งานหนักเรายังพอทนได้ใช่ไหมครับ? แต่ "คนหนัก" นี่สิที่ทำเอาเราอยากยื่นใบลาออกวันละ 8 รอบ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าที่เอาแต่ด่า เพื่อนร่วมงานที่ชอบขัดขา หรือพวกที่ชอบปล่อยพลังลบใส่คนอื่นไปวันๆ
วันนี้ผมเลยขอมาแชร์ "คัมภีร์รับมือคนท็อกซิก" ฉบับใช้ได้จริงในออฟฟิศ ที่จะช่วยให้คุณทำงานต่อได้แบบใจนิ่งๆ สุขภาพจิตไม่พัง และที่สำคัญคือ "ไม่ต้องยอมแพ้ลาออก" เพราะคนพวกนี้ครับ!
1. แยก "เรื่องงาน" ออกจาก "ตัวบุคคล" (Professional Boundary)
"อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ" ครับ
ทริค: เวลาเค้าพูดจาไม่ดีใส่ ให้มองว่านั่นคือ "ปัญหาของเค้า" ไม่ใช่ "ปัญหาของเรา" ครับ เค้าอาจจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ หรือมีปมในใจ
ความเห็นส่วนตัว: ให้โฟกัสแค่ "เนื้องาก" ที่ต้องส่งต่อพอครับ ส่วนนิสัยส่วนตัวของเค้า ให้ถือว่าเป็นลมปากที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจให้รกสมองครับ
2. ตอบโต้ด้วย "ความนิ่ง" และ "ความสุภาพ"
คนท็อกซิกส่วนใหญ่ชอบ "ปั่น" ให้เราสติแตกครับ
ยิ่งคุณฟาดงวงฟาดงาตอบ เค้ายิ่งสะใจครับ
วิธีแก้: ให้ตอบกลับด้วยข้อเท็จจริงสั้นๆ สุภาพ และนิ่งที่สุดครับ เมื่อเค้าเห็นว่าคุณ "ปั่นไม่ขึ้น" และไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบตามที่เค้าหวัง เค้าจะเริ่มเบื่อและไปหาเป้าหมายอื่นเองครับ
3. เก็บ "หลักฐาน" ให้เป็นนิสัย (CYA - Cover Your Assets)
ทำงานกับคนแบบนี้ ความจำอย่างเดียวไม่พอครับ ต้องมี "ลายลักษณ์อักษร"
รายละเอียดเฉพาะตัว: คุยงานผ่านเมลหรือแชททิ้งไว้เสมอครับ เวลาโดนโยนขี้หรือโดนบิดเบือนคำพูด เราจะได้มี "หลักฐาน" ยันกลับได้แบบนิ่มๆ
การมีหลักฐานแน่นคือเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดในออฟฟิศครับ
4. สร้าง "เกราะป้องกันใจ" หลังเลิกงาน
อย่าหอบเอาพลังลบจากออฟฟิศกลับไปที่บ้านครับ
มุมมองผม: พอเดินพ้นประตูออฟฟิศปุ๊บ ให้กดปุ่ม "Mute" เรื่องคนพวกนี้ทันทีครับ
ไปทำกิจกรรมที่ชอบ อยู่กับคนที่รัก หรือออกกำลังกายให้เหงื่อออก เพื่อขับเอาความเครียดทิ้งไปครับ ชีวิตเรามีค่ามากกว่าจะเอาไปเสียให้กับคนที่ไม่หวังดีกับเราครับ
สรุปสิ่งที่ได้จากการ "ชนะคนท็อกซิกด้วยความนิ่ง":
• สุขภาพจิตดีขึ้น: คุณจะพบว่าความสุขของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับปากของคนอื่นครับ
• บารมีเกิด: คนรอบข้างจะเห็นเองว่าใครคือ "มืออาชีพ" และใครคือ "ตัวปัญหา" ครับ
• โฟกัสงานได้เต็มที่: เมื่อใจไม่ว่อกแว่ก ผลงานคุณก็จะปังจนใครก็ขัดขาไม่ได้ครับ
"เราเปลี่ยนนิสัยคนอื่นไม่ได้ครับ... แต่เราเปลี่ยน 'วิธีรับมือ' ของเราได้ เพื่อให้ใจเรายังสงบสุขครับ"
เมื่อต้องทำงานกับ "คนท็อกซิก" (Toxic People)... สรุปจิตวิทยาวางตัวยังไง ไม่ให้ใจพังและไม่ต้องลาออกประชด!
