ทักษิณแจก พลเอกประยุทธ์รัฐประหาร อนุทินปกป้องพวกพ้อง ผลคือ รัฐไทยด้อยพัฒนา

ข้อความว่า “ปัจจุบัน รัฐไทยด้อยพัฒนากว่ายุค ท่านสุขวิช” สามารถอธิบายและอภิปรายได้อย่างมีน้ำหนักทางวิชาการ หากวางอยู่บนกรอบ การพัฒนาเชิงโครงสร้างและเชิงสถาบัน มิใช่การเปรียบเทียบเชิงอารมณ์หรือการเมืองรายวัน ทั้งนี้สามารถชี้แจงได้ดังต่อไปนี้


รัฐไทยร่วมสมัยกับภาวะด้อยพัฒนาเชิงโครงสร้าง: การถดถอยเมื่อเทียบกับยุค ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
ในทางวิชาการ คำว่า “ด้อยพัฒนา” มิได้หมายถึงระดับรายได้ประชาชาติหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่หมายถึง ความสามารถของรัฐในการสร้างมนุษย์ คุ้มครองสิทธิ และธำรงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
เมื่อพิจารณาบนฐานนี้ สามารถกล่าวได้อย่างมีเหตุผลว่า รัฐไทยในปัจจุบันมีลักษณะด้อยพัฒนาเชิงโครงสร้างมากกว่ายุคของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ด้วยเหตุผลสำคัญอย่างน้อยห้าประการ


1. การเสื่อมถอยของฐานคิด “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง”
ยุคของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ตั้งอยู่บน ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งเป็น ปรัชญาสร้างคน สร้างชาติ ด้วยการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม มนุษย์ถูกมองเป็นเจ้าของสิทธิ เป็นผู้มีศักดิ์ศรี และเป็นผู้ร่วมกำหนดอนาคตของชาติ
ในทางตรงกันข้าม รัฐไทยร่วมสมัยมีแนวโน้มถอยกลับไปสู่การพัฒนาแบบ
มองประชาชนเป็น “ผู้รับนโยบาย”
มองการศึกษาเป็น “ต้นทุน” หรือ “ภาระงบประมาณ”
ลดทอนสิทธิให้เหลือเพียงการสงเคราะห์ตามดุลยพินิจของรัฐ
นี่คือสัญญาณของความด้อยพัฒนาเชิงปรัชญาการพัฒนา ไม่ใช่ความก้าวหน้า


2. การล่มสลายของโครงสร้างสิทธิที่เคยก้าวหน้า
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นผลโดยตรงของการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ได้วางโครงสร้างสิทธิการศึกษา สิทธิชุมชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้อย่างเป็นระบบ
รัฐไทยหลังจากนั้นกลับ
ลดระดับการคุ้มครองสิทธิ
ทำให้สิทธิจำนวนมากกลายเป็น “นโยบายชั่วคราว”
แยกการศึกษาออกจากกรอบสิทธิพลเมือง
การถอยหลังจากรัฐธรรมนูญเชิงสิทธิ ถือเป็นความด้อยพัฒนาเชิงสถาบันอย่างชัดเจน


3. การทำลายระบบความรู้และปัญญาสาธารณะ
ยุคของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ให้ความสำคัญกับการสร้างสถาบันความรู้ เช่น
การอภิวัฒน์การศึกษา
การพัฒนาสถาบันทางวิชาการของรัฐ
การยอมรับองค์ความรู้มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
รัฐไทยร่วมสมัยกลับมีลักษณะ
ลดทอนคุณค่าของมนุษยศาสตร์
ใช้อำนาจเหนือความรู้
เขียนประวัติศาสตร์ใหม่เพื่อลบความล้มเหลวของรัฐเอง
รัฐที่ไม่ยอมรับความจริงทางประวัติศาสตร์ คือรัฐที่ถดถอยในเชิงอารยธรรม


4. ความล้มเหลวในการสร้างคนรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ
แม้รัฐไทยปัจจุบันจะมีงบประมาณด้านการศึกษาสูงกว่ายุคของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล อย่างมาก แต่กลับไม่สามารถ
สร้างความเสมอภาคเชิงโครงสร้าง
ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน
นี่สะท้อนความจริงสำคัญว่า การพัฒนาไม่ได้ขึ้นกับเงิน หากขึ้นกับปรัชญาและโครงสร้าง ซึ่งยุคฯพณฯ สุขวิชมี แต่รัฐไทยร่วมสมัยขาดหายไป


5. การสูญเสียจริยธรรมของรัฐต่อประชาชน
รัฐพัฒนาคือรัฐที่
รับผิดชอบต่อความจริง
เคารพศักดิ์ศรีของผู้เสียสละ
ไม่บิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อรักษาอำนาจ
การที่รัฐไทยร่วมสมัย
ปล่อยให้ความจริงถูกกลบ
ไม่เยียวยาความยุติธรรม
ไม่ยืนอยู่ข้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ย่อมสะท้อนภาวะ ด้อยพัฒนาเชิงศีลธรรมของรัฐ ซึ่งร้ายแรงกว่าความด้อยพัฒนาทางเศรษฐกิจ


สรุปเชิงวิชาการ
หากใช้กรอบ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ เป็นมาตรวัด จะเห็นได้ชัดว่า
รัฐไทยในปัจจุบันมิได้ก้าวหน้า หากแต่ถอยหลังจากจุดที่เคยยืนได้อย่างสง่างามในยุคของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
ความด้อยพัฒนานี้ไม่ใช่เรื่องของเวลา แต่เป็นเรื่องของ การละทิ้งรากฐานทางปัญญา สิทธิ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่เคยถูกสร้างขึ้นอย่างยากลำบากในช่วงปลายทศวรรษ 2530–2540
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่