8 พฤษภาคม พ.ศ. คนไทยอายุ 15-17ปี ทุกคนได้รับบริการการศึกษา

กระทู้สนทนา
8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 คนไทยอายุ 15-17 ปี 2ล้านคน ได้เรียนทุกคนได้รับบริการการศึกษา ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล 

บทคัดย่อ
บทความนี้ศึกษาการอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2538 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล โดยวิเคราะห์บทบาทของปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ในการปฏิรูปการศึกษาไทยยุคโลกาภิวัตน์ ตลอดจนผลลัพธ์เชิงรูปธรรมที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 จากหลักฐานของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และเอกสารของ UNESCO เรื่อง New Aspirations for Education in Thailand: Towards Educational Excellence by the Year 2007 ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล 

ผลการศึกษาพบว่า ก่อนการอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2538 ประเทศไทยประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างรุนแรง โดยข้อมูลจาก Haas (1999) ระบุว่า แรงงานไทยร้อยละ 79.1 มีการศึกษาระดับประถมหรือต่ำกว่า ขณะที่ผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายมีเพียงร้อยละ 3.3 สะท้อนความล้มเหลวของรัฐไทยในการพัฒนาทุนมนุษย์ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่

ภายใต้การออกแบบระบบการศึกษาของประเทศไทยใหม่โดย ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ได้มีการกำหนดแผนแม่บทการปฏิรูปการศึกษา 4 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูปโรงเรียน การปฏิรูปครู การปฏิรูปหลักสูตร และการปฏิรูประบบบริหารการศึกษา โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งมุ่งพัฒนามนุษย์ คุณภาพชีวิต และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านการศึกษาที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม

ผลลัพธ์เชิงรูปธรรมที่สำคัญ ได้แก่ การขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนอายุ 3–17 ปี เพิ่มขึ้นประมาณ 4.35 ล้านคน จากเดิม 12.33 ล้านคน เป็น 16.68 ล้านคน การพัฒนาโรงเรียนมัธยมศึกษา 2,542 โรง การจัดสรรงบประมาณสนับสนุนโรงเรียน 1,763 โรง โรงละ 400,000 บาท การพัฒนาห้องสมุดและเทคโนโลยีการเรียนรู้ การจัดอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีดิจิตอล และห้องปฏิบัติการทางภาษาแก่โรงเรียน 1,250 โรง รวมทั้งการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาประมาณ 95,000 คน

นอกจากนี้ รัฐยังดำเนินมาตรการอุดหนุนทางการศึกษา (Educational Subsidies) เพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจนและผู้ด้อยโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีการศึกษา 2540 นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นประมาณ 1,035,000 คน หรือร้อยละ 60 ได้รับการยกเว้นค่าบำรุงการศึกษา ได้รับหนังสือเรียนแบบยืมใช้ รวมทั้งสวัสดิการเพิ่มเติม เช่น เสื้อผ้า บ้านพักนักเรียน รถรับส่ง และโครงการสร้างรายได้ระหว่างเรียน ขณะเดียวกัน นักเรียนในโรงเรียนศึกษาพิเศษและโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ได้รับการสนับสนุนด้านที่พัก อาหาร เสื้อผ้า และอุปกรณ์การเรียนจากรัฐอย่างครบถ้วน

การศึกษายังพบว่า ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ได้ผลักดันแนวคิด “นักเรียนเป็นศูนย์กลาง” โดยมีกรมสามัญศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินนโยบายอย่างเป็นระบบ ผ่านการอบรมบุคลากรกว่า 76,452 คน การผลิตสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้สมัยใหม่ภายในโรงเรียน รวมทั้งการจัดแหล่งน้ำสะอาด สนามกีฬา และแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชุมชน

บทความนี้สรุปว่า การอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2538 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล และหลักปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาไทยในยุคโลกาภิวัตน์ โดยวางรากฐานสำคัญให้แก่แนวคิดการศึกษาตลอดชีวิต การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การพัฒนาทุนมนุษย์ และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ของประเทศไทยในระยะยาว