วันนี้ผมเลยขอมาแชร์ "คัมภีร์รับมือคนท็อกซิก" ฉบับใช้ได้จริงในออฟฟิศ ที่จะช่วยให้คุณทำงานต่อได้แบบใจนิ่งๆ สุขภาพจิตไม่พัง และที่สำคัญคือ "ไม่ต้องยอมแพ้ลาออก" เพราะคนพวกนี้ครับ!
1. แยก "เรื่องงาน" ออกจาก "ตัวบุคคล" (Professional Boundary)
"อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ" ครับ
ทริค: เวลาเค้าพูดจาไม่ดีใส่ ให้มองว่านั่นคือ "ปัญหาของเค้า" ไม่ใช่ "ปัญหาของเรา" ครับ เค้าอาจจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ หรือมีปมในใจ
ความเห็นส่วนตัว: ให้โฟกัสแค่ "เนื้องาก" ที่ต้องส่งต่อพอครับ ส่วนนิสัยส่วนตัวของเค้า ให้ถือว่าเป็นลมปากที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจให้รกสมองครับ
2. ตอบโต้ด้วย "ความนิ่ง" และ "ความสุภาพ"
คนท็อกซิกส่วนใหญ่ชอบ "ปั่น" ให้เราสติแตกครับ
ยิ่งคุณฟาดงวงฟาดงาตอบ เค้ายิ่งสะใจครับ
วิธีแก้: ให้ตอบกลับด้วยข้อเท็จจริงสั้นๆ สุภาพ และนิ่งที่สุดครับ เมื่อเค้าเห็นว่าคุณ "ปั่นไม่ขึ้น" และไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบตามที่เค้าหวัง เค้าจะเริ่มเบื่อและไปหาเป้าหมายอื่นเองครับ
3. เก็บ "หลักฐาน" ให้เป็นนิสัย (CYA - Cover Your Assets)
ทำงานกับคนแบบนี้ ความจำอย่างเดียวไม่พอครับ ต้องมี "ลายลักษณ์อักษร"
รายละเอียดเฉพาะตัว: คุยงานผ่านเมลหรือแชททิ้งไว้เสมอครับ เวลาโดนโยนขี้หรือโดนบิดเบือนคำพูด เราจะได้มี "หลักฐาน" ยันกลับได้แบบนิ่มๆ
การมีหลักฐานแน่นคือเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดในออฟฟิศครับ
4. สร้าง "เกราะป้องกันใจ" หลังเลิกงาน
อย่าหอบเอาพลังลบจากออฟฟิศกลับไปที่บ้านครับ
มุมมองผม: พอเดินพ้นประตูออฟฟิศปุ๊บ ให้กดปุ่ม "Mute" เรื่องคนพวกนี้ทันทีครับ
ไปทำกิจกรรมที่ชอบ อยู่กับคนที่รัก หรือออกกำลังกายให้เหงื่อออก เพื่อขับเอาความเครียดทิ้งไปครับ ชีวิตเรามีค่ามากกว่าจะเอาไปเสียให้กับคนที่ไม่หวังดีกับเราครับ
สรุปสิ่งที่ได้จากการ "ชนะคนท็อกซิกด้วยความนิ่ง":
• สุขภาพจิตดีขึ้น: คุณจะพบว่าความสุขของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับปากของคนอื่นครับ
• บารมีเกิด: คนรอบข้างจะเห็นเองว่าใครคือ "มืออาชีพ" และใครคือ "ตัวปัญหา" ครับ
• โฟกัสงานได้เต็มที่: เมื่อใจไม่ว่อกแว่ก ผลงานคุณก็จะปังจนใครก็ขัดขาไม่ได้ครับ
"เราเปลี่ยนนิสัยคนอื่นไม่ได้ครับ... แต่เราเปลี่ยน 'วิธีรับมือ' ของเราได้ เพื่อให้ใจเรายังสงบสุขครับ"