ช่วงหลังๆ ผมสังเกตตัวเองว่ามีวันที่รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าสมัยก่อน ทั้งที่งานก็ไม่ได้หนักขึ้นมาก
แต่แค่เรื่องเล็กๆ บางทีก็ทำให้รู้สึกล้า รู้สึกหมดแรงใจได้ง่ายเหมือนกัน
เมื่อก่อนผมเป็นคนที่คิดว่า ถ้าเราท้อ แปลว่าเรายังไม่เก่งพอ ยังไม่สู้พอ ต้องดันตัวเองให้มากกว่านี้
แต่พอโตขึ้น เจอทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องครอบครัว เรื่องอนาคต มันเริ่มเข้าใจว่าความเหนื่อยบางอย่าง
มันไม่ได้มาจากงานตรงหน้าอย่างเดียว แต่มาจากการแบกหลายๆ เรื่องพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว
มีบางวันที่แค่นั่งเฉยๆ ก็ยังรู้สึกเหนื่อย เหมือนสมองมันไม่ยอมพัก
ทั้งที่ร่างกายไม่ได้ทำอะไรหนักเลย จนช่วงหลังๆ
ผมเริ่มลองปรับตัวเองใหม่ เช่น ไม่โทษตัวเองเวลาทำอะไรช้าลง ยอมพักเวลารู้สึกไม่ไหว และเริ่มยอมรับว่าบางวันเราอาจไม่ได้เก่ง
ไม่ได้ขยัน ไม่ได้เข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้
แปลกดีครับ พอเลิกด่าตัวเองแรงๆ กลับรู้สึกว่าใจมันเบาขึ้น ทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย
เลยอยากมาถามคนที่โตขึ้น ทำงานมาสักพักเหมือนกันว่า พวกคุณมีวิธีดูแลใจตัวเองยังไงในวันที่มันล้าบ้างครับ 🙂
โตขึ้นถึงรู้ว่า “เหนื่อยง่าย ท้อบ่อย” มันไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอเสมอไป
แต่แค่เรื่องเล็กๆ บางทีก็ทำให้รู้สึกล้า รู้สึกหมดแรงใจได้ง่ายเหมือนกัน
เมื่อก่อนผมเป็นคนที่คิดว่า ถ้าเราท้อ แปลว่าเรายังไม่เก่งพอ ยังไม่สู้พอ ต้องดันตัวเองให้มากกว่านี้
แต่พอโตขึ้น เจอทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องครอบครัว เรื่องอนาคต มันเริ่มเข้าใจว่าความเหนื่อยบางอย่าง
มันไม่ได้มาจากงานตรงหน้าอย่างเดียว แต่มาจากการแบกหลายๆ เรื่องพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว
มีบางวันที่แค่นั่งเฉยๆ ก็ยังรู้สึกเหนื่อย เหมือนสมองมันไม่ยอมพัก
ทั้งที่ร่างกายไม่ได้ทำอะไรหนักเลย จนช่วงหลังๆ
ผมเริ่มลองปรับตัวเองใหม่ เช่น ไม่โทษตัวเองเวลาทำอะไรช้าลง ยอมพักเวลารู้สึกไม่ไหว และเริ่มยอมรับว่าบางวันเราอาจไม่ได้เก่ง
ไม่ได้ขยัน ไม่ได้เข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้
แปลกดีครับ พอเลิกด่าตัวเองแรงๆ กลับรู้สึกว่าใจมันเบาขึ้น ทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย
เลยอยากมาถามคนที่โตขึ้น ทำงานมาสักพักเหมือนกันว่า พวกคุณมีวิธีดูแลใจตัวเองยังไงในวันที่มันล้าบ้างครับ 🙂