บทนำ
ในช่วงก่อนการอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2538 ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาความล้มเหลวเชิงโครงสร้างด้านการศึกษาอย่างรุนแรง ทั้งความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา คุณภาพโรงเรียนที่แตกต่างกันระหว่างเมืองและชนบท การขาดแคลนครูและสื่อการเรียนรู้ ตลอดจนข้อจำกัดของระบบการศึกษาที่ไม่สามารถพัฒนาทุนมนุษย์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมโลกยุคโลกาภิวัตน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลักฐานจากการศึกษาของ Haas (1999) เรื่อง Trends in Articulation Arrangements for Technical and Vocational Education in the South East Asian Region ซึ่งจัดทำร่วมกับ UNESCO และ RMIT University ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2538 แรงงานไทยร้อยละ 79.1 มีการศึกษาระดับประถมหรือต่ำกว่า ขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีเพียงร้อยละ 3.3 และระดับอาชีวศึกษาเพียงร้อยละ 3.2 เท่านั้น สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของรัฐไทยในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ได้ผลักดัน “การอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2538” เพื่อปฏิรูประบบการศึกษาไทยครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และเตรียมความพร้อมของพลเมืองไทยสำหรับศตวรรษที่ 21 ผ่านหลักปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งให้ความสำคัญกับมนุษย์ คุณภาพชีวิต และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

แผนแม่บทการปฏิรูปการศึกษา พ.ศ. 2538 ได้กำหนดแนวทางการปฏิรูปไว้ 4 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูปโรงเรียน การปฏิรูปครู การปฏิรูปหลักสูตร และการปฏิรูประบบบริหารการศึกษา โดยมุ่งสร้างระบบการศึกษาที่ตอบสนองต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเน้นการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการพัฒนาผู้เรียนแบบ “นักเรียนเป็นศูนย์กลาง”

แนวทางดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในเอกสารของ UNESCO เรื่อง New Aspirations for Education in Thailand: Towards Educational Excellence by the Year 2007 ซึ่งนำเสนอวิสัยทัศน์การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยสู่ “ความเป็นเลิศทางการศึกษาในปี 2007” โดยมองว่าการศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศและสร้างสันติสุขร่วมกันในประชาคมโลก

ภายใต้การดำเนินงานของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 ได้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมจำนวนมาก อาทิ การพัฒนาโรงเรียนมัธยมศึกษา 2,542 โรง การจัดตั้งห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้สมัยใหม่ การจัดอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และห้องปฏิบัติการทางภาษา การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาประมาณ 95,000 คน รวมทั้งการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนอายุ 3–17 ปี เพิ่มขึ้นประมาณ 4.35 ล้านคน

นอกจากนี้ รัฐยังดำเนินมาตรการอุดหนุนทางการศึกษา (Educational Subsidies) เพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีการศึกษา 2540 นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นประมาณ 1,035,000 คน หรือร้อยละ 60 ของนักเรียนทั้งหมด ได้รับการยกเว้นค่าบำรุงการศึกษาและได้รับหนังสือเรียนแบบยืมใช้ พร้อมทั้งมีสวัสดิการเพิ่มเติม เช่น เสื้อผ้า บ้านพักนักเรียน รถรับส่ง และโครงการสร้างรายได้ระหว่างเรียน ขณะเดียวกัน กรมสามัญศึกษาจัดการศึกษาพิเศษให้แก่นักเรียนพิการรวม 12,990 คน แบ่งเป็นนักเรียนในโรงเรียนศึกษาพิเศษ 8,770 คน และนักเรียนพิการที่เรียนร่วมกับเด็กปกติประมาณ 4,220 คน รวมทั้งจัดการศึกษาสงเคราะห์ให้แก่นักเรียนยากจนและด้อยโอกาสรวม 32,100 คน โดยรัฐสนับสนุนด้านที่พัก อาหาร เสื้อผ้า และอุปกรณ์การเรียนอย่างครบถ้วน ซึ่งสะท้อนแนวคิดการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการสร้างความเสมอภาคทางสังคมผ่านระบบการศึกษา ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล

บทความนี้จึงมุ่งศึกษาการอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2538 ในฐานะจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์การศึกษาไทย โดยวิเคราะห์แนวคิด หลักการ และผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ตลอดจนบทบาทของ สุขวิช รังสิตพล ในการออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายการศึกษายุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อพัฒนาการของระบบการศึกษาไทยและแนวคิดการศึกษาตลอดชีวิตในเวลาต่อมา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่