่าตัวละครผู้หญิงในเรื่องถูกลดบทบาทค่อนข้างมาก นี่แหละที่มันสะท้อนโครงสร้าง “ผู้ชายเป็นใหญ่” ในโลกศิลปะดั้งเดิมได้ค่อนข้างเจ็บเลยแหละ
.
▶️ราคาของความทะเยอทะยาน
หนังตั้งคำถามแรงมากกกก!! กับคำว่า
“ศิลปินที่เห็นแก่ความสำเร็จ” เพราะคิคุโอะต้องแลกทุกอย่าง ทั้งครอบครัว ลูก และความสัมพันธ์ส่วนตัว เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดของคำว่า “สมบัติชาติ” มันคือภาพของสังคมที่ยกความสำเร็จในหน้าที่การงานไว้สูงมาก จนสุดท้ายเหลือแค่ความโดดเดี่ยว
.
▶️ประเพณีกับความทันสมัยที่ชนกันตลอดทาง
ฉากหลังของเรื่องกินเวลายาวกว่า 50 ปี ตั้งแต่หลังสงครามจนถึงยุคปัจจุบัน เราจะเห็นความพยายามรักษาคาบูกิไว้ ท่ามกลางโลกบันเทิงที่เปลี่ยนเร็ว และมองศิลปะดั้งเดิมว่า “เริ่มล้าสมัย” ความตึงเครียดระหว่างการรักษาราก กับการอยู่ให้รอดในยุคใหม่ คืออีกเส้นที่หนังเล่าได้หนักแน่น
.
▶️ มุมมองคนรุ่นใหม่ต่อศิลปะดั้งเดิม
น่าสนใจตรงที่ตัวหนังเอง กลับกลายเป็นกระแส
และดึงคนดูวัยรุ่น-วัยหนุ่มสาวให้หันมาสนใจคาบูกิมากขึ้น มันเหมือนสะท้อนความโหยหา “ความภูมิใจในชาติ” ในช่วงที่ญี่ปุ่นเจอทั้งปัญหาเศรษฐกิจและแรงกดดันทางการเมือง
.
สรุปนะคะ Kokuho ไม่ใช่หนังที่ดูง่ายสบาย ๆ แต่มันคือหนังที่ค่อยๆ กัดกินความคิดคนดู พูดถึงชนชั้น/ เพศ บทบาทหน้าที่ / และราคาของความฝันได้คมมากกก ถ้าใครชอบหนังดราม่าหนักๆๆ ที่ดูจบแล้วมีอะไรให้คิดต่อยาวๆๆ เรื่องนี้คือ “เจ็บ แต่ดี” จริงค่ะ 🎭🇯🇵
[CR] รีวิว Kokuho สมบัติชาติ
.
สิ่งที่หนังเล่าได้แรงและชัด มีประมาณนี้เลยค่ะ
▶️ สายเลือด vs พรสวรรค์ :
หัวใจหลักของเรื่องคือความขัดแย้งระหว่าง “คนที่เกิดมาเพื่อสืบทอด” กับ “คนที่มีแค่ความสามารถแต่ไม่มีชาติกำเนิดรองรับ” ตัวเอกอย่าง คิคุโอะ
(ลูกชายหัวหน้าแก๊งยากูซ่า) ต้องชนกำแพงของโลกคาบูกิที่ให้ค่าสายเลือดเหนือทุกอย่าง ต่อให้พยายามแค่ไหน บางประตูก็ไม่ได้เปิดง่ายๆ แค่เพราะเก่ง
.
▶️บทบาททางเพศและการกันผู้หญิงออกจากเวที
หนังโฟกัสไปที่ศิลปะ Onnagata (ผู้ชายรับบทผู้หญิง) ซึ่งมีรากจากการห้ามผู้หญิงแสดงคาบูกิตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 พอดูไปเรื่อย ๆ จะรู้สึกได้เลยว่าตัวละครผู้หญิงในเรื่องถูกลดบทบาทค่อนข้างมาก นี่แหละที่มันสะท้อนโครงสร้าง “ผู้ชายเป็นใหญ่” ในโลกศิลปะดั้งเดิมได้ค่อนข้างเจ็บเลยแหละ
.
▶️ราคาของความทะเยอทะยาน
หนังตั้งคำถามแรงมากกกก!! กับคำว่า
“ศิลปินที่เห็นแก่ความสำเร็จ” เพราะคิคุโอะต้องแลกทุกอย่าง ทั้งครอบครัว ลูก และความสัมพันธ์ส่วนตัว เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดของคำว่า “สมบัติชาติ” มันคือภาพของสังคมที่ยกความสำเร็จในหน้าที่การงานไว้สูงมาก จนสุดท้ายเหลือแค่ความโดดเดี่ยว
.
▶️ประเพณีกับความทันสมัยที่ชนกันตลอดทาง
ฉากหลังของเรื่องกินเวลายาวกว่า 50 ปี ตั้งแต่หลังสงครามจนถึงยุคปัจจุบัน เราจะเห็นความพยายามรักษาคาบูกิไว้ ท่ามกลางโลกบันเทิงที่เปลี่ยนเร็ว และมองศิลปะดั้งเดิมว่า “เริ่มล้าสมัย” ความตึงเครียดระหว่างการรักษาราก กับการอยู่ให้รอดในยุคใหม่ คืออีกเส้นที่หนังเล่าได้หนักแน่น
.
▶️ มุมมองคนรุ่นใหม่ต่อศิลปะดั้งเดิม
น่าสนใจตรงที่ตัวหนังเอง กลับกลายเป็นกระแส
และดึงคนดูวัยรุ่น-วัยหนุ่มสาวให้หันมาสนใจคาบูกิมากขึ้น มันเหมือนสะท้อนความโหยหา “ความภูมิใจในชาติ” ในช่วงที่ญี่ปุ่นเจอทั้งปัญหาเศรษฐกิจและแรงกดดันทางการเมือง
.
สรุปนะคะ Kokuho ไม่ใช่หนังที่ดูง่ายสบาย ๆ แต่มันคือหนังที่ค่อยๆ กัดกินความคิดคนดู พูดถึงชนชั้น/ เพศ บทบาทหน้าที่ / และราคาของความฝันได้คมมากกก ถ้าใครชอบหนังดราม่าหนักๆๆ ที่ดูจบแล้วมีอะไรให้คิดต่อยาวๆๆ เรื่องนี้คือ “เจ็บ แต่ดี” จริงค่ะ 🎭🇯🇵
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้