เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางคนพูดอะไรคนก็ฟัง ทำงานที่ไหนคนก็รัก ทั้งที่เค้าก็ไม่ได้เก่งไปกว่าเราเลย? ในขณะที่บางคน (รวมถึงผมเมื่อก่อน) ตั้งใจทำงานแทบตาย แต่พออ้าปากพูดทีไร วงแตกทุกที หรือชอบโดนเพื่อนร่วมงานมองค้อนใส่แบบงงๆ
1. กฎทอง: "ฟังให้มากกว่าพูด" (Listen to Understand)
คนส่วนใหญ่ฟังเพื่อจะ "รอสวน" หรือรอเล่าเรื่องของตัวเองครับ
ภาษาบ้านๆ: การตั้งใจฟังและพยักหน้าตอบรับ คือการบอกอีกฝ่ายว่า "เรื่องของคุณสำคัญนะ"
ทริค: ลองใช้ประโยคทวนคำพูดเค้าดูครับ เช่น "อ๋อ แปลว่าที่คุณบอกว่าเหนื่อย คือเหนื่อยเพราะงานโหลดใช่ไหมครับ?" แค่นี้เค้าจะรู้สึกว่าคุณคือคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจที่สุดในโลกเลยครับ
2. ชื่อของเค้าคือ "คำที่หวานที่สุด"
จำชื่อคนให้แม่น และเรียกชื่อเค้าบ่อยๆ ในบทสนทนาครับ
ความเห็นส่วนตัว: คนเราชอบได้ยินชื่อตัวเองครับ มันแสดงถึงความใส่ใจ
วิธีทำ: ถ้าเพิ่งรู้จักกัน ให้พยายามเรียกชื่อเค้าซ้ำในใจหรือทวนออกมาตอนทักทายครับ ยิ่งจำรายละเอียดเล็กๆ ของเค้าได้ (เช่น เค้าชอบกินอะไร) คุณจะกลายเป็น "คนโปรด" ของเค้าทันทีครับ
3. ติในที่ลับ "ชมในที่แจ้ง"
นี่คือมารยาทสากลที่คนทำงานพลาดกันบ่อยที่สุดครับ
อย่าหักหน้าใครกลางที่ประชุมเด็ดขาดครับ แม้เค้าจะผิดจริงๆ
คำแนะนำ: ถ้าต้องเตือน ให้เรียกมาคุยส่วนตัวด้วยคำพูดที่ถนอมน้ำใจ แต่ถ้าเค้าทำดีแม้เพียงนิดเดียว ให้ชมต่อหน้าคนเยอะๆ ครับ พลังของการชื่นชมจะทำให้เค้ายอมถวายหัวทำงานให้คุณเลยครับ
4. วิธีรับมือกับ "คนท็อกซิก" (Toxic People) แบบผู้ดี
ปีนี้คนเครียดเยอะ คนนิสัยเสียก็เยอะตามครับ
มุมมองผม: อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือครับ ถ้าเจอคนพ่นพลังลบ ใส่ "ความนิ่ง" เข้าสู้ครับ
ตอบกลับด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์ เมื่อเค้าเห็นว่าคุณ "ปั่นไม่ขึ้น" เค้าจะไปหาเป้าหมายอื่นเองครับ การวางเฉยคือการชนะที่เด็ดขาดที่สุดครับ
สรุปสิ่งที่ได้จากการ "ฝึกพูดและฟัง" :
โอกาสวิ่งเข้าหา: คนเก่งที่พูดดี จะก้าวหน้าไวกว่าคนเก่งที่พูดไม่รู้เรื่องครับ
สุขภาพจิตดีขึ้น: ความขัดแย้งน้อยลง ชีวิตก็มีความสุขขึ้นครับ
คอนเนคชั่นแน่น: เพื่อนเยอะ มิตรเยอะ ทำอะไรก็มีคนคอยช่วยเหลือครับ
ศิลปะการพูด "ชนะมิตร จิตวิทยาครองใจคน"
1. กฎทอง: "ฟังให้มากกว่าพูด" (Listen to Understand)
คนส่วนใหญ่ฟังเพื่อจะ "รอสวน" หรือรอเล่าเรื่องของตัวเองครับ
ภาษาบ้านๆ: การตั้งใจฟังและพยักหน้าตอบรับ คือการบอกอีกฝ่ายว่า "เรื่องของคุณสำคัญนะ"
ทริค: ลองใช้ประโยคทวนคำพูดเค้าดูครับ เช่น "อ๋อ แปลว่าที่คุณบอกว่าเหนื่อย คือเหนื่อยเพราะงานโหลดใช่ไหมครับ?" แค่นี้เค้าจะรู้สึกว่าคุณคือคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจที่สุดในโลกเลยครับ
2. ชื่อของเค้าคือ "คำที่หวานที่สุด"
จำชื่อคนให้แม่น และเรียกชื่อเค้าบ่อยๆ ในบทสนทนาครับ
ความเห็นส่วนตัว: คนเราชอบได้ยินชื่อตัวเองครับ มันแสดงถึงความใส่ใจ
วิธีทำ: ถ้าเพิ่งรู้จักกัน ให้พยายามเรียกชื่อเค้าซ้ำในใจหรือทวนออกมาตอนทักทายครับ ยิ่งจำรายละเอียดเล็กๆ ของเค้าได้ (เช่น เค้าชอบกินอะไร) คุณจะกลายเป็น "คนโปรด" ของเค้าทันทีครับ
3. ติในที่ลับ "ชมในที่แจ้ง"
นี่คือมารยาทสากลที่คนทำงานพลาดกันบ่อยที่สุดครับ
อย่าหักหน้าใครกลางที่ประชุมเด็ดขาดครับ แม้เค้าจะผิดจริงๆ
คำแนะนำ: ถ้าต้องเตือน ให้เรียกมาคุยส่วนตัวด้วยคำพูดที่ถนอมน้ำใจ แต่ถ้าเค้าทำดีแม้เพียงนิดเดียว ให้ชมต่อหน้าคนเยอะๆ ครับ พลังของการชื่นชมจะทำให้เค้ายอมถวายหัวทำงานให้คุณเลยครับ
4. วิธีรับมือกับ "คนท็อกซิก" (Toxic People) แบบผู้ดี
ปีนี้คนเครียดเยอะ คนนิสัยเสียก็เยอะตามครับ
มุมมองผม: อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือครับ ถ้าเจอคนพ่นพลังลบ ใส่ "ความนิ่ง" เข้าสู้ครับ
ตอบกลับด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์ เมื่อเค้าเห็นว่าคุณ "ปั่นไม่ขึ้น" เค้าจะไปหาเป้าหมายอื่นเองครับ การวางเฉยคือการชนะที่เด็ดขาดที่สุดครับ
สรุปสิ่งที่ได้จากการ "ฝึกพูดและฟัง" :
โอกาสวิ่งเข้าหา: คนเก่งที่พูดดี จะก้าวหน้าไวกว่าคนเก่งที่พูดไม่รู้เรื่องครับ
สุขภาพจิตดีขึ้น: ความขัดแย้งน้อยลง ชีวิตก็มีความสุขขึ้นครับ
คอนเนคชั่นแน่น: เพื่อนเยอะ มิตรเยอะ ทำอะไรก็มีคนคอยช่วยเหลือครับ